Month: November, 2009

The last chapter

 
ปกติแล้วเราจะมีโอกาสได้ไป โรงพยาบาลจุฬาฯ อยู่เนืองๆ
เพราะแม่ต้องมีหน้าที่พาคนในครอบครัว ญาติคนโน้น คนนี้ ไปหาหมอ
หรือใครเดือดร้อน ไม่รู้จะหาหมอยังไง ก็จะโทรหาแม่ เพราะแม่เป็นผู้ชำนาญ
ในการติดต่อโรงพยาบาล และให้คำแนะนำ และให้กำลังใจคนไข้
จนพนักงาน และพยาบาล รวมถึงคุณหมอบางคน คุ้นหน้ากันหมด
ถ้ามีตราสแตมป์การเหยียบ รพ แม่คงได้ยอดสะสมอันดับ 1 ชัวร์
ซึ่งทำให้พ่อ กับเราเป็นนักเยี่ยมไข้ VIP ไปด้วย
เพราะพ่อไปส่งไปรับ ส่วนเราเด็กเดินตาม
 
เมื่อวาน ได้มีโอกาสอยู่ในวงสนทนา ของคุณหมอ กับญาติๆ
คือ ป้า (พี่สะใภ้พ่อ) ไม่สบาย เดิมเป็นโรคไต ซึ่งต้องฟอกไตทุกวีค
แล้วตอนนี้มีอาการของกำเริบในระยะที่ 4 ของมะเร็งตับ ซึ่งตัวคนไข้เอง ยังไม่ทราบ
ระหว่างที่คุณลุง สามีป้า นั่งคุยกับป้าข้างๆ เตียงในห้อง
ตัวคุณป้าเองก็กำลังสดใส เพราะดีใจจะที่คุณหมอจะให้กลับบ้าน
หลานสาวตัวเล็กๆ วิ่งเล่นไปมารอบๆ ด้วยความไร้เดียงสา
ก็เป็นเวลาเดียวกับที่คุณหมอ กำลังให้คำปรึกษากับ ลูกสาว และลูกชาย ของป้า
โดยมีพ่อ แม่ เรา สามีของลูกสาวป้า ยืนฟังอยู่ด้วย อย่างเคร่งเครียด
 
สาเหตุที่หมอต้องยืนฟัง และให้คำปรึกษาด้วย
เพราะ คนในครอบครัวยังหาข้อสรุปที่ตรงกันไม่ได้
 
ลูกชายคนน้อง อยากให้คุณหมอรักษาถึงที่สุด ให้อยู่นาน และอยู่ดี (เท่าที่ร่างกายจะอำนวย)
ซึ่ง ณ ตอนนี้ถึงรู้ว่าเป็นแคนเซอร์ ก็ต้องเจาะตับ เอาชิ้นเนื้อออกมาวิเคราะห์ดู
เพื่อวิเคราะห์ว่าจะเหมาะกับการให้ยาแบบไหน เพราะเชื้อแต่ละชนิดมีผลกับยาต่างกัน
การให้ยา ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะหาย แย่ลงกว่าเดิม ก็เคยมี
รวมถึงการเจาะ อาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อ และผิดพลาด
ซึ่งในคนไข้ที่เป็นโรคไตอยู่แล้ว ก็เสี่ยงอยู่พอควร
 
ส่วนลูกสาวคนพี่ อยากนำตัวป้ากลับไปให้พักผ่อนอยู่บ้าน
รักษาทางธรรมะ ให้ป้าได้อยู่กับลูกหลาน และคนใกล้ชิด ไม่อยากให้แม่เจ็บตัว
เพราะเจ็บตัวไปก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานกว่าไม่เจ็บตัวหรือไม่
 
คือ มันเป็นไปได้ยาก ที่คุณหมอจะสามารถชี้ชัดว่า
ควรจะเดินหน้ารักษาอย่างเต็มที่ หรือปล่อยไว้แบบนี้
รักษาอาจยื้อชีวิตได้ แต่เจ็บตัวมาก หรือ รักษาแล้วอาจไปเร็วกว่าเดิม
ถ้าไม่รักษา ให้ป้าแกได้อยู่กับครอบครัว อาจจะช่วยให้สบายใจ
หากมีกำลังใจดีอาจอยู่ได้ 1เดือน 3 เดือน หรือเป็นปีเลยก็ได้ 
แต่ถ้าไม่มียาช่วยกดภูมิ เชื้อร้ายที่แพร่กระจายอยู่
ก็ทำให้ร่างกายทรมานเจ็บปวด จากเดินได้ กินได้ ก็อาจทำอะไรไม่ได้เลย
 
สิ่งที่หมอทำได้ ก็เพียงแค่อธิบายถึง สิ่งที่น่าจะเป็นในแต่ละทางเลือก
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับ คนในครอบครัวเอง ว่าจะตัดสินใจอย่างไร
ซึ่งการตัดสินใจนั้น ก็ควรเป็นสิ่งเดียวกัน เห็นชอบด้วยกัน จะดีกว่า
 
เราเองถือว่าเป็นหลานนอก หรือคนนอกนั่นเอง ซึ่งยากที่จะช่วยแสดงความคิดเห็น
ว่าจะให้เค้าเลือกทางใด เพราะมันไม่สามารถย้อนกลับมาทดลองทำอีกทางนึงได้อีกแล้ว
แต่ส่วนตัวเรา รู้สึกว่า คุณป้าน่าจะได้รับรู้ว่า ณ ตอนนี้ร่างกายเค้าต้องเผชิญกับอะไรอยู่
ให้เค้ารู้ว่าเค้ามี option อะไรบ้าง แล้วแต่ละทางเลือก ผลลัพธ์น่าจะเป็นอะไร
ตัวเค้าเองอยากได้แบบไหน อยากให้บทสุดท้ายของชีวิตเป็นไปในทิศทางใด
 
