Month: February, 2009

Give & Take, make a great world.

 
ทริปไปบริจาคสิ่งของ ณ รร.บ้านพุเกตุ ต.ห้วยยางโทน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี 
 
ตัวตั้งตัวตี คือ กิ๊กกาเลท จากไอเดียอยากทำดี กิ๊กก็ไปเซิร์จในอินเตอร์เนท
จะด้วยอะไรดลใจก็ไม่ทราบ ชื่อ รร.นี้ก็โผล่ขึ้นมา และทำให้พวกเรามีโอกาสไปเจอกัน
 
การเดินทางเริ่มนัด ณ ตึก ปัจจธานี 8.30 น. เพื่อขนคอมพิวเตอร์ จำนวน 12 เครื่อง
บริจาคโดย บ.โหวงฮก จากการประสานงานของคุณหญิงน้ำ บุญหนักมากๆ ค่าคุณขา
มีรถตู้ไฮโซ 1คัน มารอรับของ ของเยอะแยะมากมาย มากๆ
ไม่ว่าจะเป็น เซทเครื่องเขียน ดินสอสี ดินน้ำมัน สมุดระบายสีธรรมะ นม ขนม เค้ก 
ไม้แบต ไม้ปิงปอง ของเล่นเด็ก กระเป๋า รถเข็นเด็ก รถของเล่น
สบู่ ยาสีฟัน แชมพู ตุ๊กตา ปัจจัย และอื่นๆ อีกมากมาย อย่างละหลายลัง
ซึ่งข้าวของ ก็มาจากพวกเรา จากเพื่อนๆ ที่ทำงาน จากเพื่อน MIM ของกิ๊ก (ซะส่วนใหญ่)
ทีแรกที่กิ๊กบอก คือจะมีไป 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเพื่อน IT กะ เพื่อน MIM
ไปๆ มาๆ MIM ไฮโซ เน้นบริจากของ แต่แรงงานไม่ถนัด
เพื่อนๆ IT&ข.ไข่ ทุนทรัพย์น้อยกว่า จึงต้องบริจาคทั้งของ และแรงงาน
 
เรา หลังจากคิดอยู่นาน ซื้ออะไรให้น้องๆ ดี ด้วยงบประมาณจำกัด แต่จินตนาการเกินเขต
มาลงตัวที่ ดินสอสีไม้ เซทเครื่องเขียน ดินสอ ยางลบ กบ ไม้บรรทัด 90 ชุดพอดี เกินด้วย
ให้น้องๆ ได้มีจินตนาการ มีอารต์ในใจ และเขียนเก่งๆ ขยันๆ จะได้ฉลาดๆ กันนะน้องนะ
 
ออกเดินทางขบวนนี้มีรถ 2 คัน + รถตู้ 1 คัน (ของอัดแน่นเต็มคันรถมากๆ)
กิ๊ก น้ำ ไพเราะ เรา ยุ้ย พี่ตั้ม แล้วก็เก๋ ซึ่งตามไปเจอที่โรงเรียน (ชิ่งขนของนะยะ 55)
ก็นั่งรถไปเรื่อยๆ เส้นทางไม่ต้องถาม ถึงบ้านอยู่ราชบบุรี ก็จำทางไม่ได้
พอใกล้ๆ ถึง ครูใหญ่ ก็ขับกะบะ ออกมารับ
ทางเข้าโรงเรียน จะเป็นทางเลียบหลังเขา ค่อยข้างเข้าไปลึกทีเดียว
 
สภาพโรงเรียนก็ประมาณแบบที่เราเห็นในหนัง โรงเรียนชนบทแบบนั้นแหล่ะ
มี 1 ชั้น แบ่งเป็น 7-8 ห้อง มี นร.อ.3 – ป.6 
บ้างห้องต้องเป็นทั้งห้องเรียน และห้องพยาบาล แบ่งพื้นที่กัน
แต่ละห้องจะมีทีวี 1 เครื่อง ไว้เพื่อเรียนผ่านทีวี ของโครงการไกลกังวล
เพราะมีคุณครู 5 คน (ครูผู้เสียสละตน อดทนอยู่ห่างไกลความสบาย…)
อ่อ ครูใหญ่บอกว่า ครูคนนึง เก่งเรื่องคอม ก็คือครูที่โพสขอบริจาคนี่แหล่ะ
แต่ครูแกรสอบไปในกรุงเทพ ถ้าสอบติด แกรก็คงย้าย
นร. ทั้ง รร. มีประมาณ 87 คน แต่ที่มาได้วันนี้ วันเสาร์ มี 30 กว่าคน
 
