Tetanus vaccine

by Nicky

 
เสาร์ที่ 13 มีนาคม 2552
ขณะที่กรุงเทพ กำลังมีเหตุการณ์เสื้อแดงแผลงฤทธิ์
เรา มีหน้าที่ขับรถพาพ่อ และแม่ ไปเยี่ยมป้า (พี่สาวพ่อ)
ที่โรงพยาบาล พระพุทธเลิศหล้านภาลัย สมุทรสงคราม
เนื่องจากป้ามีแผลนิดหน่อยที่ขา แต่สำหรับขาของคนที่เป็นเบาหวานนั้น
ทำให้ติดเชื้ออย่างมากได้โดยง่าย ผลของการรักษา คือ ตัดขา
ดังนั้น ป้าจึงขาดไป 1 ขา ทำให้ไม่สามารถตั้งวงไพ่ให้ครบ 4 ขาได้
ดูหลานมันกตัญญูมาก แซวป้า เจริญจริงๆ
ถึงแม้ป้าต้องปรับตัว แต่ตอนนี้ก็โอเค พอทำใจได้ กับขาข้างซ้ายที่หายไป
จริงๆ ขาของป้า ไม่สามารถเดินได้เป็นปกติ ตั้งแต่ก่อนตัดแล้ว คล้ายๆ กล้ามเนื้อไม่มีแรง
 
ระหว่างเดินไปตึกศัลยกรรม ที่ป้านอนพักฟื้นอยู่ นั่นเอง ซุ่มซ่าม หรือ โง่ก็ไม่ทราบ
เราก็เดินไปเตะรถเข็นคนป่วย wheel chair ที่จอดไว้เฉยๆ โดยที่ตาตุ่มด้านซ้าย เจ็บเล็กน้อย
ไม่มีไรมาก ขึ้นไปยังห้องพิเศษ พูดคุยกับป้า แล้วแม่ก็เห็นว่า เลือดเริ่มไหลซึมออกมา
เรายังชิวๆ บอกนิดเดียวไม่เป็นไร แม่บอกให้ไปทำแผล เรายังบอกแม่ว่า อย่าเวอร์ค่ะแม่ขา
แผลที่ตาตุ่มเนี่ย ห่างไกลหัวใจอีกเยอะ ไอ้ที่โดนใจแหลกละเอียดเต็มๆ ยังรอดมาได้
ด้วยความที่แม่ overeation แม่ขู่ว่า เดี๋ยวจะติดเชื้อ โดนตัดขา ไม่รู้นะเอ้า
จึงลากเราไปหาพยาบาลหน้าห้อง ให้ช่วยดูให้ ไม่ยักรู้ว่าพยาบาลที่นี่ ก็เล่นบทตามแม่ด้วย
พยาบาลบอกว่า แผลที่ตาตุ่ม ถึงจะนิดหน่อยแต่น่ากลัวนะคะ เพราะมันมีเส้นเลือด
ถ้าโดนแถวกล้ามเนื้อ ไม่ค่อยน่าห่วง แต่ถ้าเกิดติดเชื้อในกระแสเลือด อันนี้ไม่งามแน่นอน
เพราะรถเข็นคนป่วย ก็มีเชื้อโรคอยู่แล้ว แน่นอนคะ ไม่ต้องห่วง คอนเฟิร์ม 555+
 
เอ่อ….  ขนาดนั้นเลยหรอคะ พี่พยาบาลขา
ณ ตอนนั้น เราก็ยังคิดอยู่ว่า เว่อร์ทั้งแม่ ทั้งพยาบาล
เค้าแนะนำให้ไปทำแผล ที่แผนกฉุกเฉิน ณ บัดนาว อย่าได้ช้า รอให้เชื้อเพาะตัว
ก็เดินๆ ไปกับแม่ 2 คน งมๆ หาทางกันไป เพราะไม่เคยโผล่ที่นี่มาก่อน
ต้องไปทำบัตรคนไข้ก่อน กรอกประวัติกันไป เค้าถามว่าเป็นอะไรมา
พอเล่าว่า เดินเตะรถเข็นที่โรงบาลนี่แหล่ะคะ (ฟ้องร้องได้ไหมค่ะ) ก็เห็นเค้าแอบขำเล็กน้อย
ทำประวัติเสร็จ ไปห้องฉุกเฉิน วัดความดัน ขึ้นเตียง พยาบาลก็มาทำแผลให้ แสบโคตร
 