เราเห็นด้วยกับตอนที่คุณหมอ พูดว่า
พวกเราอย่าไปคิดแทนคนไข้เลยครับ พวกเราอยู่ในวัยหนุ่มสาว อาจมีความคิดแบบนึง
แล้วไม่คิดหรอครับ ว่าคนไข้ใช้ชีวิตมาขนาดนี้แล้ว เรื่องร้ายๆ เค้าเจอมาเยอะกว่าเราเท่าไหร่
ทำไมถึงคิดว่าเค้าจะรับไม่ได้ คิดว่าเค้าจะไม่เฉลียวใจหรือ คนแก่ไม่ใช่ ไม่ฉลาดนะครับ
คิดว่าคุณแม่ของคุณ ยังมีอะไรที่เค้าอยากทำ แล้วยังไม่ได้ทำอีกหรือเปล่า
ควรให้เค้าเตรียมใจจะดีไหม
 
คุณหมอยกตัวอย่าง คนไข้ เตียงนึง เป็นแบบนี้เหมือนกัน อยู่ได้อีกไม่นาน
คำขอสุดท้ายคือ อยากไปงานบวชลูกชาย ที่จะบวชให้
หมอยื้อสุดชีวิตเลย ให้ยา ฉีดยา กดภูมิให้ ให้แกเดินทางได้
เช้ามืด จับใส่รถเข็น ไปงานบวชลูกชายที่ต่างจังหวัด แค่นี้คนไข้ สบายใจแล้ว
วันถัดไป หลวงพี่ก็ยังมาเยี่ยมที่ รพ เลย ขอบคุณคุณหมอใหญ่โต
เพราะช่วยทำให้คุณแม่เค้าสุขใจ ก่อนจากกัน
 
แล้วก็ตอนที่คุณหมอ บอกว่า
จริงๆ แล้ว การที่พวกเรามายืนคุยกันแบบนี้ หากเป็นเมืองนอก ผมคงโดนฟ้องไปแล้ว
เนื่องจาก เรื่องของคนไข้ คนไข้จะมีสิทธิ์ขาด ที่ได้รู้เรื่องก่อนเป็นอันดับแรก
เพราะมันคือชีวิตเค้า เค้ามีสิทธิ์อย่างเต็มที่ ว่าจะจัดการกับชีวิตเค้าอย่างไร
 
แต่พี่สาว และน้องชาย ซึ่งใกล้ชิดกับคุณแม่เค้ามาโดยตลอด ก็รู้ว่า
คุณแม่เค้า มีจิตใจที่ไม่เข้มแข็งพอ กับเรื่องแบบนี้ แน่นอน
การบอกไป อาจทำให้อาการทรุดลง อย่างไม่จำเป็น
 
ดังนั้น คุณหมอจึงให้คนไข้กลับไปอยู่บ้านก่อน 1 อาทิตย์
เมื่อได้ข้อสรุปในทิศทางเดียวกันแล้ว ค่อยมาคุยกับคุณหมอใหม่ ว่าจะเอาอย่างไร
เพราะอาทิตย์เดียว ไม่ทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่
 
ตอนหลังๆ เราก็ไม่ได้ยืนฟังมากแล้ว แม่เค้าก็ กำลังคุยไปน้ำตาไหลไป 
เราเลยไปชวนน้อง ที่เป็นลูกสาวเค้าเล่นไปเรื่อย เบี่ยงเบนความสนใจ
 
พอแยกย้ายกันกลับ เราก็ยังคุยกับแม่ต่อเลย ถ้าเป็นเรา
นอกเหนือจากตาย peacefully เราว่าเป็นมะเร็งตาย ดีกว่าเป็นอุบัติเหตุตายนะ
หากเราเลือกได้ เราอยากรู้เวลาที่เหลือของชีวิต จะได้เป็น happy hour
ให้เราได้ทำอะไรที่อยากทำ no excuse ให้ผลัดวันประกันพรุ่งอีกต่อไป
ได้บอกลาคนที่รักอย่างจริงจัง เพราะเราจะจากไปจริงๆ ไม่ได้ล้อเล่น
รวมถึง ยังได้เตรียมงานของตัวเองด้วย
 
แต่ก็อย่างว่า เป็นเพราะเราคิดในวัยที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง ไม่มีความกลัว
ไม่มีภาระ ไม่มีลูกหลาน ที่อยากอยู่ดูการเติบโต ไม่ได้ผ่านอดีตมากมาย ให้ระลึกถึง 
ดังนั้น หากเรารู้ว่าจะต้องจากไป อาจเป็นการทำใจได้ง่ายกว่า
 
 
นึกถึง เรื่อง The Bucket List หนังที่มีคนแก่ 2 คนดำเนินเรื่อง ค่อนข้างกินใจ
ถ้ามีโอกาส ลองหามาดูกัน Jack Nichoson กับ Morgan Freeman
ชายชรา 2 คน ที่มี background ชีวิตที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
มาเจอกันโดยบังเอิญ ที่ห้องในโรงพยาบาล เพราะมะเร็งขั้นสุดท้าย ทั้งคู่
แล้วทั้งสอง ก็ได้ร่วมเดินทาง สานฝันที่คั่งค้าง ก่อนลาโลกนี้ไป
When he closed his eyes, his heart was opened.
 
