Month: January, 2016

Siem Reap : II

23 Jan 2016 :
Banteay Srei – Kbal  Spean – Prasat Preah Khan

Breakfast ที่ โรงแรมคร่า สวยๆ ชิวๆ
เช็คเอ้าท์ ฝากกระเป๋าไว้ บอก พนง.ว่า see you this evening kaaa
ขึ้นรถ ที ก็บอกว่า เดี๋ยวเราจะขับออกไปประมาณ ซัก 1-1.30 ชม.
เพราะที่เที่ยวออกไปโซนนอกแระ are you ready?
Okay let’s goooo !
พร้อมรับทุกบทบาทคร่า

นั่งตุ๊กๆๆๆ ถนนมีแต่ฝุ่นนะคะ พูดเล่อ
ระหว่างทาง จอดแวะซื้อน้ำตาล
ที่เคี่ยวมาจากลูกตาลสดๆ ด้วย หอมหวาน มาก
กว่าจะถึงวัดแรก โต้ลม ต้านแดด หน้าชากันทีเดียว
ถึงแล้ว banteay srei ยังไงดีอ่ะ คือ สวย ขลัง อลัง อีกแระ ^.^
หินทุกก้อนจะมีสลัก เดินดู 2 รอบ นะ เพราะไม่ใหญ่มาก

ระหว่างทางไปที่ถัดไป ที บอกว่า หิวไหม จะพาแวะร้านอาหาร
เพราะมีอยู่ร้านเดียวที่นี่
เราสองก็ตอบว่า ไม่หิว ไปเลยๆ ต่อๆ
แล้วก็มาถึง Kbal spean เอิ่ม ….
เดินขึ้น 1500 เมตร เดินลงอีก 1500 เมตร เป็นทางภูเขาค่ะ
ทำใจดีสู้เสือ มาถึงแล้ว ก็คงต้องไปให้สุดสินะ
ระหว่างทาง ก็เจอฝรั่งคู่นึงสวนทางลงมา ก็ถามไปว่า คุ้มค่ากับการเดินไหม
นางยักไหล่ ตอบว่า เอิ่มมมม ก็ไม่รู้สินะ แล้วก็เปิดรูปให้ดู
ง่าาา…. เอาไงดี อืม ก็ต้องเดินต่อไปสิค่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว
ก้มหน้า ก้มตา เดินกันต่อไป หากถ้าว่าร้อนไหม ชั้นตอบเลยว่า.. ไหม้!

แล้วก็ถึงแระ จุดน้ำตก คือ น้ำแห้งไง เห็นแต่หินๆ ไรงี้ ไม่มีไรเล่อ
ณ ตอนนั้นแบบ เอิ่ม ปีนขึ้นมาเพื่อ!!
เดินๆๆ ไปจน สุดทางเชือกกั้นก็ได้ยินเสียงคนเรียก
Don’t go, come back, come back
หันไป อ้าว พี่คนนึงแต่ตัวเหมือนเจ้าหน้าที่ยืนกวักมือเรียกอยู่
เค้าบอกว่า ทางโน้นไม่มีอะไรให้ดูแล้ว
เราก็ อ้าววว แล้วขึ้นมาดูไรกันอ่า

แล้ว เค้าก็พาไปชี้ๆ ให้ดู ว่ามีรูปสลักพระ มีกบ มีจรเข้ ไรๆ
พาไป จุดนั้น นี่ โน่น เราก็โอ้วโห ดีนะไม่ถอดใจวิ่งกลับลงไป
มีหินสลักสวยๆ ทั้งนั้นเลย แล้วก็มีศิวลึงค์พันอันไรงี้
ข้อดีในช่วงน้ำแห้งคือ เราสามารถเห็นหินที่สลักอยู่ใต้น้ำได้
สวยยยย ใหญ่โต แถมยังเป็นตากล้องถ่ายรูปให้พวกเราอีกด้วย
และ ไฮไลท์ ก็คือ น้ำศักดิ์สิทธ์ เค้าก็พาไป
เป็นน้ำที่ไหลลงมาเป็นน้ำตก ตามรากไม้ แต่ช่วงน้ำน้อย น้ำก็เลยไหลไม่เยอะ
เราก็ไปรองน้ำลูบหน้าลูบตา เป็นสิริมงคล
พี่เค้าก็ถ่ายรูปให้ สนุกสนานมาก
พอจบทุกที่ที่ควรดูแล้ว เค้าก็พาเดินออกมา
เราสองก็เลยจัดทิปไปให้เป็นสินน้ำใจ แก่ local guide ท่านนี้ เต็มที่จร้า
แล้วก็ปีนลงเขามาด้วยความอิ่มเอม