ทำแผลเสร็จ นั่งรอคุณหมอมาตรวจ ว่าต้องให้ยาแก้ติดเชื้อหรือไม่
นั่งรอหมออีก 20 นาที คุณหมอสาวสวย เด็กมาก ใส่คอนแท็กสีเทาๆ ฟ้าๆ ด้วย
ท่าทางจะเป็นหมอที่ โดนส่งไปฝึกงานจากกรุงเทพ ดูทันสมัยไม่หยอก
หมอก็ดูๆ ประวัติ ถามพยาบาลว่าแผลเป็นไง แล้วก็บอกว่า การติดเชื้ออาจไม่น่ามี
เพราะแผลไม่ลึกมาก แต่ฉีดบาดทะยักล่าสุดเมื่อไหร่จำได้ไหม
โห จำไม่ได้ค่ะหมอ หมอก็เลยถามว่า เคยผ่านการมีลูกมาหรือไม่
เอ่อ.. เกี่ยวไรคะหมอ บาดทะยัก กะมีลูกเนี่ย??!! แต่ก็ยังไม่ผ่านการมีลูกค่ะ สามีก็ไม่เคยค่ะ
หมอก็เลยถามว่า จะฉีดไหม เราก็ตอบเลยว่า ไม่ค่ะ หมอก็เลยบอกว่า ฉีดแล้วกันนะคะ
เอ๋า! แล้วถามทำไมเนี่ย หมอสมัยนี้ เคารพการตัดสินใจคนไข้บ้างไหม
สรุป ต้องฉีด ก็เดินไปจ่ายเงิน ซื้อยา อีกตึกนึง แล้วค่อยเดินกลับมาห้องเดิม
รอให้พยาบาลฉีดยาให้ แผลตาตุ่มด้านซ้าย ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านซ้าย
ปวดมากกก ปวดตั้งแต่ตอนฉีด จนกระทั่งตอนนี้ อ๊าคคค เตือนกันบ้างไหม ว่าจะปวดแบบนี้
บอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ฉีดๆ เคยฟังกันบ้างไหม กาซิกๆๆ
 
จากเดิมตั้งใจมาเยี่ยมคนป่วย กลายต้องมาเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลซะเอง
 
แล้วยาบาดทะยัก ต้องฉีด 3 เข็ม โชคดีที่ไม่ต้องกลับไปฉีดที่เดิม
ฉีดที่ไหนก็ได้ แต่ต้อง ตรงตามวันที่ระบุ ห้ามขาด ห้ามเกิน
แล้วดูนะ เข็มแรก 13 มีนาคม
เข็มสอง 13 เมษายน วันสงกรานต์ พอดี๊ พอดี จะไปเที่ยวได้ไหมคะ
ฉีดเสร็จแล้วโดนน้ำสาด จะเป็นพิษสุนัขบ้าด้วยไหม ต้องฉีดรอบสะดืออีก
เข็มสุดท้าย 13 ตุลาคม พอครบ 3 เข็ม จะคุมอาการได้ 10 ปี ตามนั้น
 
นั่งขำไป สมน้ำหน้าตัวเองไป เหตุการณ์จาก 1 วินาที ที่เอาตาตุ่มไปกระแทกรถเข็น
มีภาระผูกพันส่งผลต่อเนื่องไปอีก 8 เดือน จนกว่าจะฉีดยาครบ 
อะไรกันเนี่ย เรื่องแค่นี้นี่นะ อย่างคำโบราณท่านว่า แกว่งเท้าหาเสี้ยน แท้ๆ
 
แล้วฉันก็รอดชีวิตไปได้อีก 1 วัน
 
เรื่องที่คิดว่าเล็กน้อย อาจไม่เล็กน้อยอย่างที่คิด
 
Advertisements