Month: October, 2009

THE MERCHANTS OF BOLLYWOOD

 
วันนี้มีกิจกรรมโกอินเตอร์ สู่แดนภาราตะ กับพี่ต้อม พี่สาวคู่ใจ
แหมมมมม พูดเหมือนบินลัดฟ้าไปโน่น
จริงๆ ไปแค่พารากอน ณ โรยัล พารากอน ฮอล์ ก็เข้าสู่ประตู บอลลีวูด แล้ว
 
The Merchants of Bollywood เปิดแสดงเพียง 8 รอบเท่านั้น
พี่ต้อมกับเรา ดูรอบวันอาทิตย์ ตอน 13.00 น.
จองบัตรราคาต่ำสุด 900 บาท ขาดตัว ตามฐานะเหมือนเดิม
ไปหาพี่ต้อมที่บ้าน แล้วพี่ต้อมก็ขับรถทะยานพาไปด้วยกัน
ด้วยความที่พี่ต้อมไม่เคยหาที่จอดรถ ในพารากอนได้สักครั้ง
จึงไปจอดที่ central world แวะกินฟูจิเป็นอาหารเที่ยงเพื่อสุขภาพ
เพลินกันไปหน่อย เหลือเวลาอีก 10 นาที บ่ายโมง
ต้องควบ กันจาก central world มาพารากอน ด้วยทางเชื่อม sky walk
แต่จะ walk กันดั่งชื่อทางเชื่อม ก็คงไม่เหมาะสมกับเวลา
เลยสวมวิญญาณ สาวอินเดียกัน ทำเหมือนวิ่งเล่นกับพระเอก ข้ามภูเขา ประมาณนั้น
ยังไม่ถึงพารากอนดี สาวอินเดียต้อมบอกว่า ไม่ไหวแล้ว จุก
ใช่เลยพี่ สาวอินเดียหนึ่ง ก็จุก ไหนใครบอก อาหารญี่ปุ่นกินแล้วดีต่อสุขภาพ
ทำไม เราสอง ทั้งหอบ ทั้งจุก 5555 ฮามาก ก็เลยปรับเข้าสู่โหมด เดินเร็วแทน
สุดท้าย ไปถึง โดยแฮ่กๆ เค้าเต้นจบไปแล้ว 1 เพลง ได้ข่าว (พี่ staff ข้างหน้าบอก) 
ไปนั่งหอบกันต่อข้างใน
แต่แอบเห็น คนแขกๆ โพกผ้าบนหัว แล้วก็ผู้หญิงใส่สาหรี่ ก็มาดูกันพอสมควรนะ
แสดงว่าเค้าก็ ชื่นชม วัฒนธรรมในบ้านเค้าเหมือนกัน
กำลังนึกว่า ถ้าคนไทย อยู่ ตปท แล้วมีโชว์ โขน จะไปซื้อตั๋วแพงๆ ดูกันไหม?
ถ้าไม่ดู เพราะมันไม่น่าสนใจ หรือ เราไม่รู้คุณค่าของวัฒนธรรมคู่ชาติ?
 
การแสดงประมาณ 3 ชั่วโมง มีพักครึ่ง 20 นาที
ระหว่างพัก ก็ออกมาเดินดูของ เสื้อผ้า เครื่องประดับ อินเดียได้
เค้าจัดแสดงโชว์ และขาย เป็นบูธ หลายๆ บูธ
ส่วนใหญ่ราคาค่อนข้างสูง ต่างหูเป็นพันบาท กำไลเป็นหมื่นบาท
ก็สมราคานะ เราว่า ก็สวยจริงๆ
 