พอลงมาถึงรถ บอก ที เลยว่า หิว! พาไปกินข้าวด่วนๆ 555
ที หัวเราะเลย แล้วก็ขับพาไปร้านนั้นที่เราผ่านมา มันมีอยู่ร้านเดียวนิ
แพง แต่อร่อย สงสัยหิวมาก กินเกลี้ยงเล่อ

แล้วก็พร้อมสู่สถานที่ถัดไป
ณ ที่แห่งนี้ Prasat Preah Khan ประทับใจมาก
เหมือนเรากลับมาเยือนวังเก่าอันเคยประทับในอดีตชาติ
ก่อนเข้าไปเจอพี่ยามเฝ้าข้างหน้า เค้าก็แนะนำว่าต้องไปยืนตรงไหนถ่ายรูป
แล้วก็พาเราไป พร้อมกับเป็นตากล้องให้พวกเรา ไปจนถึงประตูด้านใน
พร้อมกับกระซิบว่า do you have a small small tip for me please.
ไม่ต้องห่วงค่า จัดให้เลย บริการดีขนาดนี้ 555+

ด้านในแห่งนี้ คือความขลัง อีกแล้ว
หินก้อนใหญ่ๆ
ซากปรักหักพัง
ประตูเรียงกันทั้ง 4 ทิศ
ตรงกลางมีเจดีย์เล็กๆ เมื่อยืนมองจะเห็นเป็น candle เพราะมีช่องให้แสงอาทิตย์ส่องลงมา จึงมองเห็นเป็นเปลวเทียนนั่นเอง
ด้านหลังนอกปราสาทสุด จะมีลานกว้างๆ มีต้นไม้ใหญ่งอกมาเกาะกำแพง
ชอบที่นี่สุดอ่ะ ❤ ! ฟิน

แล้วก็อยากดูพระอาทิตย์ตกนะ
แต่ ที บอกว่า ช้าไปแล้ว เพราะที่พนมบาเค็ง
ต้องรีบไปต่อคิวตั้งแต่ ก่อน 4 โมงเย็น
เค้าจะรับคนขึ้นได้ไม่เกิน 300 คน
ที ก็เลยขับพามาที่นครวัด ซึ่งก็มีคนชมกันหนาแน่น
วิ่งลงไปแปปนึง พยายามเล็งหามุม ก็ไม่เห็นอยู่ดี
ก็เลยขับกลับโรงแรม ระหว่างนั้นก็เห็นพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า สวยมาก
ทีๆๆๆ your last mission! get us to see to sunset over there!!!
จ้าๆๆ ที หัวเราะเลย ขับลงไปในทุ่งเลยค่าาาาา สุดท้ายได้เห็นพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ที บอกว่า like you never see sun before in your life 555+
แหมๆๆ ฟิลมันไม่เหมือนกันย่ะ

ก่อนเข้าโรงแรม แวะมินิมาร์ทที่ใหญ่ที่สุดในเมือง (คิดเอง)
เพราะมีของเยอะมาก เยอะกว่าเดอะมอลล์งามฯ บ้านช้านอี๊กกกก
โบว์ ติดแป้ง แป้งนางหมด เลยต้องแวะซื้อแป้งเด็ก
พอขึ้นรถ ที เห็นแป้งเด็กแคร์ ก็เลยพูดลอยๆ ว่า
baby powder?, but you are not baby
แร้งว์! 555+

กลับมาถึงโรงแรม หกโมงจะครึ่งแระ แกล้งหน้าด้านขอน้อง พนง. อาบน้ำ
เค้าก็ปรึกษากันสักครู่ แล้วก็ให้ผ้าเช็ดตัวมา บอกให้ใช้ห้องอาบน้ำในสปาได้
เย่ๆๆ ใจดีจุงเบยยยย ไม่งั้นคงเหม็นทั้งสนามบินนะ เหงื่อโซกมั่ก
อาบน้ำแต่งตัว ลากกระเป๋า จ่ายทิปนิดหน่อย
ขึ้น ตุ๊กๆ ที่ ที รออยู่ โกๆๆ ออกจาก โรงแรม ทุ่มนึง ไฟล์ 3 ทุ่ม