ครอบครัวเรา ยังคงเป็นกำลังใจ ให้ครอบครัวของคุณป้าอย่างแน่นอน
ตราบใดที่ยังหายใจ ขอให้ยังยิ้มได้ก็พอ
 
May Jesus bless you na ka.
Advertisements

เกาะหมาก…สยองขวัญ

 
ช่วงนี้เห็นหนังเรื่อง มหาลัยสยองขวัญ กำลังเข้าฉาย เลยขอยืมชื่อมาใช้นิดหน่อย
เพราะต่อจากนี้ เมื่อพวกเราพูดถึงเกาะหมาก ก็จะมีตำนานเล่าขานไม่รู้จบเหมือนกัน
 
เมื่อได้ยินคำว่า ทะเล คำชวนจากพี่ต้อม ก็รีบตกปากรับคำ (น่าตบปากตัวเองนักเชียว 555)
จุดมุ่งหมายคือ เกาะหมาก รีสอร์ท ณ จังหวัดตราด ศ 30 – อา 1 ตค
ซึ่งเป็น package ที่ลี่ซื้อไว้นานแล้ว งานไทยเที่ยวไทย แล้วยังไม่ได้ใช้ซักที
ไปก่อนฮัลโลวีน 1 วัน และกลับก่อนวันลอยกระทง 1 วัน
ผู้ร่วมเดินทางผจญภัย มีรายนามได้แก่ เหม่ยลี่ (เอาชื่อให้เข้ากับหนังยอดฮิต)
พี่น้อง ขวัญ พี่น๊อต เรา และจุ๊ รวมเป็น 5 สาว 1 หนุ่ม
อย่าเข้าใจว่า เป็นชายหนุ่มคนเดียว แล้วจะรับศึกหนัก
หน้าที่ของจุ๊ ไม่มีอะไรมาก กลางคืนเมาเหล้า กลางวันนอน จบ กร๊ากก
แต่ทริปนี้ จะไม่มีพี่ต้อมเข้ามากเกี่ยว เพราะหล่อนชวน แล้วชิ่งไปติดงานกับลูกค้า
บอกว่าจะตามมาวันเสาร์ ก็ดั๊นติดลูกค้าอีก …ทำไมถึงทำกับหนูด้ายยย…
แต่หารู้ไม่ว่า…what’s happen it’s happen for reasons!
ทีแรก พี่ต้อมคงโกรธนาย หัวฟัด หัวเหวี่ยง ที่ไม่ให้ลางาน
แต่ หากพี่ทราบถึงเหตุการณ์ที่พวกเราเจอกันบนเกาะ
ตอนนี้ พี่ต้องคงเอานายขึ้นหิ้ง บูชา 3 เวลา หลังอาหาร ชัวร์
 
" Day one : Amazing race "
เมื่อปราศจากพี่ต้อม เราเลยนัดกับพี่น๊อต เพื่อไปจุดนัดพบที่บ้านพี่น้อง
(ปล.แม่พี่น้องน่ารักมาก เห็นแล้วรู้เลย ว่าพี่น้องสวยมาจากไหน^^)
พี่น๊อตบอก นัดเจอฝั่งตรงข้ามเซนทรัลลาดพร้าว ตอนเช้า 6.30 น.
พ่อกะแม่ก็ขับ รถไปส่ง จอดรอ คุณหนูมาก ฮิฮิ ซักพักพี่น๊อตก็มาถึง 
พี่แกรก็พาเดินตระเวนหาวินรถตู้ เพราะพี่น๊อต ก็ไม่เคยขึ้นเหมือนกัน
พอเจอ ก็พบรถตู้เก่าๆ 1 คัน จอดรอ ยังไม่มีคนขึ้น กำลังเล็งอย่างร่าเริง นั่งตรงไหนดีหนอ
คนขับรถก็เดินมาถาม ว่าลับๆ ล่อๆ จะไปไหนกันคุณ ก็บอกไป ว่าไปบางนา 
เลยได้ความว่า วินนี้รับเฉพาะ คนรู้ใจ! รับแต่ขาประจำเท่านั้น คนนอก อย่ามาเสนอหน้า 
แป่วว ขาจร อย่างเราสองก็ทำหน้าอินโนเซ้นต์แล้วรีบเดินหนีไป
 
สุดท้าย พี่น๊อตลากขึ้นรถเมล์ ใช่เลย รถเมล์ ปอ. ทางด่วนไปลงบางนา
19 บาท ไม่ต้องง้อรถตู้มัน ตรูเครียด บอก พี่น๊อตว่า เรียกแท๊กซี่ก็ได้นะ
แต่ไม่ทันแระ พี่น๊อตไม่ให้เวลาคิด ลากขึ้นรถเมล์เลย
พี่แกรบอก ไม่ต้อง รถเมล์ไปได้เหมือนกัน เออ ดีพะรุงพะรังกันขึ้นไป
ลงซอยบ้านพี่น้อง แล้วต่อเข้าไปโดย มอเตอไซด์วิน เออ บรรลัยได้อีก
โทรหาพี่น้อง ให้บอกทางพี่วิน แล้วนั่งซอกแซกๆ กันเข้าไป โอ้ วิบากได้โล่ห์
ถามพี่น๊อตว่า นี่เรามาแข่ง amazing race asia อะไรกันหรือเปล่าคะพี่ขา
ประเดิมทริปด้วยความทรหด มาก 555
 
นัดกันบ้านพี่น้อง 7.30 น. แต่เอาจริง ออกเดินทางกัน 8 โมง
พอจะมีบ้างไหมที่คนไทยจะไม่เลท กร๊ากกก
พี่น้องนั่งรออยู่บ้านชิวๆ พี่น๊อตกะเราก็มาแบบชิววิบาก แต่ตรงเวลานะขอบอก
ส่วน จุ๊ขับรถมาพร้อมกับลี่ และขวัญ จุ๊ แฮงค์ ยังไม่ได้นอน มัวแต่กรอกเหล้า
 
