ตามรอยกำเนิด จิระสุดามณี

by Nicky

ขึ้นหัวข้อแบบนี้ คงเดาไม่ยากว่า พวกเราจะไปกันที่ จังหวัดจันทบุรี
ถึงแม้ นางฟ้ากอล์ฟ จิระสุดามณี แห่งสระอโนดาษ จะยืนยันว่า ถิ่นกำเนิดอันแท้จริง อยู่สวรรคาไล
แต่พวกเราคงไม่สามารถไปได้ เพราะไม่รู้จะไปโดยเส้นทางใด งั้นไปที่ง่ายๆ เมืองจัน ก็แล้วกัน

ทริปนี้เริ่มต้นมาจากการที่กอล์ฟเคยบอกว่า มีสวนผลไม้ของเพื่อนชื่อ อำพล สามารถไปเก็บกินได้
ความซวยจึงไปเยือนอำพลในทันใด พวกเราจึงมุ่งหน้าไปเก็บผลไม้ กินของเด่นเมืองจัน

จันทบุรี เป็นจังหวัดนี้น่าภูมิใจมากนะ เพราะมีทั้งราชา และราชินีแห่งผลไม้
ราชาแห่งผลไม้ คือ ทุเรียน ถือว่าเป็นผลไม้ที่ร้อนที่สุด
ราชินีแห่งผลไม้ คือ มังคุด (มังคุดมีมงกุฎอยู่ด้านบนหัวด้วย) ถือว่าเป็นผลไม้ที่เย็นที่สุด

“น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร
สมบูรณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี”

12-13 พฤษภาคม 2555

นัดพบกันที่สะพานไฮโซ bts ช่องนนทรี 8 โมงเช้า
กอล์ฟ ไกด์(น้องชายของกอล์ฟ หน้าตาดีไม่ทิ้งเชื้อพี่) แบงค์ เรา
ระหว่างรอ จิ๋ม และน้องพลอย แบงค์ก็กว้านซื้ออาหารเช้า คาว หวาน ผลไม้ อย่างเพียบ
และจิ๋มก็เอา CRV คู่ใจ มารับตามเวลานัดหมาย 6 ชีวิต เข้าประจำที่นั่ง มุ่งหน้าออกจากกรุง
เม้าท์มอย กินอาหาร ขนมจนเกลี้ยงคัน ก็ยังไม่ถึงที่หมาย
ทีแรกเข้าใจว่าใกล้ๆ แบบไปชลบุรี แต่ไม่ใกล้อย่างที่นึก กินเวลา 3 ชม นิดหน่อย
ดีนะ ทีแรกกะจะเอาเป็นทริป ไปเช้า-เย็นกลับ หากงั้นคนขับคงได้พิการทีเดียว

และแล้วก็มาถึงบ้านอำพล จะปิดบ้านหนีก็ไม่ทันแล้วนะ ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดิบ พอดี
คุณแม่ อำพล พี่ชาย เหน่ง เอ็กซ์ ได้คอยท่าอยู่แล้ว พร้อมกับสำรับอาหาร
พวกเราก็มอบกระเช้าของฝาก เยี่ยมบ้านดารา ก่อนจะสวาปามของเค้า
อาหารมื้อเที่ยงฝีมือคุณแม่ ต้นตำหรับเมืองจันแท้ๆ
ขนมจีน น้ำพริก น้ำยา และสารพัดผัก วางจานจัดหลายเหลือตรา
การจัดผักอันวิจิตงดงามของเหน่ง ร่ำเรียนมาจากในวัง ควบคุมหลักสูตรโดยท้าวทองกีบม้า
และยังมีไข่เจียว (ไข่สดๆ เพิ่งหล่นออกมาจากก้นไก่ที่อำพลเลี้ยงไว้)
ขอโดยน้องพลอยเด็กฝรั่ง ไม่อยากกินขนมจีน แต่กินไข่ไป 2 คำ แล้วหันมาซัด ขนมจีนน้ำพริก ซะงั้น
และไส้กรอกอีสาน อยู่เมืองจัน ก็ยังได้กินของอีสานด้วยนะ