แล้วก็มาถึงสนามบิน จ่ายตัง+ทิป และร่ำลากัน
ที เป็นคนใจเย็น บริการดีนะ หัวเราะ ยิ้ม ตลอด ได้ทุกสถานการณ์
แม้แต่เวลาที่พวกเรา งองแง ส่ายหัว สะบัดเหงื่อ ไม่ยอมไปเที่ยวต่อ 555+
ถึงไม่ใช่ไกด์ แต่เค้าก็อธิบายคร่าวๆ พอสังเขป ในแต่ละที่ให้พวกเราเข้าใจได้
โอเครเลยค่า ดีงาม

เช็คอิน นั่งกินเบอร์เก้อคิง เดินดิวตี้ฟรี
แล้วก็โบกมือลา เสียมเรียบอย่างเป็นทางการ

#เสียมเรียบจะอยู่ในใจเสมอ

ค่าเสียหายทริปนี้ เบาๆ
(อัตราแลกเปลี่ยน 36.3 thb / 1 usd)
ค่าโรงแรม 70 usd (หาร 2) = 35 usd
ค่าบัตรเข้าวัด 3 days pass = 40 usd
ค่ารถตุ๊กๆ = 40 usd
ค่ากิน ฯลฯ = 89 usd
ค่าตั๋วเครื่องบิน = 5559 thb
รวมเบ็ดเสร็จ ประมาณ 13,000 thb.

จบปิ๊ง 🙂

Advertisements

Siem Ream : I

อังกอร์วัด อังกอร์ธม ได้ยินมานานแล้ว พักหลังๆ อยากไปเห็นกะตามากๆ
เริ่มต้นจาก พยายามแง๊วๆ กะเพื่อน แต่เพื่อนๆ ก็ดูจะสโลว์ไลฟ์กันเหลือเกิน
สุดท้าย ส่งลิงค์รูปกระทู้ในพันทิพให้เพื่อน กะเพื่อนที่ออฟฟิตดู
ปรากฎ น้องโบว์ น้องที่นั่งติดกันที่ออฟฟิต หันมาบอกว่า
พี่รินนนนน สวยอ่ะ ไปกันๆ
หันไปบอกน้องสวยๆ ว่า เอาสิ จองตั๋วเลย
เรียบร้อยจ้า ตั๋วเครื่องบิน + โรงแรม จองเสร็จ ภายในวันนั้น!

ในใจมีแค่ นครวัด นครธม อย่างอื่นไม่รู้จักแระ ไปหาเอาข้างหน้า
ได้ contact คนขับรถตุ๊กๆ จากเก๋มา ติดต่อจอง
พร้อมแระ ตั๋ว ที่พัก รถ เอ๋า ก็พร้อมไปได้แล้วนี่
ไม่ได้จองไกด์ กะไปดุ่ยๆ กันเอง

และการเดินทางก็เริ่มขึ้น thu.21 – sat.23 Jan 2016

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

21 Jan 2016 : DMK – REP
ไม่มีไรมาก เพราะ ไฟล์ท ออก 19.50
กินแมคโดนัลด์ ดอนเมือง เดินเล่นดิ้วตี้ฟรี และรอเครื่องออก

Air Asia FD 618 DMK 7.50pm – REP 9.00pm

landing Siem Reap airport เร็วมากกกกก ไม่ถึง ชั่วโมง
เดินออกไป gate เจอเหล่าฝูงชนถือป้ายประหนึ่งรอรับญาติ
มองๆ หาชื่อตัวเอง ไม่เจอ แต่ได้ยินเสียงแว่วๆ Nickyๆๆๆ
น้องโบว์ บอกโน่นๆๆ ไงพี่รินทร์
หันไปเจอป้ายเท่า A4 เขียนด้วยปากกาสีๆ สวยงาม
Welcome
Nicky!