มองเห็นเครื่องดื่ม ทั้งแอลกอฮอล์ นอน-แอลกอฮอล์ และของกิน ที่วางอยู่ก็ตกใจ
ไหนบอกกันว่าไป 3 วัน แม่เจ้า! นึกว่าเทศกาลรวมตัวกันสังสรรค์ ของนังลำยอง ทั่วประเทศ
(ต้องอธิบายว่า เครื่องดื่ม ของกิน ทั้งหมด เตรียมไว้ก่อนที่จะรู้ว่า พี่ต้อมไม่สามารถมาได้
ประมาณ 2/3 อ่ะ เป็นส่วนที่เตรียมให้พี่ต้อม)
สมใจขวัญมาก ขวัญบอกว่า งานนี้ต้องไปเมา ไม่มาววว ไม่กลับกรุงเทพ
ทำไมมันไม่นั่งเมาที่บ้านหว่า ต้องลำบากเดินทาง เพื่อไปเมา ได้อารมณ์มาก
พอขึ้นรถกันหมด ทั้งคน ทั้งของ ก็เข้าสู่ช่วงเอนเตอร์เทน ฉายดีวีดี หนัง ดูคอนเสริต์ ไรๆ
แหม สปอรต์ไรเด้อ ของพี่น้อง นี่ มันโซไฮ จริงๆ So much Hi-so! นั่นเอง
เดินทางไป ก็แวะปั๊มไปเรื่อย กินข้าวเที่ยง แวะปั้มหา amazon
ระหว่างทางแวะทำสังฑทานชุดใหญ่ กับเจ้าอาวาสที่ วัดเขาซก ด้วย
ซักพักก็ถึง ก่อนเรือออกแป๊ปเดียว เป็นกรุ๊ปสุดท้าย กว่าจะขนสัมภาระลงเรือหมดอีก
สปีดโบ๊ทออกบ่าย 2 โมงตรง วิ่งชมทะเลสีสวยๆ ไป 40 นาที ก็มาเหยียบ เกาะหมาก เย้!
 
ขึ้นจากเรือ ก็ถ่ายรูป ขนของ เช็คอิน นอนกลิ้งในห้องพัก ถ่ายรูปๆๆๆ
อ่อ ห้องพักของพวกเราเป็น Family Delux มี 2 ชั้น บันไดไร้ราวจับอยู่นอกตัวบ้าน
สองนอน สองน้ำ มีชิงช้าหน้าบ้านเป็นโซนนั่งเล่น มีที่อาบแดดด้านบนด้วย
ทำไรซักพัก ก็เดินสำรวจรีสอร์ท เดินเหยียบทะเลนิดๆ พอซนๆ พรุ่งนี้ค่อยเอาจริง
มีร้านไปรษณีย์ เขียนโป๊ดการ์ด แล้วส่งได้เลยด้วย หูยย ชอบๆ ไว้ค่อยเขียนตอนกลับ
 
พอเริ่มค่ำก็ถึงเวลาทำบาร์บีคิวเกาหลี ที่เตรียมมากันเอง เอาเครื่องปิ้งไฟฟ้ามาด้วย
หมูหมักเกาหลี ไก่หมักเกาหลี หมูหมักงา อย่างละ 1 กิโล
ฝีมือลี่ ขยำเองกะมือ รสชาติเข้าเนื้อมาก อึ้งละซิ เป็นบุญมากนะเนี่ย ได้กินฝีมือลี่เนี่ย
ยังมี ยำสาหร่ายญี่ปุ่น ปูอัด แฮม ไส้กรอก เบคอน สารพัดผัก และน้ำจิ้ม 2สูตร
แถมยังสั่ง ข้าวผัดทะเล+ข้าวผัดผงกระหรี่ทะเล 2จานใหญ่ๆ มาจากร้านในรีสอร์ทด้วย
กินกันจนท้องระเบิด ย่างเผื่อหมาแถวนั้นก็แล้ว ก็ยังไม่หมด จึงเก็บใส่ตู้เย็นไว้กินมื้อถัดไป
 
แยกกันอาบน้ำ แล้วก็ถึงเวลา ตั้งวงเมา สานฝันเพื่อขวัญ ขวัญดื่ม จุ๊บิ้ว
ส่วน พี่น๊อต พี่น้อง และเรา ขอนิดๆ เพราะพี่น้อง แก้วเดียว ชนแล้ววาง
พี่น๊อต กะเรา แพลนว่า พรุ่งนี้จะตื่นเช้า เพื่อไปดูพระอาทิตย์และเดินทะเล
ลี่ มาหลังสุด ไม่ใช่แค่มาร่วมวงหลังสุดเท่านั้น แต่หล่อนเมาสุด
ทำเอาขวัญเสียเซลฟ์ อ้าวคนจะเมา มันตรูนี่หว่า ลี่ขโมยซีนมาก หายเมาเลยขวัญ
ไม่เมาธรรมดา เมาแบบลุกไม่ได้ หิ้วปีกหนีบกันไต่ลงกะได ที่ไม่มีราวจับ
555 สาเหตุแห่งการเมา บาร์คาดี้ 4 ขวด ช่ายยย แค่ 4 ขวด ลี่เมายับ
เปลี่ยนจากเหมยลี่ เป็นเหมยรั่ว ทันที ปกติชั้นโอเคกว่านี้ค่ะ! 555
พี่น้องอธิบายว่า คนเพิ่งเคยหัดกินเหล้า ตอนอายุ 30 ก็งี้ รั่วมาก
 