ขอ บอก สั้นๆ ว่า อร่อยมั่ก!
ถ้าจะให้บอกยาวๆ ก็ได้ ว่า อร่อย มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!
น้ำยาปลาช่อนอร่อยล้ำ น้ำพริกอร่อยเลิศ
วัตถุดิบชั้นเทพ กุ้งแห้งคัดสรร ถั่วลิสงเม็ดเป้งคั่วใหม่หอมๆ มะกรูดลอยหน้า
กวาดกันเกลี้ยงหม้อ ไม่เหลือให้คุณแม่อำพลกินเลย คนทำไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ทำว่างั้น 555
หมดจากของคาว ก็หันมายัง ตะกร้ามังคุด เงาะที่วางเรียงกันอยู่มากมายยาวเหยียด
กินกันพอเป็นพิธีนิดหน่อย เพราะพวกเราจะไปสอยจากต้นมากินกันเอง อิอิอิ

อำพล และคณะ ก็พาพวกเราไปยังป่าร้อยเอเคอร์
มีอุปกรณ์คือ ไม้สอย และกระเป๋าใส่ผลไม้
กระเป๋านี่อย่างสร้างสรร นะ ตัดเย็บโรงงานเดียวกับปราด้า วัศดุถุงปุ๋ย
ชนะเลิศงานประกวดโอทอปดีไซน์ แท้เหลาๆ
ครั้งแรก ที่เห็นต้นมังคุด ต้นเงาะ ต้นลองกอง ระยะประชิดตา
ไม่ใช่แค่ต้น ผลก็ห้อยโหนอยู่ตามกิ่งยังกับตุ๊กตาที่ห้อยต้นคริสมาส
ถ้านึกภาพไม่ออก ก็เหมือนชะนี กับแบงค์ยี่สิบ ที่ห้อยกับต้นผ้าป่า เยอะอย่างนั้น
ประทับใจมากกับการกิน เงาะ (ต้นนางเอก ลูกเท่าไข่ห่าน) มังคุด ลองกอง จากต้นสดๆ
ที่ประทับใจมากกว่าคือ การแกะกินเนื้อ แล้วโยนเปลือก กับเม็ดทิ้งได้ตลอดทาง
ประนึง Hansel and Gretel หนูน้อยที่โรยเศษขนมปังตามทางเดิน
แต่พวกเราใช้เปลือกและเม็ด แทนขนมปัง เด็ดจากต้น ทิ้งใต้ต้น
ตรงกับคำที่ว่า กิน! ทิ้ง! กิน! ขว้าง! คือ กินไปทิ้งไป เคี้ยวไป ขว้างไป แบบนั้น
อำพลบอกว่า ทิ้งไว้เป็นปุ๋ย ใครเก็บกลับไปทิ้งไว้รกถังขยะบ้านอำพล มีเคือง
ส่วนใหญ่พวกเราไม่ค่อยได้สอยหรอก แค่แกล้งโพสท่าถือไม้สอยถ่ายรูป
แล้วรอ อำพลสอยมาให้กิน 5555
อำพล ก็สมกับเป็นลูกชาวสวนมาก มองปุ๊ปรู้ปั๊ป ลูกไหนกินได้ หวานไหม สุกแค่ไหน
อีกกี่วันจะสุก มีกี่กลีบ ขายได้ราคาเท่าไหร่ เชื้อสายมาจากไหน พ่อแม่ชื่ออะไร ฯลฯ
(เราแอบหวนนึกถึงสมัยยังเด็กที่อาศัยอยู่กับก๋ง ยาย ในสวน ก็ประมาณนี้
หมายถึงสภาพแวดล้อมนะ แต่ความสามารถไม่เหมือนอำพลหรอก
ต้องกินเข้าไปในปากก่อน ถึงจะบอกได้ว่าสุกหรือยัง หวานไหม)
ตากแดดกันพอควร กินกันไปครึ่งไร่ ก็กลับไปบ้านอำพล
พักเหนื่อยกันตามสมควร ก็ได้เวลาไปโรงแรมเช็คอิน

** ขอสอดแทรกไว้เล็กน้อย พอให้ดูเป็นคนที่มีความรู้ และสาระบ้าง
ต้นมังคุด ใช้เวลาปลูกตั้งแต่เริ่ม จนเก็บผลได้ กินเวลา 8 ปี
แล้วหลังจากนั้น ปีนึง เก็บผลขายได้ 3 เดือน เริ่มออกตั้งแต่ มีนา – พค จ้า
มังคุดไม่ชอบน้ำ หรือฝน ถ้าโดนฝนจะมีรสเปรี้ยว
ดังนั้นมังคุดเมืองจัน จะอร่อยกว่าทางใต้ เพราะทางใต้จะไม่หวานเท่า **