คนขับรถยิ้มร่าาาา เลยจ้า ชื่อ (Thy-ที)
วันนี้เค้าเอา รถเก๋งมารับ ระหว่างทางก็คุยกันนิดๆ หน่อยๆ
จากสนามบิน ไปโรงแรม แป๊ปเดียว 20 นาทีได้

ส่งพวกเราถึงโรงแรม นัดแนะเวลาวันรุ่งขึ้น เจอกัน ตี4ครึ่ง นะครัช

โอเคร เช็คอิน ขึ้นห้องพัก อาบน้ำ นอน!

Golden Butterfly Villa

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

22 Jan 2016 :
Angkor Wat – Angkor  Thom – Bayon – Ta Prohm – Pub street & Night Market

ตื่นตี 3ครึ่ง อาบน้ำ แต่งตัว พร้อม ลงมาตรงเวลาเป๊ะ
เห็นThy นั่งรออยู่ที่รถตุ๊กๆ เค้าแล้ว
ที่แรกที่เราจะไป คือ ไปซื้อตั๋วก่อน
พวกเราซื้อแบบ 3 days pass = 40 usd.
มีถ่ายรูปติดบัตรด้วย

แล้วก็เดินทางไป ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ Angkor Wat
To see Angkor wat and die…
ใครบางคนกล่าว

Thy มีหน้าที่จอดส่งเราหน้าวัด
เราสองคน ก็เดินๆ เข้าไป ตามกลุ่มคน ตามแสงไฟฉาย(ของคนอื่น)
มันมืดมาก! แล้วทางเดินก็คือ ก้อนหินใหญ่ๆ ขรุขระๆ
เดินๆๆๆ เข้าไปเรื่อยๆๆ จนเห็นแอ่งน้ำ
ที่นี่แหล่ะ มีคนมาจับจองขอบน้ำ กันแระ นั่งชม
เราก็โชคดี ไปถึงเช้า เลยยังพอเหลือที่นั่ง ติดขอบจอ

แล้วก็นั่งรอ…. ระหว่างนี้บางคนจะควักของกินขึ้นมา
แต่ของพวกเราไม่มี เพราะเราไม่ได้ included breakfast
ได้แต่อิ่มเอมกับธรรมชาติแทน
แล้วท้องฟ้าก็เริ่มมีแสงขึ้นนิดๆ พร้อมกับคนที่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
หันไปด้านหลัง คนยื่นเต็มเล้ยจ้า ยืนกันรอบแอ่งน้ำเลย

ไฮไลท์คือ ภาพของตัวประสาท ที่สะท้อนกับแอ่งน้ำ
และกำลังมีพระอาทิตย์ฉายแสงอยู่ด้านหลัง
แต่วันที่เราไปนั่งเฝ้า พระอาทิตย์กลับไม่ออกมาซะงั้น
ไม่เป็นไร ความสวยงามยังคงมีอยู่จริง

นั่งอีกซักแป๊ป ฟ้าสว่างมากแระ ก็ลุกขึ้น เดิน ไปชมรอบๆ ปราสาท
สวยงาม มีมนต์ขลัง ยิ่งใหญ่
อยากเห็นตอนแรกเริ่ม อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรจริงๆ
เดินจนทั่ว ก็กลับออกมา หารถเรา
บอกทีว่า หิวข้าววววว ที ก็เลยขับรถไปร้านอาหารด้านหลัง
จัดไป เต็มที่ ข้าวผัด มาม่าผัด ออมเลท

มีแรงแระ
ต่อด้วย Angkor Thom สวยงามตามท้องเรื่อง
เรารู้สึกว่า เราเดินอยู่ในอาณาจักรของตัวเอง
ประหนึ่งพระมเหสี เอ๊ะ หรือนางสนม ที่คุ้นเคยกับที่แห่งนี้
แอบนึกถึง เพชรพระอุมา อยู่เนืองๆ
มรว.ดารินทร์หทัย ตามหาพระอนุชา ในปราสาทพันธุมวดี 🙂

ต่อด้วย Bayon มีหน้า สลักไว้เต็มไปหมด สวยดีนะ ชอบๆ

และ Ta prohm หรือ Tomb rider
ชอบมากสุดคือ ต้นไม้ใหญ่ที่งอกขึ้นมากลางกำแพง
ดูขลัง งดงามมาก