เออ ครูใหญ่ยังบอกด้วยว่า เคยมีคนโทรมาขอบริจาค แต่บอกว่าต้องเอารถไปรับเอง
แกรก็เลยอด เพราะไม่มีงบหารถไปขนมา ประมาณนั้น ไม่ค่อยจะมีใครยอมมาบริจาคถึงที่
 
พอขนของลงมาหมด ซึ่งได้น้องๆ มาช่วยกันขน
ก็มีทำกิจกรรมร่วมกัน ตอบคำถาม แจกของ เต้นชิงรางวัล ได้ของกันไปถ้วนหน้า
เฮฮา กันทั้งพี่ทั้งน้อง แต่รู้สึก พี่มันจะเป็นหนักกว่า
ตอนเดินแจกของเด็กๆ นึกกันกับไพเราะว่า เสียดายน่าจะเอาถุงผ้าลดโลกร้อนมาแจกด้วย
เพราะน้องๆ ของล้นมือ ตอนหลังต้องรื้อๆ หาถึงพลาสติกหูหิ้วมาแจก ให้น้องเค้าใส่ของ
พอเฮฮากันได้ซักพัก น้องกล่าวขอบคุณ พี่กล่าวขอบคุณ ครูใหญ่กล่าวขอบคุณ
และมอบของที่ระลึก คือ โอ่ง (ไซส์ถือได้) แล้วก็ ผลไม้แช่อิ่ม โอทอปราชบุรี
โอ่ง ได้กันคนละใบ แต่พอเก๋ กะพี่ตั้ม ออกไปรับ ครูใหญ่ให้ 2 ใบ ตามขนาดตัวซะงั้น 55
 
งานนี้ ซึ้ง นะเนี่ย บุญได้ ไม่ได้ ไม่เป็นไร แต่สุขใจก็พอแล้ว
 
ก่อนกลับครูใหญ่ยืนยัน จะพาไปเลี้ยงข้าวร้านลาบ เป็นการขอบคุณ แต่พวกเราก็ปฎิเสธไป
เนื่องจากมีจุดหมายในใจอยู่แล้ว คือ ร้านแดง นั่นเอง
 
อิ่มเอม กันพุงกาง ก็กลับเข้ากรุง วันนี้ ร้อนมาก ตัวไหม้กันเลยทีเดียว
เพื่อน ป.โท โทรมาชวนไปกินข้าวเย็น เราก็ไม่ไหวแล้ว เพลียกาย ขอโทษทีเน้อ
 
จบไปอีก 1 วัน ดีๆ
 
ปล. คุณครูที่ดูเรื่องคอม เค้าทำ blog รูปให้ด้วย
 
////////////////////////////////////////
 
** อยู่ๆ เราก็แว๊บ นึกถึงเพลงนึงขึ้นมา ‘สัมผัส’ ของแพท สุธาสินี พุฒินันทน์
เป็นเพลงที่เราเคยชอบอยู่สมัยนึง ความหมายดีมากทั้งเพลง
 
" …สิ่งที่เธอมีบางทีเกินเก็บไว้ สิ่งที่เธอเองก็เคยทิ้งขว้างมัน
สิ่งที่เธอเองไม่เคยมองว่าสำคัญ บางคนยังต้องการมันจากเธอ
 
อาจจะเป็นเพียงหนังสือที่เธอลืมอ่าน แต่มันคือความใฝ่ฝันของบางคน
อาจจะเป็นเพียงอาหารจานที่เธอบ่น แต่คนมากมายไม่เคยมีอย่างนั้น
 