ในส่วนของการแสดง เนื้อเรื่อง ไม่ต้องบรรยายมาก ใครอยากรู้เรื่องหาอ่านเอาเอง
แต่การเต้น บรรยายไม่ได้ ต้องเห็นเองอีกเช่นกัน สุดยอด นะจ๊ะ อีนี่ นายจ๋า….
มันส์ทุกเพลง ทุกท่า choreographer บระเจ้ามาก ขอชื่นชม มีเพลงดูม-ดูม มาจาเล่ ด้วย
การแต่งกาย เจิดมาก ระยิบ ระยับ วาววับ วิ๊งค์ๆ เจ้าพ่อ เจ้าแม่ blink คงจะยกมือไหว้
(แอบนึกถึง ชุดลิเก ที่บ้านเราขึ้นมา แว๊บๆ 55 แต่ของเค้ามันพริ้วกว่าอ่ะ)
มันส์มาก ไม่ใช่แค่มันส์ มีแอบตลก แอบพูดไทย แอบซึ้ง แอบทำให้ตกใจด้วย
มีฉากนึง จู่ๆ นักเต้น โผล่มาตามแถวทางเดินหน้าที่นั่งเลย มีคนดูไปมีส่วนร่วมเต้นด้วย
ตอนสุดท้ายนี่ สุดๆ แล้ว พอไฟดับ ตะโกนขอ encore encore กัน แล้วเค้าก็เปิดไฟเต้นต่อ
ปิด-เปิดๆ สามรอบ ได้ข่าว ฮามาก ตบมือจนมือเจ็บ มือแดงไปหมด แถมยังกรี๊ดกร๊าดกันยาว
ตอนสุดท้าย ท้ายสุดจริงๆ เค้าก็ร้อง Jai-Ho โย่ๆ Jai-Ho โย่ๆ 555
Jai-Ho แปลว่า victory แล้วก็เป็น เพลงประกอบของ สลัมด็อก มิลเลี่ยนแนร์ ด้วย
 
จบแล้ว หันมองหน้ากันกับพี่ต้อมเช่นเดิม ไปเรียนเต้นแบบอินเดียกันเหอะ 555 
 
ประทับใจมากนะคะ ก่อนหน้านี้ ก็เพิ่งดูดีวีดี อินเดียเรื่องนึง ชื่อ Devdas
นำแสดงโดย นักแสดงหน้าหล่อมาก Shahrukh Khan
กับนางเอกหน้าสวย สุดริด Aishwarya Rai (Miss World 2004)
เนื้อเรื่อง ก็ธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือ การเต้น และเสื้อผ้านี่แหล่ะ
หนัง 178 นาที เรานั่งดูจบจบ ตาไม่กระพริบ ถ้าเล่าเรื่องปกติ ก็คงจบภายในครึ่งชม.
แต่นี่ รักก็เต้น ดีใจก็เต้น เศร้าก็เต้น เกลียดกันก็เต้น เป็นเพลงกันได้หมด เริ่ด!
ดูแล้ว ก็ได้เห็นวัฒนธรรมเค้าด้วยนะ ฉากงานแต่ง งานศพ วรรณะ ชนชั้น ไรๆ
ชอบมาก! อยากเป็นสะใภ้อินเดียบ้างจัง (ทำท่าอาย)
 
period! ^^
 
Advertisements

รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ

 
แรกทีเดียวไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย เพราะดารานำไม่ใช่ my favourite รู้สึกแค่ว่าชื่อมันแปลก
แต่ตอนไปดูหนังเรื่อง The Proposal ระหว่างรอเข้าโรง ก็ยืนดูตัวอย่างหนัง
main idea เหมยลี่ สาวออฟฟิต อายุ 30 โสด ไม่เคยมีแฟน เพื่อนๆ หนีไปแต่งงานกันหมด
คุ๊น คุ้น ring a bell มาก นั่นเลย นี่มันตัวตนใครหว่า ต้องขอไปดูซะแล้ว
แถมยังมีโอปอลล์เล่นด้วย อย่างน้อยก็ได้ฮาละนะ
 
แพลนไว้ว่า จะไปดูกับพี่เยาว์ เพราะหนังเข้า 15 ตค แล้ววันเสาร์ 18 มาทำงาน
จะได้ไปกินข้าว ดูหนังที่ esplanade เพราะใกล้ที่ทำงานเรา และใกล้บ้านพี่เยาว์ที่น่ารัก
ด้วยความที่แพลนอยู่ในใจคนเดียว ไม่ได้บอกล่วงหน้า นึกเอง เออเอง
พี่เค้าก็มีคนนัดไปดูเรื่องนี้ในวันเดียวกัน ซะแล้ว
แต่ด้วยความตั้งใจจริง พี่เยาว์จึงใจอ่อน สมเพชปนเห็นใจ ไม่ทราบได้
ท้ายที่สุดพี่เค้าก็ตัดสินใจทิ้งกลุ่มเพื่อน เพื่อมาดูหนังกับเรา อิอิอิ
 