สภาพอากาศวันนี้ ประมาณ 35-36’c
Real feel ซัก 39’c คงได้ เดินไปเหงื่อกซกๆ ไป

ที หันมาบอกว่า เดี๋ยวจะพาไปอีกวัด นะ
เราสองคนมองหน้ากัน โบว์ส่ายหัวเลยจ้า
โนๆ โก โฮเทลๆ 555
ระหว่างทาง ก็เลยแวะกินข้าวเที่ยง ก่อนเข้า โรงแรม
ถึงโรงแรม บ่ายสามมั๊ง อาบน้ำ ล้างเหงื่อไคล
สลบเหมือดเลยจ้า 2 สวย

ตื่นมาอีกที 6 โมงเย็น รู้สึกเฟรช ขึ้น เหมือนได้ชาร์ตพลัง

แล้วก็ออกไปเดินเล่น pub street, night market, dinner
จบด้วย Hoegaarden คนละขวด
และ นีโอติก้าบาล์ม จากร้านขายยา โบว์เอามานวดตรีน นางขาเจ็บ

นัดแนะกับ ที เรียบร้อย พรุ่งนี้เจอกัน 9 โมงนะ
แล้วก็ไลน์ไปเลื่อนเป็น 9.30 แทน
ที คงคิดในใจ 2 นาง สโลวไลฟ์มั่ก
มันจะมาเที่ยว หรือจะมานอนชิว 555

จบวันแรก.
สวยตื่นเช้า สวยสู้แดด สวยยันค่ำ
#เสียมเรียบจะอยู่ในใจเสมอ

Chombueng Marathon 31st

17.01.2016

ทีมนักวิ่ง : เรา กอล์ฟ อำพล เหน่ง รวมพล
ครั้งที่สองของเรา กับการวิ่ง mini marathon
สนามที่ใครๆ ก็พูดถึง จอมบึง จ.ราชบุรี
ต้องขอขอบคุณ คุณลุงนพ 🙂 ที่ให้การช่วยเหลือ
ตั้งแต่สมัคร จนถึงให้ที่พัก สะดวกสบายมาก
อยากวิ่ง มีแค่ใจ แต่ไม่มีความพร้อมอะไรเลย 555

เริ่มจากไปรายงานตัวรับเสื้อวันเสาร์ 16.01.2016

แวะไปบ้านลุง เอาขนมไปขอบคุณ
คุยไปคุยมา เลยขอนอนบ้านลุงซะเลย
เพราะ โรงแรมที่จองไว้ ไกลจากสนามวิ่งมาก
บ้านลุง เดินไปถึงเลย 555+

ออกไปหาข้าวกิน แวะไปถ้าค้างคาวร้อยล้าน (ตัว)
บินออกมาเป็นสายยยย สวยๆ
แวะหาข้าวกิน แล้วก็เดินดูบรรยากาศเล็กน้อย
ก่อนกลับเข้าสู่บ้านลุง เพื่อนอน พักผ่อน

=================

ตี 4.30 ตื่นคร่าาาา พร้อมๆๆ
ชุดพร้อม อุปกรณ์พร้อม ใจพร้อม กายไม่รู้พร้อมมั๊ย 55
ออกเดินไป มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
เตรียมพร้อมเข้าจุดปล่อยตัว ตอน 6.00 น.

งานนี้พระองค์ภาฯ ท่านทรงลงวิ่ง half (21 km)
เลยได้ ยืนส่งเสด็จปล่อยตัวท่านวิ่ง
พระสิริโฉมงดงาม ทรงมีพระออร่า และทรงพระปัง มากเพคะ

เมื่อ half วิ่งหมด พวกเราเหล่ามินิ ก็ออกเริ่มวิ่ง

IMG_8338

บรรยากาศก่อนการวิ่งก็น่ารักมาก มีคนประกาศ
พูดเก่ง ขำๆ ฟังแล้วอารมณ์ดี ตลอดเวลา
Set-Readyyy-Go!
เมื่อเริ่มวิ่ง ก็ใช้คอนเซปเดิม
ห้ามเหนื่อย.. ห้ามพัก.. ห้ามหยุดวิ่ง ..