โรงแรมที่กอล์ฟจองไว้ชื่อว่า เกษมศานติ์ (Kasemsarn Hotel)
อยู่ใจกลางเมือง สะอาดมาก หอม อัธยาศัยดี มีเปียโนให้เล่น ขอยืนขึ้น ปรบมือชื่นชม
กอล์ฟบอกว่า เค้าเพิ่งบูรณะทาสี ใหม่ เพื่อต้อนรับพวกเรา (ประโยคหลังเราเติมเอง)
วางของ เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเล่นน้ำ เพราะโปรแกรมถัดไป กอล์ฟจะพาไปเล่นน้ำตกพริ้ว
ก่อนไปน้ำตก แวะไปเยี่ยมบ้าน หญิงงามแห่งเมืองจัน จิระสุดามณี
ซักเล็กน้อย พอเป็นพิธี บ้านใหม่ สวยงาม สะอาด น่ารัก น่าอยู่ พร้อมสระอโนดาษ
สมกับเป็นเจ้านางน้อยแห่งจันทบุรีจริงๆ

แล้วก็ไปเจออำพล เหน่ง เอ็กซ์ ที่หาดเจ้าหลาว
จอดรถไว้ เดินดูบรรยากาศอันร่มรื่นบนสะพาน ถ่ายรูปบ้างอะไรบ้าง แล้วก็เดินไปกินข้าวริมหาด
สรุปว่า ใส่ชุดมาเล่นน้ำนะ แต่ไม่ได้เล่น ไม่ได้เฉียดไปเลยด้วย
ถึงแม้น้ำทะเลจะไม่ได้ใสแบบทะเลอันดามัน แต่
เค้าว่ากันว่า ทรายที่นี่ เป็นทรายสีทอง ละเอียด สะท้อนกับพระอาทิตย์สีสวยงามนักแล
คนเยอะพอสมควร น่าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างถิ่นเหมือนกัน

ได้เวลาอาหารค่ำ
มากัน 8 คน แบงค์แนะนำว่า ควรสั่งอาหาร 9 อย่าง แต่ไปๆ มาๆ สั่ง 11 อย่าง
อร่อยทุกอย่าง ที่เราว่ารสชาติเด็ดสุด คือต้มยำทะเล อร่อยติดปลายลิ้นเลย

** ขอฝากไว้นิดนึง สำหรับผู้ที่มาเยือนจันทบุรี แล้วกินอาหารซีฟู๊ด อยากจิ้มน้ำจิ้มแซ่บๆ
เค้าไม่ได้เรียกว่า น้ำจิ้มซีฟู๊ด อย่างเราๆ นะจ๊ะ เค้าเรียกว่า “น้ำพริกเกลือ”
ส่วนพริกเกลือที่จิ้มผลไม้ เค้าเรียกว่า พริกกะเกลือ **

จากอาหารคาว ไปต่อของหวานในตัวเมือง โรตีส่ายนมเยอะๆ กับน้ำแข็งใสร้านจ้ำบ๊ะ
ร้านจ้ำบ๊ะ เป็นร้านน้ำแข็งใสเกล็ดละเอียดแบบไอซ์มอนสเตอร์
เมนูแนะนำ สตอร์เบอร์รี่สด แล้วก็มะม่วง เป็นไฮไลท์มากๆ จัดไป คนละถ้วย
สตอร์เบอร์รี่เกาหลี หอมหวานเปรี้ยว ตัดกับรสหวานของน้ำแข็งใสราดนมสด กลมกล่อม
มะม่วงหวานๆ ลูกเกด คอนเฟล็ก ขนมปัง น้ำแข็งใสราดด้วยน้ำมะม่วง
กินแล้วได้อารมณ์การมาเยือนดินแดน tropical fruit โดยแท้

ได้เวลานอนของสาวๆ และเด็กๆ
ส่วนสาว กอล์ฟ แบงค์ เหน่ง เป็นราตรีของการชิม local cuisine ดิ้นได้  แอร๊ยยยย

จบไปหนึ่งวัน.