หากว่ามีมือที่พร้อมยอมจะยื่นให้ ส่งให้มือหนึ่งได้รับได้สัมผัส
ที่เขาขาดอาจจะเพิ่มเติมไปให้กัน แล้วความสุขที่ได้รับคงมากกว่า
หากเธอเจอคนที่เขาเคยเป็นผู้ให้ เธอจะจำภาพเขาไว้ตลอดมา
สิ่งเหล่านั้นแม้เล็กน้อยหรือไม่มีค่า แต่คนที่รับมาจะรู้ว่ายิ่งใหญ่
 
อาจจะเป็นเพียงดินสอแท่งไม่เท่าไหร่ แต่คนรับไว้จะรู้ค่าได้ดี
อาจเป็นของที่เขาหาได้ยากเต็มที ถ้าเธอพอมีน้ำใจให้กับเขา…"
 
อืมนะ หนังสือที่เราลืมอ่าน อาหารจานที่เราบ่น ดินสอแท่งละไม่กี่บาท…
สิ่งที่เราไม่เห็นค่า แต่กลับมีความหมายกับคนบางกลุ่ม… **
 
—————————————————————–
 
คำขวัญจังหวัดราชบุรี :
คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่
ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนิน เพลินค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี
 
Advertisements

The Reader.

 
THE READER.
Date  : 20-Feb-09
Place : Lido Cinema
Time : 18.30 pm.
With  : Galet
………………………………..
 
ครั้งแรกที่เรารู้จักเรื่อง The reader คือเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ในรูปแบบตัวหนังสือ
จากสำนักพิมพ์มติชน แล้วก็ไม่เคยนึกถึงอีกเลย จนเห็นว่าเค้ามาเป็นภาพยนตร์แล้ว
พอมีโอกาสเหมาะ จึงไปดูซักหน่อย
 
ความรู้สึกในการใช้สายตาอ่าน ภาพจากจิตนาการ กับการใช้สายตาดู ฟังเสียง ต่างกัน
ไม่ใช่หนังสือเขียนไม่ดี แต่เรารู้สึกสะเทือนใจกับตัวหนังมากกว่า มากจนกลั่นเป็นน้ำตาได้
หลังจากดูหนังจบ กลับไปอ่านหนังสืออีกรอบ พบว่า แต่ละประโยคมันเด่นชัดขึ้น
เข้าใจตัวละครบางตัว อาจด้วยเราโตขึ้น สายตาคู่เดิม มองเรื่องเดิม กลับได้มุมที่ต่างไป
(แต่เรายังรู้สึกว่า Hanna มีความซับซ้อนมาก ทำไมเธอจึงให้ความสำคัญกับความลับนั้นนัก)
 
แรกๆ อาจมีฉากวาบหวิวบ้าง เพื่อให้เข้าใจว่าเหตุใด Michael Berge เด็กหนุ่ม 15 ปี 
ถึงได้ (ขอใช้คำว่า) หลงใหลหัวปักหัวปำ กับ Hanna Schmitz วัย 36 ปี ได้
และอาจกล่าวได้ว่า Hanna เองก็มีผลกระทบกับชีวิตเด็กคนนี้อย่างมากทีเดียว
 
หลายฉากที่เราชอบในหนัง และในหนังสือ ก็คือ ฉากที่ให้ความรู้สึกอึดอัดในเชิง dilemma
 
ฉากที่ ศาลซัก Hanna ถึงความผิดของเธอ เมื่อเธอตอบแล้ว ศาลก็พยายามต้อนเธออีก
จนเธอเอ่ยปากถามว่า ถ้าศาลเป็นเธอ ศาลจะทำอย่างไร ในเหตุการณ์นั้น
บทบาท ความรับผิดชอบที่ต้องทำ? ความถูกต้องตามการตีความของสังคม?
ความเงียบ หลังจากที่เธอถามคำถามนั้น ทำให้เราต้องคิดตาม
 
ฉากที่ Professor Rohl อธิบายสิ่งที่พวกเราเรียกว่า Law กับลูกศิษย์
ประโยคที่เด็กในห้อง โต้เถียงกัน เป็นคำที่น่าคิดมาก
 