แยกวงกันซัก เที่ยงคืนกว่า พี่น๊อตกะเราจองห้องบน ไม่อยากอยู่กะคนเมา 555
พี่น้อง คุมทีมลูกเมา ขวัญ ลี่ จุ๊ ลงไปนอนข้างล่าง
นอนไป ซักตี 1 พี่น้องขึ้นมาเคาะห้องเรียก จะเอาของ
ซักตี 2 ขวัญ มาเรียกหาพลาสเตอร์ยา เดินเตะประตูห้องน้ำ เลือดสาด
พี่น๊อต กะเรา ก็หลับๆ ตื่นๆ กันตลอดคืน มันก๊อกๆ แก๊กๆ เอี๊ยดอ๊าดๆ เสียงไรบ้างก็ไม่รู้
นอนสวดทั้งคืน นึกว่า ผีหลอก เพราะก่อนนอน พี่น๊อต แอบจะเล่าเรื่อง มหาลัยสยองขวัญ
แล้วก็ เพื่อนพี่เค้า เจอคนตายในสระว่ายน้ำที่บ้าน แต่เราเบรกไว้ก่อน แค่จั่วหัว ก็ขนลุกแล้ว
ก็นอนหลับๆ ตื่นๆ มีตื่นมาคุยกันนิดหน่อย แล้วก็หลับไป ตื่นอีกทีก็ ตี 5 พอดี
 
 
" Day two : ????? "
หลังจากลืมตามา ก็ดูทะเล โดยการเปิดม่านในห้องนอน แล้วมองดูคลื่น ขี้เกียจกันมาก
ไม่ได้ลงไปเดินกันหรอก สุดท้าย ซักพัก อาบน้ำ เตรียมตัวไป breakfast ตอน 8 โมงเช้า
มี พี่น้อง พี่น๊อต กะเรา ส่วนคนเมา บรรทมรับวันฮัลโลวีนต่อไป
สายๆ หน่อย ระหว่างการกินอาหารเช้า ก็ได้รับโทรศัพท์ จากลี่ ว่า หาโทรศัพท์มือถือไม่เจอ
เงินหาย งง สิคุณ นี่มันเมากันขนาดไม่รู้ว่าเอาของไปไว้ไหนบ้าง
 
แต่ลี่มั่นใจว่า ต้องมีขโมยแน่นอน ฟันเฟริม!!!
จึงมาเจอกัน ที่ reception รอคุยกับเจ้าของรีสอร์ท
ระหว่างนั้น ก็ได้ทราบเรื่องว่า บ้านหลังที่อยู่โซน Sweet เงินหาย หมื่น4
โดยลักษณะเดียวกัน กระเป๋าอยู่ครบ หายแต่เงินธนบัตรเท่านั้น
บ้านเราสำรวจแล้ว โทรศัพท์ 2 เครื่อง เงินสด 400 ของลี่ 800 ของจุ๊
นาฬิกา channel ของ ขวัญ และนาฬิกา Seiko ของจุ๊
เคราะห์ดี เงินกองกลางยังอยู่ครบ เพราะลี่ ไม่ได้ใส่กระเป๋าตัง ใส่ถุงไว้แทน
คนร้ายคงจะเล็งแต่กระเป๋าตังเท่านั้น
 
ห้องข้างล่าง นอน 4 คน ของหาย 3 คน พี่น้องเป็นคนเดียวที่รอด 
เหตุเพราะ นางฟ้าเห็นใจ เพราะพี่น้องทนใช้กรรมต่อไปไหวแล้ว!!!
นางฟ้าคงมาบังให้ หรือไม่ก็ดลใจขโมย ไม่ให้สร้างกรรมให้พี่น้องอีกแล้ว
(อันนี้ มาจากช่องดูดวงในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ตรงมากนะคะพี่คะ)
 
ม้นน่าฉงนไหมหล่ะ ของที่หาย มันวางอยู่ในตู้เสื้อผ้า อยู่ในสุดของห้อง
ต้องเดินจากประตูเข้าไปสุดห้อง แล้วผ่านคนอีก 4 คน ที่นอนเรียงรายอยู่
โดยไม่มีใครรู้สึกตัว 4 คน ไม่มีใครรู้ตัวว่ามีคนเดินผ่านปลายเท้า โอ้ว
ก็ดีแล้ว ที่ไม่มีใครตื่นขึ้นมาเห็น ถ้าเห็นก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไรเหมือนกัน
นี่มันเข้าถึงตัวเลยนะเนี่ย บรื๊ออออ…
 
แท๊นนนน แท่นนนนน!!!! ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป สนุกสนานกันมาก
ไม่มีใครสลด ทุกคน ใจมั่น ยิ้มได้ เมื่อภัยมา ร่วมกันเฮฮา
 
เจ้าของรีสอร์ทมา ประมาณ 10 โมง สรุปเรื่องให้ฟัง ตามตำรวจมา
ตำรวจต้องรอมาพร้อมเรือ ที่จะเข้ามาเกาะ ถึงซัก 11 โมงครึ่งน่าจะได้
พอมาถึง ก็ถ่ายรูป สัมภาษณ์ซักถาม ค้นที่พัก คนงานของรีสอร์ท
ระหว่างนั้นได้รับแจ้งว่ามีบ้านนึง พบมือถือ โดยแม่บ้านเป็นผู้พบในบ้าน
ตอนพี่ตำรวจมา พวกเราคงบ้าหนังกันเยอะ บอกพี่ตำรวจว่า
พี่คะ ตรวจลายนิ้วมือบนประตู บนกระเป๋า ดีไหมคะ CSI กันมาก
พี่ตำรวจบอก เอ่อ ตอนนี้ พวกน้องจับกระเป๋ากันเละ รอยนิ้วทับกันไปหมดแล้ว 
จริงๆ พอหลังเกิดเหตุปุ๊ป พวกเราควรเอาเทปเหลืองมากั้น และห้ามแตะสิ่งของ
เพื่อคงสภาพให้ใกล้กับของเดิม หลังจากโดนคนร้ายจับต้อง ให้มากที่สุด
เพ้อ นะเนี่ย จินตนาเกินไปเข้าไป ฮา กันมาก
ตำรวจถามว่า จะแจ้งความไหม สถานีตำรวจที่เกาะกูด ห่างไป 40 นาทีสปีดโบ๊ท
 