พี่เยาว์เลิกเรียนจาก wall street เซ็นทรัล ลาดพร้าว แล้วมาจองตั๋วให้ก่อน
ไปเจอกันตามเวลานัดหมาย กินข้าวแกงกะหรี่ใส่ชีส กับสปาเก็ตตี้ ที่โคโค่ อิชิบังย่า
คุยกันเพลินๆ และเข้าโรงหนังตามเวลาอันสมควร
 
หน้าโรงพนักงานขอดูตั๋วหนัง ปรากฎว่าที่นั่ง D14 ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ที่นั่งที่จองมา (D14, D15)
เก้าอี้มันเสีย พนักงานขออนุญาตเปลี่ยนให้เลือกนั่ง A1-A4
เราก็ขอเดินไปดูก่อน โอ้ว นั่งได้ริมมาก ชิดขอบ
This is not right! ยอมความกันไม่ได้ จึงเดินออกมาเจรจาเหตุผลกับพนักงาน
"..เอ่อ น้องคะ นอกจาก A1-A4 แล้ว มีที่ไหนให้เลือกอีกหรือเปล่าค่ะ
เพราะแถวที่จองมันเป็นที่นั่งตรงกลาง มาจองตั้งแต่บ่ายโมง เพื่อดูรอบ 5 โมงนะคะ
แล้วทำไมไม่ set ที่นั่งเสียในระบบ ก่อนออกตั๋วคะน้อง พี่จึงไม่ได้ทราบก่อนนะคะ
ขอให้น้องเข้าใจ จิตใจของพี่ทั้ง 2 คน ณ ตรงจุดนี้ด้วย ขอบคุณมากค่ะ.."
น้องพนักงาน ก็ walkie-talkie คุยหงึกๆ หงักๆ กับผู้สามารถตัดสินใจ มั๊ง 
สุดท้าย เราทั้งคู่ก็ได้นั่งแถวบนสุด ค่อนไปทางตรงกลาง เป็น honeymoon seat โซฟาเบิ้มๆ
มีผ้านวมให้ด้วย กลิ้งเกลือก เอาขาขึ้นมาก่ายกันได้ เริ่ดค่า โอเค ผู้บริโภคแฮปปี้ค่ะ
 
กล่าวถึงตัวหนัง ก็กระแทกอารมณ์กันไป ฮาตลอดเรื่อง
ตามสไตล์หนัง GTH มาก ไม่เน้นพิศดาร ไม่ต้องทุ่มทุนสูง
เน้นบท อาศัยเซอร์ไพรส์ตัวประกอบ หน้าคุ้นๆ ตลอดเรื่อง
แต่ sensational and very touchy also itchy 555
มันจิกกัดตอกย้ำ ความรู้สึก ว่างั้น
 
เรื่องสะเทือนใจสุด แปลบๆๆ ก็คือ เพื่อนสนิทแต่งงาน
จริงนะ เมื่อเพื่อนรักเข้าสู่พิธีมีปั๋ว เค้าก็จะลืมเพื่อนอย่างเราไปเอง
เราก็ไม่สำคัญ ต่อเค้าอีกต่อไป จนนานๆ ไป ก็ไม่มีใครสำคัญ ต่อใครอีกแล้ว
อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป ต้องอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเอง ไม่มีคน share อย่างเก่า
หน้าที่ของเพื่อนดีๆ จบลง เมื่อต้องไปมีครอบครัว T-T
 
หนังเรื่องนี้เพ้อมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ผู้ชายดีๆ เพอร์เฟ็กๆ ยังมีเหลือ
อันนี้ไม่มีจริงบนโลกใบนี้ ซ้ำร้ายกว่านั้น 2 ปีผ่านไป ยังรออยู่ เว่อร์มาก
ไหนจะเป็นเรื่องราว โรงแมนติกๆ บนรถไฟฟ้า
แวร้กกก มันไม่มีจริ๊งงง อันตัวข้าพเจ้า นั่ง BTS มา 5 ปีแล้ว
ตอนนี้หันมานั่ง MRT เกือบปี ไม่เคยมีเหตุการณ์ไรเล้ยย
ว่ารอ airport link กับ bus lane เปิด ก็จะไปใช้บริการเปิดตลาดใหม่บ้าง 555
รวมๆ หนังน่ารัก ได้เพ้อเจ้อมากกก แต่ชอบ เรื่องเพ้อๆ นี่แหล่ะ เข้าทาง
 