ฉากตอนที่ Michael ที่เป็นนศ.กฎหมาย บังเอิญพบกับ Hanna จำเลย
ต้องคดี เพราะเคยเป็นผู้คุมในค่ายกักกัน
สีหน้า Michael สับสนระหว่าง พยายามเข้าใจเธอ กับอยากประนามสิ่งที่เธอได้ทำลงไป
เหมือนกับที่คนอื่นๆ ได้ประนาม สาปแช่งการกระทำของเธอ 
 
ในหนังสือเขียนไว้น่าอึดอัดมาก ประมาณว่า
เขาเองอยากจะเข้าใจเธอ และประนามในสิ่งที่เธอได้ทำ ไปพร้อมๆ กัน
ทำได้ยากมาก ถ้าเขาประนามเธอ เขาก็ไม่เหลือพื้นที่สำหรับการทำความเข้าใจอีกแล้ว
และ เขาก็อยากจะเข้าใจว่า ทำไมเธอยอมแลกทุกอย่างไปกับการปกปิดความลับของตัวเอง
 
ฉากที่ Michael ตอนโตเป็นทนาย เดินทางไปหา Ilana Mather เชลยผู้รอดจากค่ายกักกัน 
และ Ilana คนนี้แหล่ะ ที่เป็นคนเขียนหนังสือ เกี่ยวกับเหตุการณ์ตอนนั้น จนเป็นคดีขึ้น
ทั้งสองพูดคุยกัน ด้วยความพยายามเข้าใจในมุมที่ต่างฝ่ายต่างมอง
Ilana คงไม่สามารถยกโทษให้ Hanna เพราะเธอก็มีเหตุผลว่า
There is nothing to be learned from the Auschwitz from the camps, Nothing!.
And that you should go to the theater if you are seeking catharsis.
ประโยคง่ายๆ แต่เห็นภาพว่า เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับคนๆ นึง มันโหดร้ายกว่าที่หนังนาซีต่างๆ
พยายามถ่ายทอดออกมาให้เราดู และศึกษา มากนัก จนไม่สามารถให้อภัยได้
 
ตอนท้าย ถึงแม้จะชี้ให้เห็นว่า รักต่างวัย ญ แก่ ช หนุ่ม มันไม่เวิร์ก นะเนี่ย
ชายหนุ่มโตพอที่จะเข้าใจ และใช้ชีวิตไปในอนาคต 
ในขณะที่หญิงชราใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ไปกับอดีตที่เคยมี
เป็นความขมขื่นที่ยังยิ้มได้อยู่บ้าง ถ้าเรายังระลึกถึงภาพ ที่ทั้งคู่อ่านหนังสือด้วย
หรือภาพที่ Michael อ่านหนังสืออัดเทป ส่งไปให้เธอฟังในคุก 
และเป็นแรงผลักดันให้เธอหันมาเรียนหนังสือจากเทป ด้วยตัวเอง
 
หนังเรื่องนี้มันเป็นความรักที่บริสุทธ์(?) โหดร้าย เจ็บปวด และน่าอึดอัด แต่ก็ในทางที่ดี
 
How far would you go to protect a secret?
 

Chicaco The Musical.

 
วัน        : อาทิตย์ 15/02/09
สถานที่  : เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์
รอบ      : 14.00
บัตร      : ราคาต่ำสุด นั่งหลังสุด (ลิบๆ)
ผู้เข้าชม : พี่ต้อม และเรา
……………………………………………………….
 
ใครที่เคยชมภาพยนตร์เรื่อง Chicago ในปี 2002 คงจำกันได้
ที่ Catherine Zeta-Jones, Renee Zellweger และ Richard Gere แสดง
ดูแล้วก็ประทับใจ สนุกสนานกับเรื่องราว เสียงเพลง และท่าเต้น
ไปกับ Velma Kelly, Roxie Hart และ Billy Flynn
 
ในปีนี้มี Chicago The Musical (Broadway) อิมพอร์ตมาให้ชมกันเลย
เราเห็นโฆษณาปุ๊ป ก็ยกหูโทรศัพท์หาพี่ต้อมปั๊ป
เพราะคิดว่าต้องเป็นพี่ต้อมนี่แหล่ะ ที่จะสนองความต้องการของเราได้
แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ สมใจ เลือกคนไม่ผิด บอกปั๊ป โอเคปุ๊ป
 