พวกเราคุยกันไปกันมา  พี่น้อง เสนอว่า มันเป็นเรื่องที่พวกเราควรทำ
สละความสุขส่วนตัว เพื่อส่วนรวม อย่าคิดว่าเป็นการสเดาะเคราะห์ ปล่อยๆ ไป ไม่ได้
การแจ้งความมีประโยชน์คือ อย่างน้อยลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน อาจเป็นประโยชน์
และเราก็ไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเจอเหตุการณ์แบบพวกเราอีก
แล้วหากจับคนร้ายได้ ก็เป็นการเพิ่มโทษให้เค้าด้วย หากมีเจ้าทุกข์หลายๆ ราย
ถึงแม้เป็นการลักทรัพย์เล็กน้อย ก็ไม่ควรปล่อยคนชั่วลอยหน้าอยู่ในสังคมของพวกเรา
 
โอเค ไปคะ ไปแจ้งความ
การแจ้งความนั้น ต้องเอาผู้เกี่ยวข้องไปด้วย อันได้แก่
1. บ้านเรา 6 คน มีผู้เสียหาย 3 คน
2. บ้าน Sweet ผู้เสียหาย 2 คนชายหญิง และเพื่อนเค้า 2 คน อยู่บ้านข้างๆ ไปด้วยกัน
3. บ้านที่โทรศัพท์ไปโผล่ในบ้าน มาเป็นครอบครัว 8 คน
4. แม่บ้าน ที่พบโทรศัพท์ 2 คน
 
โทรศัพท์ที่พบ เป็นของ ขวัญ ซึ่งจากการคาดเดากันเอง คิดว่า โจรคงปิดไม่เป็น
เพราะเป็น PDA นำเข้า ปิดค่อนข้างยาก หากไม่เคยใช้ 
โจรคงกะทิ้งไว้ หรือไม่ก็ทำหล่น ตอนเข้าหวังขโมยของในบ้านนั้น
คิดกันเพ้อมาก จินตนาการบรรเจิด ทุกความเป็นไปได้ เป็นไปไม่ได้ก็ยังคิด
 
เจ้าของรีสอร์ท ให้เข้าเนทปรินซ์รูป โทรศัพท์ทัชสกรีนของลี่ กะ นาฬิกาจุ๊ ไปให้ตำรวจ
ส่วนของ ขวัญ โทรศัพท์ได้คืนแล้ว เหลือแต่นาฬิกา ซึ่งคิดว่าไม่แจ้งยี่ห้อดีกว่า
บอกแค่สีและลักษณะ เพราะเป็น Channel ก๊อป เกรด A ถึงแม้จะมีมูลค่าถึง 3  พันบาท
แต่ อาจโดนจับข้อหา ใส่ของละเมิดลิขสิทธิ์ แทน ฮ่าๆๆๆ
 
จริงๆ โปรแกรมทัวร์วันนี้ คือ ช่วงเช้า นั่งรถเที่ยวรอบเกาะ ช่วงบ่าย ดำน้ำเกาะขาม
ส่วนอาหารมื้อค่ำ จะเป็นปาร์ตี้บุฟเฟ่ซีฟู๊ดบาบีคิว อูยย น่าอร่อย
 
แต่เปลี่ยนเป็น ช่วงเช้า คุยกับตำรวจ ช่วงบ่าย เดินทางไปเกาะกูด 555 ได้ไปฟรีเลย
ทั้ง 20 ชีวิต ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เกาะกูด รอบสามโมงกว่าๆ ถึงซัก 4 โมงเย็นได้
ถ่ายรูปคู่รถตำรวจ ไรๆ แล้วก็ขึ้นนั่งรถกะบะตำรวจ ไปโรงพัก
ระหว่างทาง ถ้าใครมาเห็น อาจนึกว่า พวกนี้โดนจำข้อหาเล่นไพ่ ตาละบาท กร๊าก
หน้าตาระรื่น ชื่นมื่นสุดเดช นั่งท้ายกะบะกันไป ซัก 10 นาที ก็ถึงสถานีตำรวจเกาะกูด
โอ้วววววววว ร้างงงงงงง มาก วันนี้มีสารวัต อยู่ 1 ท่าน
ตำรวจเตือนว่า กรุณาอย่าเดินเล่นด้านล่างของโรงพัก เพราะงูจงอางชุมมาก
พวกหนูจะไปไหนได้คะ อยู่บนเขาป่าซะขนาดนี้ 7-11 ก็ไม่มีให้ช๊อปปิ้ง ซะหน่อย
 
ท่านก็เริ่มปฎิบัติหน้าที่ของท่านไป ในห้องสอบสวน
ทีแรก ก็นึกว่าแจ้งความซัก 1 ชม คงเสร็จ กลับไปทันบาร์บีคิวมื้อเย็น
ที ไหน ได้!!!! ชีวิต เต็มไปด้วย ความไม่แน่นอน Life is like a box of chocolate!
กลายเป็นคดีบานปลาย ใหญ่โต detail ยุบยับ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน พันพัว โคนัน มาก
สอบสวนเดี่ยว หมู่ หมู่ เดี่ยว แต่ละหลัง และพยานแวดล้อมไปเรื่อย
จาก 4 โมงเย็น ยิงยาว ไปถึง ตี 5 ครึ่ง!!!!!
สารวัตค่ะ สารวัต ซักถามคนเดียว ไม่หยุดขนาดนี้ สารวัตเป็น android หรือเปล่าค่ะ?
 