เราว่าสาวๆ หลายๆ คน คงไปดูเรื่องนี้กันแหล่ะ
 
ฉากประทับใจที่สุดของเราคือ ตอนที่เหมยลี่ แกะกล่องของที่ลุงฝากไว้ให้
สิ่งของที่อยู่ในกล่อง พร้อมกระดาษแปะบรรยายความรู้สึกสั้นๆ
scence นี้แหล่ะ ชนะอารมณ์เลิศ!
 
เป็นหนังที่ดูเพลิน บันเทิงอารมณ์มาก หัวเราะตั้งแต่เริ่มจนจบ
เพ้อตามได้ แต่อย่าคาดหวังว่าจะเกิดในชีวิตจริงเชียว ฮ่าๆๆๆ
 
…โปรดส่งใครมารักฉันที
อยู่อย่างนี้มันเหงาเกินไป..!!!!! 
 
 

New York I Love You

 
หนังเรื่อง New York I Love You ดูกับ Banky
10 เรื่องสั้น กับอีก 1 transition จาก 10 ผู้กำกับ มาประกอบกัน
เดี๋ยวนี้เค้าฮิตแบบนี้กันเยอะนะ รวมกันเราขายได้ คนดูก็คุ้มได้ดูหลายสไตล์ ว่างั้น
หยิบยก เรื่องราวของความรักต่างๆ ที่เกิดขึ้นทุกๆ ที่ ทุกๆ วัน บนโลกนี้อยู่แล้ว
ใช้ฉากหลัง คือ แต่ละสถานที่มหานครนิวยอร์ก
บางคนอาจชอบ นิวยอร์ก จากความหลากหลาย มีคนจากหลายๆ เชื้อชาติ มาอยู่ด้วยกัน
สำหรับเรา เราว่า มันไม่มีเอกลักษณ์ เพราะมันปะปนๆ กันหมดนี่แหล่ะ
คนสัญชาติสหรัฐคือใคร accent แบบไหน ไม่รู้ เพราะมัน mix คลุกเคล้ากันมาแล้ว
หรือว่า นี่จะเป็นจุดเด่นก็ไม่รู้
ใครที่อยู่ หรือเคยอยู่ในนิวยอร์ก คงรู้สึกอินนะ เราว่า 
บางครั้ง ในความวุ่นวาย เราลองช้าลง แล้วมองสิ่งรอบข้างบ้าง อาจได้มุมมองใหม่ๆ
 
ตัวหนังดำเนินไปเรื่อยๆ จาก 10 เรื่อง มี 2 เรื่องที่เราชอบ (น้อยไปไหม?)
เราชอบตอน The upper west side กับ Brighton Beach
ส่วนเรื่องอื่นก็ดูไปเรื่อยๆ งง บ้าง ทิ้งไว้ให้คิดเอง แต่ขี้เกียจคิดบ้าง เป็นบางตอน
 
เรื่องที่ 1 ณ Chinatown ของ เจียงเหวิน
– พระเอกจัมพ์เปอร์เล่น เท่ห์ดี เป็นนักล้วงกระเป๋า สุดท้ายโดนลูบคม
 
เรื่องที่ 2 ณ The Diamond District ของ มิรา แนร์
– นักแสดงจาก slumdog นับถือศาสนาเซน เล่นกับนาตาลี พอร์แมน นับถือศาสนายิว 
– สงสัยว่า นาตาลี โกนผม จริงหรือไม่ เนียนเหมือนจริงมากนะคะ
 
เรื่องที่ 3 ณ Upper west side ของ ชุนจิ อิวาอิ
* เรื่องนี้เราชอบนะ น่ารักดี นางเอกที่เล่น penelopy โผล่หน้ามาฉากเดียวตอนจบ
* บางทีเราอาจจะรู้สึกคุ้นเคยกับคนที่เรายังไม่เคยพบหน้ากันเลยก็ได้
 