ระหว่างทาง จะมีกองเชียร์ เด็กๆ ร้องเพลง เต้น ให้กำลังใจ
เชียร์กันเบิกบาน ร่าเริง ยิ้มแย้มตลอดเลย
หน้าบ้านคน ก็จะมีเจ้าของบ้านออกมานั่งดู
เป็นระยะๆ ตลอดเส้นทาง วิ่งไป อินไป จริงๆ
ผ่านบ้าน ปู่เป็ง เพิงสา ตำนานนักวิ่งแห่งจอมบึงมาราธอน ด้วย
เป็นสนามที่เราวิ่งแล้ว รู้สึกมีก้อนๆ มาจุกที่คอ ตลอดเวลา
ตื้นตัน กำลังใจมาเต็ม … sensitive อีกแล้ว

คราวนี้วิ่งนำเมนเทอร์กอล์ฟเลยจร้า
มาหยุดรอกอล์ฟ ตรง กม.ที่ 9
เพราะเข้าเส้นชัย ไม่สุขใจเท่ากับ การได้เข้าเส้นชัยไปด้วยกัน

มีคนส่งเสียงว่า อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว กม เดียว
แต่เรารู้สึกว่า วิ่งมา 9 กม. ไม่ไกลเท่า อีก 1 กม ที่เหลือ 55
เมื่อไหร่จะถึงงงงงง….

สุดท้าย ก็ถึงแล้วนะ Finish line!
เสพย์ติด การเข้าเส้นชัย epic moment มาก

10 km. in 1.08 hr.

เดิมทีตั้งใจว่า อยากเข้าให้เร็ว กว่า 1 ชม. แต่ไม่สามารถ จริงๆ 55

 

เข้ามาถึง ก็พักผ่อน กินน้ำ ยืดขา ซักครู่
อีกไม่นาน องค์ภาฯ ก็เข้าเส้นชัยค่ะ
พวกเราได้ไปร่วมยืนแถวรอส่งท่านด้วย
ทรงพระลีน ทรงพระสตรองมาก ไม่มีอาการเหนื่อยเลย

กินข้าว กินผลไม้ เสร็จได้ยินเสียงพิธีกร ประกาศว่า พี่ตูน เข้าเส้นชัย
ก็เลยวิ่งไปดูกัน เท่ห์มั่ก! My Idol

IMG_8352

แล้วหลังจากนั้น ก็ยืนเชียร์ คนเข้าเส้นชัย
สนุกมากเลย ลุ้น ตื่นเต้น ตื้นตัน
มีนักวิ่งมาราธอนคู่นึง ชายหญิง วิ่งเข้ามา
ผู้ชายชูแผ่นป้ายกระดาษ พิมพ์ข้อความว่า..
แต่งงานกันนะ
แอร๊ย! น้ำตาคลอเลยจ้า

มีอะไรๆ ให้เห็นสร้างรอยยิ้มตลอดเลย
ไม่ว่าจะเป็นชุดแฟนซี
คือ วิ่ง 42 กม. ยังจะแต่งชุดแฟนซี วิ่งอีกอ่ะ สุดยอดไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็น มาราธอนครั้งแรก ของบางคน
เห็นชูป้ายวิ่งเข้ามา ด้วยรอยยิ้ม ว่า มาราธอนครั้งแรก
อดปลื้มกับเค้าด้วยไม่ได้จริงๆ
คุณลุง คุณป้า วิ่งมาราธอน
เปรี้ยวที่ใจ… วัยไม่เกี่ยว จริงๆ
ชอบกองเชียร์ ก่อนถึงเส้นชัย
ขึ้นป้ายหลังสแตน ว่า เชียร์..ไม่ถอย คอยจนคนสุดท้าย
มันได้อารมณ์
IMG_8355

อยู่ดูจน จบ sub 5
pacer 5:00 ก็เข้ามาเป๊ะมาก!

IMG_8368.JPG

เปี่ยมไปด้วยความประทับใจจริงๆ สนามนี้
ไม่แปลกใจ ที่ใครๆ ก็อยากมาเป็นส่วนหนึ่งของงานวิ่งที่นี่

“สนามชาวบ้าน มาตรฐานสากล ความประทับใจระดับจักรวาล”

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลัก อย่างเป็นทางการ… ลุงนพ 🙂

IMG_8358

ชนะใจตัวเองไปได้อีก 1 สนาม

อยากวิ่งfullมาราธอนนะ บอกตัวเอง ณ วันนี้

One step at a time..
you are so much stronger than you think.

Thanks to Pheidippides – Legendary Runner of Marathon!