การแสดงมันแบบ live มาก เสียงดีสุดๆ อลังการมาก โอเปร่า ก็ไม่ปาน
เนื้อเรื่องก็เหมือนในหนังที่เราดูกันมาแล้วนั่นแหล่ะ  
และเรื่องราวจากหนัง ก็สร้างมาจากเค้าโครงคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นจริง
ในหนังอาจจะดูอลังการกว่า ด้วยมุมกล้อง ด้วยชุดเสื้อผ้า
บนเวที ดูอลังการด้วยความพร้อมเพรียง ไม่มีพลาด การจัดไฟ แสงและเงา
ไม่รู้จะโฟกัสยังไงดี ในหนังกล้องจะคอยตัด คอยส่งให้ว่าตอนไหนจะควรดูอะไรใช่ป่ะ
แต่นี่ต้องมองเองทั่วๆ บนเวที มีลูกเล่นหลายจุด แต่ละคนก็เต้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก
 
จริงๆ เราชอบทั้งหมดเลยนะ Act I, Act II จนจบ
ไม่แปลกใจเลยที่ถูกเล่นมากกว่า 5,000 รอบ ใน 25 ประเทศ 275 เมือง
ซึ่งจริงๆ แล้ว เค้าแสดงครั้งแรกในปี 1975 นานนะนั่น อมตะจริงๆ
 
เพลงโปรดของเรา คือ ‘Cell Block Tango’
Pop , Six , Squish , Uh uh , Cicero , Lipschitz!
ฟังทีไร มันส์ทุกที เล่าถึง ฆาตกรรม 6 เหตุการณ์ จาก 6 หญิงสาวในคุก
 
อีกเพลงนึง คือ ‘When you’re good to Mama’
เป็นเรื่องจริงที่เข้าใจได้ ในคุก
ทำดีกับผู้คุมไว้ ผู้คุมก็จะคุ้มครองเรา 555
Got a little motto. Always sees me through.
When you’re good to Mama. Mama’s good to you!
 
ฉากที่ประทับใจ คือ ฉากที่ Billy ทนาย พยามสร้างข่าวให้ Roxie
แก่ Mary Sunshine ซึ่งเป็นสื่อหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่
มีประโยคนึงที่ Billy พูดประมาณว่า Things aren’t always as they seem.
แล้วก็เอามือดึง วิกของ Mary ออก Mary ก็กระฉากเสื้อผ้าออก
กลายเป็นว่า Mary ที่เราเห็นเป็นผู้หญิงสวยสง่า เสียงสูงโอเปร่ามากๆ
กลายสภาพอยู่ในชุดผู้ชาย และร้องเสียงทุ่มต่ำ เค้าคือนักแสดงชาย นั่นเอง
เก่งมากๆ ตบตากันเชื่อสนิท ฉากนี้ได้เสียงปรบมือไปยาว เลย
 
เราชอบการจัดไฟ ให้เกิดเงา มากเลย แค่เงาจากแสง มันก็ทำให้เป็นเรื่องราวได้
อย่างฉากในคุก บนพื้นเวที ก็จะฉายเป็นเงา ซี่ลูกกรงๆ
หลายฉากมาก ที่เกิดจาก ไฟ และเงา ชอบๆ สร้างสรรค์ๆ
 
ฉากสุดท้าย คือ Finale ตบมือกันไม่มีหยุด
 
โอเครเลย เป็นงานศิลปะ ที่เสพย์ง่ายๆ ที่ไม่ต้องปีนกระไดชม
งี้แหล่ะ ภาษาดนตรี เป็นภาษาสากลอยู่ส่วนไหนของโลก ก็เข้าใจกันได้
 
เดินออกมา บอกพี่ต้อมว่า ไปเรียนเต้นแจ๊สกันเหอะ
ชวนเค้านี่ ไม่ได้ดูมวลกระดูกตัวเองเล้ย ไขข้อจะเสียหายเอา 5555
 
Not Guilty!
 
All That JAZZ !!!
 