เรื่องที่ 4 ณ Soho ของ อีวอง อัตตา
– อันนี้ อีธาน ฮอว์ค เล่นบทพูดคนเดียว เก่งมาก ถ้าเจอคนมาพูดด้วยแบบนี้ นะ ฮืมมม
– จุดเริ่มต้นจาก ชายหนุ่มยื่นไฟแช็กให้หญิงสาวต่อบุหรี่
– แต่เขาไม่อยากให้มันจบแค่คำขอบคุณ แล้วเดินจากกันไป
 
เรื่องที่ 5 ณ Central Park ของ เบร็ท แรทเนอร์
– กรี๊ดดด… Queen S.- Blake Lively xoxo 😉
 
เรื่องที่ 6 ณ Greenwich Village ของ อัลเลน ฮิวส์
– ตัดภาพไปๆ มาๆ มาก มีบทพูดแต่ในความคิด
 
เรื่องที่ 7 ณ The Upper East side ของ เชคาร์ กาปูร์
– จำไม่ได้เลย พ่อหนุ่มหน้ามล จาก transformer เล่นเป็นคนขาพิการด้วย
– ออกแนว ความจริง หรือจินตนาการ ไปต่อยอดทางความคิดกันเอง
 
เรื่องที่ 8 ณ Central Park นาตาลี พอร์แมน กำกับ สวยด้วย ฉลาดด้วย คนอาไร๊
– ฉากสวย เด็กน่ารัก
 
เรื่องที่ 9 ณ China Town ของ ฟาตีห์ อาคิน
– สาวสวย ซูฉี ชอบตาผู้หญิงคนนี้มาก ชั้นเดียว แต่สื่ออารมณ์ได้หลายชั้น
 
เรื่องที่ 10 ณ Brighton Beach ของ โจชัว มาร์สตัน
* reccommend สุดๆ น่ารักมาก เป็น คนแก่ 2 คน สามี-ภรรยา
* มีบทสนทนาระหว่างทางเดินเพื่อไปรำลึกความหลัง ที่ทำให้คนดูยิ้ม และหัวเราะได้
 
เรื่องสุดท้าย ก็น่ารักดีนะ เป็นความรักที่แบบ อืม
หลายคนก็คงอยากได้แบบนี้ อยู่กันจนแก่จนเฒ่า ถึงแม้จะทะเลาะกันตลอด
แต่ก็ทะเลาะเพราะความห่วงใย จริงๆ ก็รักกันสุดๆ
ก็ผ่านอะไรๆ กันมาจนขนาดนี้แล้วอะนะ รัก และ แก่ ไปพร้อมๆ กันในทุกๆ วัน 
เรื่องสุดท้าย อิ่มสุด ว่างั้น
 

Fame

 
FAME
Date  : 08-Oct-09
Place : Scala
Time : 18.30 pm.
With  : Galet & Bank
……………………………………….
 
ได้มีโอกาสไปดูหนังดีๆ อีกเรื่องนึง เป็นหนังที่จัดอยู่ในประเภทที่เราชอบ
แนวสร้างจินตนาการ ให้กำลังใจ หล่อเลี้ยงความฝัน และสนุก 
เราว่าเรื่องนี้ ตัดต่อดี และเพลงเพราะ ประทับใจนะ
ซ้ำยังสามารถเชื่อมต่อเพลงในแต่ละฉากที่ไม่เกี่ยวกัน ได้อย่างลงตัว อีกด้วย
 
FAME ชื่อภาษาไทย คือ ขอให้ได้ ขอให้โดน เอ๊ย! ขอดังโดน โดน
เป็นหนัง รีเมค จากปี 1980 เรื่องนี้เป็นหนังเกี่ยวกับ ‘การเดินไปให้สุดฝัน’
กล่าวถึงสถาบันมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ที่เหล่านักเรียนพรสวรรค์
และพรแสวงเฉพาะด้าน มุ่งมาแข่งขันกัน เพื่อให้ได้รับการคัดเลือกเข้าเรียน
ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านการแสดง ร้องเพลง เล่นดนตรี หรือเต้น
สิ่งที่โรงเรียนให้ คือพื้นฐานความรู้อันเข้มข้นในแต่ละวิชา ตลอด 4 ปี
แต่นักเรียนจะสามารถสร้างชื่อเสียง อย่างที่ตนเองอยากมีได้หรือไม่
คงขึ้นอยู่กับประสบการณ์ จังหวะ โอกาส และการตัดสินใจ
 