ใครเลย นึกว่าชีวิตนี้ จะได้มานอนหน้าคุก หน้าคุกจริงๆ เพียงแต่ไม่มีนักโทษอยู่ข้างใน
ชีวิต ช่างตื่นเต้นเสียนี่กระไร นั่งๆ นอนๆ ครบทุกท่าแล้ว เจ็บก้นไปหมด
ก็เวียนเข้าๆ ออกๆ ห้องสอบสวนกันไป พี่ตำรวจที่พามา ก็ออกไปซื้อข้าวกล่องให้กิน
จากบาร์บีคิวซีฟู๊ด เป็นข้าวกล่อง ผัดกระเพราปลาหมึก เผ็ดมาก กินกันไม่ค่อยได้
นั่งคุยกัน จากเดิม บ้านอยู่ติดกัน ไม่เคยเห็นหน้ากัน จนตอนนี้ รู้จักกันหมดแล้ว
 
รูปคดี ข้อมูล ขออนุญาติไม่เปิดเผย
เพราะอาจเป็นการพาดพิง ถึงบุคคลหนึ่ง บุคคลใด โดยไม่ยุติธรรม
 
แต่สุดท้าย ก็ได้ปล่อยตัวกันออกจากเกาะ เสร็จประมาณตี 5 ครึ่ง
สารวัตบอกว่า ถึงแม้เสร็จเร็ว ก็ไม่ได้ออก เพราะกลางคืนมืด คลื่นก็แรงมาก
ไม่ปลอดภัยในการเดินเรือ ยังไงก็ต้องรอจนเช้าอยู่ดี
พอมานั่งรอที่ท่าเรือ รอพระอาทิตย์ขึ้น รอฟ้าเปิด
ดาวเยอะ สวยระยิบเต็มท้องฟ้าเลย พี่ตำรวจชี้ดาว อธิบายใหญ่ ตามองดาว เท้าเหยียบทราย
ตรู ขามา ชุดอย่างร้อน เสื้อกล้าม ขาสั้น ขากลับอย่างหนาว นั่งเรือโต้ลม ขนลุกเกรียว
ดีนะ อาศัย ผ้าคลุมขวัญ กับลี่ กู้ชีวิตได้
 
ไม่ใช่ใครๆ จะสามารถมาใช้ชีวิตบนโรงพัก นอนหน้าคุก กันได้ง่ายๆ นะคะ
ต้อง ซรวย จริงๆ เท่านั้น กร๊ากก 5555555
ประสบการณ์ ที่หาซื้อไม่ได้
 
ลี่ เอ๋ย ตอนซื้อแพ็กเกจ ทำไมไม่อ่านให้ครบ ว่า แพ็กเกจ เกาะหมาก แถมขโมย 1 คืน
ไฮไลท์ พาทัวร์ โรงพักเกาะกูด อีก 14 ชม non stop! ประสบการณ์จริงในห้องสอบสวน
บริการอาหารแบบเบนโตะ(ข้าวกล่อง) และเปิดให้สัมผัสการนอนหน้าคุก 1 คืน ฟรี
 
 
" Day three : เช็คบิล "
กลับมาถึงเกาะหมากประมาณ 6 โมงครึ่งมั๊ง ก็มุดหัวกับหมอน ขอที่นอนนิ่มๆ
อาบน้ำ เตรียมตัว กิน อาหารเช้า หิวมาก
 
พูดถึงอาหารเช้า ขอเล่าเรื่อง ยัยป้า breakfast นิดนึง
คือที่นี่ ตอนเช้า เค้ามีเมนูให้ แล้วเราเลือกจากเมนู ได้ 2 อย่าง
เช้าวันแรก เราอยากกินแพนเค้ก  ยัยป้า breakfast บอก ไม่มีค่ะ
แต่ พอ ลี่ กะ ขวัญตามมาทีหลัง สั่ง ดันมี ไม่เป็นไร เก็บความแค้นไว้
เช้านี้ ต้องเอาให้ได้ เปิดปากสั่งเลย แพนเค้กค่ะ
ยัยป้า breakfast บอก ไม่มีค่ะ โอ้โห ปี๊ดสิคะ คนกำลังหิวๆ กรำคุก มาทั้งคืน
ป้าค่ะ เมื่อวานเพื่อหนูสั่งก็มี ทำไมต้องลีลา ป้าบอก เช้ามันยุ่ง ในครัวเค้าไม่อยากทำ
แต่.. แต่ ฝรั่งหน้าหล่อ โต๊ะข้างๆ นั่งหั่นแพนเค้กอยู่ เหลือบตา ให้ป้ามองตาม
โวยวาย อยู่แป๊ปนึง ยัยป้า breakfast ทำหน้างอ แล้วบอกว่า จะเอาแพนเค้กอะไร
เลยสั่ง แพนเค้กกล้วย กับ ไข่ดาว แล้วขอข้าวต้มกุ้ง
ยัยป้า breakfast บอก เยอะไป ทั้งไข่ ทั้งข้าวต้ม ทำให้ไม่ได้ อ้าว เข้าใจคนหิวกันบ้างไหม
แต่คนอย่างเรา เจอมาเย๊อะแล้ว เรื่องแค่นี้ ต้องผ่านพ้นได้ ไม่กินก็ได้ข้าวต้ม เออยอม
ได้แพนเค้ามา ขอบไหม้ ตรงกลางเกรียม -_-”’ รีสอร์ทนี้นี่ พอกันที
ยัยแพนเค้กเอ๊ย!!!
 