สำหรับเช้าวันอาทิตย์ ที่พวกเราตื่นกันเช้ามาก มาเจอกันล๊อบบี้ ตอน 10 โมงเช้า
มีแผนว่า ไปกินเตี๋ยวปูกั้ง ซื้อทุเรียน เที่ยวน้ำตกพริ้ว แล้วกลับ
วันนี้มีสมาชิก 6 คน นำทีมโดย เหน่ง คนน่ารักใจดีศรีเมืองจัน เป็นหัวหน้าทัวร์
ส่วนอำพล เอ๊กซ์ กับน้องไกด์ คงเข็ดจากเมื่อวาน เลยสละสิทธิ์ไป

เริ่มจุดเยี่ยมชมแรก อาสนวิหารพระแม่มารีอาปฏิสนธินิรมล
อลังการ สถาปัตยกรรมโกธิค จำลองแบบจากโบสถ์นอรทเตอร์ดาม ในฝรั่งเศษ
เดิมหลังคาเป็นยอดแหลม แต่รื้อส่วนแหลมออกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
เพื่อไม่ให้เป็นเป้าหมายในการโจมตีทางอากาศ
หน้าต่างเป็นกระจกสี stain glass ต่อกันแบบจิ๊กซอร์
แต่ละชิ้นนำมาเรียงกันจนเป็นภาพ อายุกว่า 100 ปี สียังสดอยู่เลย
นอกจากสถาปัตกรรมจะงดงามแล้ว รูปปั้นพระแม่มารีอา ก็โสภาเอาการอยู่
ด้านในหล่อจากเงิน หนัก 76 กก. สูง 120 ซม.
ใช้พลอยประดับ 200,000 เม็ด 20,000 กะรัต  ลวดลายดอกกระโปรงเป็นทองคำทั้งสิ้น 69 ดอก
กางเขนที่หน้าอกพระแม่มารีอาเป็นทองคำประกอบพลอบนพเก้า 3 สีคือ แดง น้ำเงิน และขาว

อิ่มเอมกับศิลปะเต็มที่ แต่ท้องร้องจ๊อกๆ เป็นศิลปินไส้กิ่วกันทีเดียว
คิวถัดมาคือ ก๋วยเตี๋ยวปูกั้ง อันลือชื่อ (ก๋วยเตี๋ยว ใส่ปู แล้วก็ใส่กั้ง)
ร้านเจ๊เพ็ญอันนี้ดังมากออกรายการทีวีด้วย คนแน่นขนัด ชามละ 200 บาท
แต่เรามากับคนท้องถิ่น ดังนั้น เราจะไม่กินร้านที่นักท่องเที่ยวกินกัน
เหน่งพาเราไปอีกร้านนึง ซึ่งขายก๋วยเตี๋ยวปูกั้ง คุณภาพเดียวกัน ชามละ 50 บาท
อร่อยจริง กินแล้วเหมือนขึ้นสวรรค์ 555 น้ำต้มยำรสชาติ ไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย ปูสด กั้งอร่อย
พวกเราทั้ง 6 ขอยืนยันความอร่อยด้วย ก๋วยเตี๋ยวปูกั้งต้มยำ คนละ 2 ชาม
ทะเลลวกจิ้ม ข้าวหน้าทะเล ข้าวหมูแดง เกี๋ยวกรอบ
กลั้วคอด้วยน้ำชาใส่ใบเตยที่ต้มใส่หม้อไว้ให้บริการตัวเอง หอม ชื่นใจ
อิ่มมาก!

เดินย่อย ณ ถนน สายเชียงคาน (บรรยายกาศ อนุรักษ์ความโบราณไว้คล้ายๆ เชียงคาน-เหน่งบอก)
กะท้อนแช่อิ่ม กล้วยตาก ขนมไข่(ขนมฝรั่ง) ข้าวตอก อร่อยด้วยความเป็นสูตรโบราณ
อิ่มนะ แต่กินได้อีก!
กระท้อนแช่อิ่มเนี่ย จิ๋มเป็นคนอยากกินนะ แบงค์ซื้อมา 2 ลูก ก็ชิมกันคนละนิดหน่อย
แต่แบงค์กินได้ดูอร่อยมาก ไม่สนใจใคร เค้าถ่ายรูปกันเธอก็นั่งฉีกกระท้อนกิน หมด 2 ลูก
พวกเราเลยกลับไปซื้อมาคนละถุง สองถุง เห็นจากอาการกินของแบงค์ ไม่ซื้อไม่ได้แล้ว
เดินดูบ้านที่เค้าเปิดเป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้ ไรๆ (ส่วนใหญ่ตาจะมองที่ของกินมากกว่า)
แล้วก็ได้เวลาแวะไปรับหลานชายของเหน่ง น้อง วิน-วิน
อยู่ชั้น ป.1 ฉลาดและน่ารัก น่าเอ็นดู มากคร่าาาาา
ระหว่างจะพาน้องไปส่งบ้าน กอล์ฟก็พูดถึง ก๋วยเตี๋ยวผัดน้ำกุ้ง
แบงค์ก็สนองทันใด พวกคณะทัวร์ จึงต้องแวะกิน (อีกครั้ง และอีกครั้ง)
ก๋วยเตี๋ยวผัดน้ำกุ้ง หมูสเตะ เกาเหลาหมูเลียง
คราวนี้ต้องสั่งมาแบ่งกันชิมแล้ว ไม่ไหว ย่อยไม่ทัน