เปิดตัวด้วยคำพูดวันปฐมนิเทศน์ของครูใหญ่ ว่า
    You’ve got big dream? You want fame? 
    Well, fame costs and right here is where you start paying, in sweat!"
ใช่ ของทุกอย่างล้วนมีราคาของมัน
 
บางคน ต้องพยายามอย่างหนักเพียงเพื่อจะร้องเพลง
ไพเราะได้แค่ครึ่งหนึ่งของคนที่มีพรสวรรค์อยู่แล้ว
บางคน ผลการเรียนตก จนต้องออกจากโรงเรียนก่อนกำหนด 
เพราะอยากทำงานเล็กๆ เต็มเวลา ในวงการที่ตนรัก 
บางคน เลือกที่จะออกจากสถาบันที่ฝ่าฝันเข้ามาอย่างยากลำบาก
เพื่อตามความฝันของตัวเอง เข้าร่วมกับคณะบัลเล่ย์ชื่อดัง ที่มีทัวร์แสดงไปทั่วโลก
บางคน เกือบได้ทำหนังสั้นที่กำกับเอง
หากไม่โดนโกงเงินจากคนที่ตัวเองฝากความหวังไว้ เสียก่อน
บางคน อยากเดินในสายนักแสดงมาก
จนเกือบลืมนึกไปว่าการใช้ตัวเข้าแลกเป็นความคิดที่ผิด
บางคน ได้รับการยอมรับในความสามารถคนอื่น
แต่จะทำอย่างไรให้ครอบครัวของตนยอมรับด้วย
บางคน เพิ่งรู้ว่า สิ่งที่ตนเองทำได้ดี กลับไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองอยากทำ
เหมือนนักเรียนคนนึง ที่ครอบครัวอยากให้เก่งเปียโนมาก และทำได้อย่างเลิศมาตลอด
จนสุดท้าย กลับพบว่า การได้ร้องเพลงต่างหาก คือสิ่งที่เป็น her kind of thing
บางคน ถึงแม้เรียนจนจบทุกหลักสูตรแล้ว แต่ก็ยังไม่แกร่งพอที่จะเข้าสู่วงการที่เค้าตั้งใจ
เค้าต้องเลือกเดินอีกทางหนึ่ง ถึงแม้ไม่ได้เป็นนักเต้นที่มีชื่อเสียง
แต่ก็สามารถเป็นคุณครูสอนเต้นที่เก่งได้
ถึงแม้จะไม่สุดฝัน แต่เค้าก็ยังคงได้ทำในสิ่งที่เค้ารักอยู่
 
ตอนจบของหนัง กล่าวเกี่ยวกับนิยามของคำว่า success เห็นด้วยอย่างมาก หาดูเอาเอง 555
 
บางที ความสำเร็จกับชื่อเสียง ก็อาจเป็นคนละเรื่องกัน
 
หนังเรื่องนี้ ดูแล้วได้ feel ส่วนตัว คล้ายๆ กับดู step up I&II, raise your voice,
รวมไปถึง so you think you can dance ซึ่งเป็นรายการที่เราชอบมาก
แถมเรื่องนี้ ยังมีนักแสดงที่มาจากเวทีนี้อีกด้วย อืม ชีวิตจริง
 
มีนักแสดงคนนึง ในเรื่องชื่อ Jenny ตอนดู รู้สึกหน้าคุ้นมากๆ แต่นึกไม่ออก
จนสุดท้ายมากูเกิ้ลดู หล่อนร่วมแสดงใน CSI Las Vegas คดี miniature นี่เอง
 
ต้องขอบคุณที่บนโลกนี้ ยังมีคนที่กล้ามุ่งหน้าหาความฝันอยู่
คนที่ยืนหยัดในสิ่งที่ตนเลือก ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ทำสิ่งที่ตนรัก
เหล่าคนที่ยอมหนีออกจาก comfort zone ข้ามไปยัง dream zone
ช่วยให้โลกหม่นๆ ดูมันส์ๆ ขึ้นอีกเยอะ
 
มุ่งหน้าเพื่อตามหา One Piece กันต่อไป!