กลับไปนอนต่ออีกแป๊ป ก็ตื่นไปคุยกับเจ้าของรีสอร์ทกัน ทีแรก เค้าลดให้ 50%
แต่ก็คุยกัน นิดหน่อย สุดท้ายเค้าเห็นใจ หรือรำคาญ ก็ตอบยาก เค้าเลยบอกว่า
งั้น ยินดีจะจ่ายเท่าไหร่ ก็แล้วแต่แล้วกันนะครับ ผมต้องรีบไปทำธุระแล้ว ฟิ้วววว..
 
อืม พวกเราก็มีความยินดีที่จะจ่ายค่าเรือ ค่าน้ำไฟ แล้วก็ค่าอาหารตามจริง
สรุปทริปนี้ ใช้เงิน คนละ 1900 บาท เหอๆ ใครอยากเที่ยวถูกๆ ลองหาแบบนี้ดูนะ
 
ออกจากเกาะขึ้นเรือรอบ 13.30 น ก็กลับพร้อมกันทั้ง 3 หลัง ที่มีเรื่อง
จะบอกว่า ทั้ง 3 หลังที่มีเรื่อง ขามา ก็ลงเรือลำเดียวกัน อืม ลงเรือลำเดียวกันจริงๆ
เจ้าของ อาจคิดได้ว่า พวกเราเป็นแก๊งค์เดียวกัน มาสร้างสถานการณ์นอนฟรี หรือเปล่าหว่า
 
Hi-light เกาะหมาก
ขากลับ ตอนขับรถกลับ ก็ได้แวะเที่ยว ที่น้ำตก พริ้ว จังหวัด จันทบุรี
น้ำตกที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติ ปลาเยอะมากๆ เต็มน้ำตกไปหมด
แล้วปลาที่นี่ กินถั่วฝักยาวเป็นอาหาร ให้ถั่วฝักยาวปลากันเพลิดเพลินมาก
หลังจากนั้น ก็แวะกินอาหารมื้อค่ำ ข้าวต้มกุ๊ย แล้วก็ลอยกระทง พอดีเค้ามีจัดงาน
เป็นไง! ลอยกระทง มันล่วงหน้า 1 วัน รีบๆ ทำซะ ชีวิตไม่รู้มันจะเกิดอะไร
1 กระทง 6 คำอธิฐาน ให้ความซรวย มันลอยไปห่างๆ ชีวิต
แล้วก็เข้าสู่เขตเมืองบางนา ด้วยความสวัสดิภาพ เราแยกลงก่อน โทรให้พี่มารับ 
หากกลับพร้อมพี่น๊อต เกรงว่า จะได้วิบากอีกรอบ หมดแรงแล้วค่ะ ขอคืนร่างคุณหนูก่อนนะ
555 ขำๆ
 
กลับบ้าน ยังไม่ได้เม้าท์ดีเทล กับแม่พ่อ เท่าไหร่เลย เห็นเตียงก็รีบไสหัวนอนทันใด
 
จบแล้ว การพักผ่อน ที่ออกนอกแผนการณ์ การท่องเที่ยวเชิงไม่คาดคิด
เที่ยวทะเล แต่ไม่ได้ลงทะเล เอาชุดว่ายน้ำไป 2 ชุด แห้งสนิท ทั้ง 2 ตัว
 
เกิดอะไรขึ้นก็แล้วแต่ ตราบใดที่ไม่มีการบาดเจ็บ หรือถึงชีวิต   
เราถือว่า มันก็ยัง perfect อยู่ มันยังไหวอยู่ ได้อีกนะเนี่ย ^^
Staying alive!!
 
โชคดี ที่เพื่อนๆ ทุกคน มีทัศนคติ และอารมณ์ที่ดี
เหตุการณ์ของเรื่องที่ไม่คาดคิด ก็เลยกลายเป็นบรรยากาศดีๆ
ทำให้ไม่รู้สึกอะไรเลย นอกจากฮา
 
ทีแรก ก็เหวี่ยงๆ เจ้าของรีสอร์ทเหมือนกัน แต่พอมาคิดดู
เค้าก็คงทำเต็มที่ของเค้า ช่วยได้เท่าที่ช่วยได้แล้วหล่ะมั๊ง
แต่ถามว่า ไปอีกไหม แหมมม……
เราก็คงอยากไปหาประสบการณ์ที่อื่นบ้าง ดีกว่าเนอะ 
 
สิ่งที่ได้ คือ ประสบการณ์ชีวิตร่วมกัน มันส์จริงๆ พะยะค่ะ
 
ของฝากก่อนจาก 
1. ก่อนนอน เช็คประตูห้องนอนทุกครั้ง ว่าได้รับการล๊อกหรือไม่
2. ตู้เซฟ ตามโรงแรม รีสอร์ท เค้ามีไว้ให้ใส่ของมีค่า จริงๆ นะ ลองหัดใช้ดู 
3. จะทำอะไรก็ทำ อย่าผลัดวัน จะเล่นน้ำก็เล่นเลย จะเขียนโป๊สการ์ดก็เขียนเลย
 
 โปรดติดตาม Trip ต่อไป.
[มันยังจะเอาอีก???!!!?!?!!?]