** ขอสอดแทรกความรู้ ที่จำเค้ามา เพื่อให้ดูฉลาด อีกรอบ
แบงค์บอกว่า สมัยก่อนเรียก ก๋วยเตี๋ยวเลียง เนื่องจากใช้เนื้อเลียงผาทำ
แต่หลังๆ เลียงผา หมดผา เลยเปลี่ยนมาให้หมูแทน (??!!?! จริงหรือมั่ว)
เหน่งบอกว่า น้ำก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง จะต้มจาก ต้นเหรว (เป็นพืชแง่ เหมือนข่า ขิง)
ทำให้รสชาติเป็นเอกลักษณ์ ออกรสซ่าส์นิดๆ **
พาน้องวิน ไปส่งบ้าน แล้วเข้าสู่ด่านถัดไป

เทศกาลทุเรียนเมืองจัน และวันที่ 13 เป็นวันสุดท้ายของงานพอดี
การตามหา ทุเรียนที่มีต้นกำเนิดเฉพาะในเมืองจันเท่านั้น ชื่อพันธุ์ “พวงมณี”
เหน่งพาเลือกร้านทุเรียน ร้านแรกพวงมณีสุกไป ร้านสองพวงมณีดิบเกิ๊น (กินทิ้ง กินขว้าง อีกแระ)
ร้านสามก็โอเคขี้เกียจเดินแระ ร้อน จัดไป 3 ลูก พวกเรากินลูกนึง เอากลับบ้าน 2 ลูก
ส่วนทุเรียนพันธ์อื่นที่กรุงเทพมีขาย ไม่ซื้อนะ เพราะเลือกไม่เป็น ขี้เกียจเลือก
แล้วก็ซื้อ ทุเรียนทอด สละสุมาลี หอมหวานอร่อย ชอบมาก
กลับกันเถอะ เพราะแบงค์จะเป็นลมด้วยความอิ่มและร้อน 555

กลับไปแถวโรงแรม ระหว่างรอเหน่งไปเอารถ มอบความเป็นพลขับคืนให้ไพเราะ
ร้านอาหารข้างโรงแรม ทุเรียน ลูก ใหญ่ มาก มองจากอีกฝั่งถนนนึงยังเห็นว่าใหญ่
ชวนกอล์ฟ รีบวิ่งข้ามถนน อยากได้ไปฝากแม่ น้องคนขายบอกแบบห้วนๆ ตามสไตล์หนุ่มจัน ว่า
ไม่ขาย ไว้ทำกับข้าว เรากับกอล์ฟก็ อะไรนะน้อง ห๊า ทุเรียนไปทำกับข้าวหรอ
น้องก็บอกว่า ไว้ทำส้มตำทุเรียน มัสมั่นทุเรียน
เดินคอตกกลับมาขึ้นรถ อดไปนะ 555 (อยากลองกินมัสมั่นทุเรียนแหะ)
แวะตลาดสด ซื้อปลาดุก สิบกว่าตัว ไม่ได้เอาไปกิน เอาไปปล่อยนะ

แวะไปบ้านอำพลอีกรอบ
เพราะอำพลบอกว่า ก่อนกลับให้แวะไปเอาผลไม้ด้วยจะเตรียมไว้ให้ น่ารักจริงๆ
พอไปถึง ตกใจมาก ฝากมังคุดคนละถุง แต่ถุงละสิบกิโล! รวมๆ แล้ว 40-50 โล แอร๊ย!
ทุเรียนหมอนทองอีก 2 ลูก
และเด็ดดวงพวงมาลัย กอล์ฟ นำเสนอ หมูชะมวงฝีมือคุณแม่อำพล
ได้ไป คนละ 2 ถุง ถุงนึงปริมาณเท่า 1 หม้อ!
เล่นเอา CRV กลายเป็นรถโหลด เลยทีเดียว

เอาปลาดุกที่เตรียมไว้ ไปปล่อยวัด ที่อำพลเคยบวช
เหล่าปลาดุกพอลงน้ำปุ๊ป ก็แหวกว่ายอย่างร่าเริง มาขอบคุณพวกเรากันใหญ่โต อิมเมจิ้นเอง สุดๆ
แล้วก็ ได้เวลากลับกรุงเทพ โดยมีอำพล เป็นโชเฟอร์ให้ จิ๋มจะได้นั่งพักผ่อนตามอัธยาศัย
ขากลับแวะเอาเงาะ อีก 2 ถุงโต ที่พี่ชายไปหักมาให้จากต้นสดๆ มาให้กินในรถ
เดือนร้อนแบงค์อีกตามเคย เป็นความรับผิดชอบที่ต้องกิน!
อำพล ประกาศเลยว่า หากอำพลขับรถ ห้ามหลับ ใครหลับเอาเข็มจิ้ม ไล่ลงจากรถ
น้องพลอยยังไม่กล้าหลับเลย กร๊าก

แล้วก็พาทุกคนกลับสู่กรุงเทพอย่างปลอดภัย

ถึงแม้การไปเยือนจันทบุรี ครั้งนี้ จะไม่ได้ พริกไทย และอัญมณี (และไม่ได้ไปน้ำตกพริ้ว)
เพราะ พริกไทยไม่ค่อยมีคนปลูกแล้ว แต่คำขวัญยังไม่เปลี่ยน
พลอย ก็หมดจังหวัดแล้ว ต้องเปลี่ยนคำขวัญ จาก อัญมณีมากเหลือ เป็น อัญมณีหมดแล้ว
กอล์ฟ บอกว่าที่เค้าขายๆ อยู่ ก็ไปซื้อมาจากเหมืองที่อื่น เพราะในจังหวัดขุดกันเกลี้ยงไปแว้ว
เสื่อจันทบูร ก็ไม่ได้ซื้อกลับมานะ ไม่เห็นมีขายด้วย
บอกแล้วว่าเน้น เรื่องกินผลไม้ประจำจังหวัด

เป็นจังหวัดที่ ไปทีแรก เหมือนไม่รู้จะเที่ยวอะไร นึกว่าเน้นแต่เรื่องกินผลไม้
แต่พอเที่ยวไป เที่ยวมา ก็มีคนแนะนำที่น่าเที่ยว โน่น นี่ นั่น อีกเยอะ
กินไป กินมา ก็เจอว่า ยังมีอาหารเมืองจันที่ยังไม่ได้กิน อีกแยะ
โดยเฉพาะ ขนมปังปิ้งกับสังขยา อันลือชื่อของคุณป้า ที่ขายแบบไม่ง้อลูกค้า
เหน่งไม่กล้าพาไปกิน กลัวอิสราจะจัดหนัก ไปขอพบ เพื่ออบรมสั่งสอนกริยามารยาทให้

มีคนถามว่า คำว่า “ฮิ” ของระยอง กับ จันบุรี ต่างกันตรงไหน
คำตอบ คือ ระยองฮิสั้น จันฮิใหญ่ เอ๊ย จันฮิยาว จ่ะ

เป็นทริปที่ประทับใจทุกมุม ทุกด้านมาก
ประทับใจน้ำใจคนเมืองจัน หน้าตาดี จิตใจงามหมดจด เหมาะแก่การได้โลห์นางงามเพื่อนเต่า
อันได้แก่ กอล์ฟ(และครอบครัว) อำพล(และครอบครัว) เหน่ง(และหลานวิน) และ เอ็กซ์
ประทับใจอาหาร ทั้งของคุณแม่อำพล และเมนูที่ มาถึงจันแล้วต้องกิน ไม่สามารถกินได้ครบจริงๆ
ประทับใจผลไม้ อำพล ให้มาเยอะมาก จะเยอะไปไหน ขนขึ้นรถมา เหมือนโจรไปปล้นสวน
ประทับใจเพื่อนร่วมทริป แฮก กะ ดา มาก

ว่าแล้วก็ไปนั่งแทะมังคุดต่อดีกว่า 🙂

Advertisements