Happy V’s Day

 
วันวาเลนไทน์ ในแต่ละประเทศ ก็จะแตกต่างวันเดือน กันไป
ของประเทศเรา 14 กุมภาฯ จำได้ขึ้นใจ ลืมก็ไม่ได้ เพราะสภาพแวดล้อมพาไป
 
สำหรับเราก็ just another day.
โดนปลุกให้ตื่นตอนเช้าตรู่ด้วยเสียง message จากเพื่อนต่างแดน
บอกแฮปปี้วาเลนไทน์ เลยตอบกลับไป
เพื่อนมันก็ยังอุตส่าห์ตอบกลับมาอีกว่า
Oh u wake up so early. I though u still sleeping.
จริงๆ I ก็ still sleeping อะนะ แต่ที่ตื่นก็เพราะ U! นั่นแหล่ะ กรำ
 
พอตื่นแล้ว ก็เลยส่ง sms หาคนๆ นึง ซึ่งเราก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ
แต่ คนเราก็มักเสียใจกับเรื่องที่ไม่ได้ทำมากกว่า ใช่ไหมหล่ะ
คือส่งหา คนที่ไม่ได้ติดต่อกันไปแล้ว ครึ่งปี 
ก็ถ้าไม่ทำ เราก็จะค้างๆ คาๆ ใจ ยังไงไม่รู้
ส่งไปแล้ว จนถึงตอนนี้สิ้นสุดวันแล้ว เค้าก็ยังไม่ตอบกลับมา
Case closed เป็นอันแน่นอน เค้าคง move on
ก็โอเค อย่างน้อย จะได้รู้ว่ายังไงไม่มีทางแล้ว
ถึงแม้เราจะเคยบอกกันว่า Never be a day that I won’t think of you! 
 
ขอบใจเน้อ แต่ไม่ต้องห่วง
My heart can’t possibly break
When it wasn’t even whole to start with.
Bcoz of U!
 
หลังจากนั้นก็ตื่นมาสู่โลกความจริง 555
 
 
วาเลนไทน์ปีนี้ ส่งการ์ด และ sms หาเพื่อนๆ  แล้วก็ร้บ sms จากเพื่อนๆ
อ่อ มีได้การ์ดวาเลนไทน์ด้วย 3-4 อัน (1 ใบ จากเพื่อนในนี้ ที่เหลือจากเพื่อนที่โน่น)
เราให้การ์ดพ่อกะแม่ การ์ดน่ารักเชียว ซื้อเองชมเอง 😉
ออกไปกินข้าวกัน ครอบครั๊ว ครอบครัว
เพื่อนโทรมาถาม ก็บอกว่า ปัดคิวหนุ่มๆ ไปหมด เพราะต้องให้เวลากับที่บ้าน กร๊าก..
 
น้องสาวเรา ก็ได้กุหลาบมา 1 ช่อโต จากชายหนุ่ม
ดูดิ พี่มันจนปูนนี้ ยังไม่เคยได้จากใครเล้ย ชิชิ
เป็นเด็กเป็นเล็ก ทำเป็นรู้จักความรัก หน็อยๆ ไล่ออกจากบ้านซะดีมั๊ง 555
 
Anyway, อย่างน้อย วาเลนไทน์ ปีที่แล้ว ก็เป็นวันที่แฮปปี้ของเราหล่ะน๊า
แต่ไม่รู้จะได้มีวาเลนไทน์แบบนั้น อีกเมื่อไหร่???
 
ว่าแล้วก็ไปฟังเพลง Single ladies (put a ring on it) ของ Beyonce ดีกว่า
มันส์มาก ท่าเต้นสุดยอด ไม่ใช่ บียอนเซ่ เต้นแบบนี้ไม่ได้นะนั่น
 
HAPPY VALENTINE’S DAY!
Love Is  All Around!!
 
I Love you so much my family, my dog, my friends…xoxo^^

Confessions of a Shopaholic.

 
วัน   : ศุกร์ 13/02/09
โรง  : EGV Siam Discovery
รอบ : 17.00
ผู้เข้าชม : ไพเราะ กาเลท และเรา
…………………………………………………..
 
จากหนังสือ The Secret Dreamworld of a Shopaholic.
By Sophie Kinsella ในปี 2000
 
เราอ่านเรื่องนี้ ประมาณ 7-8 ปีที่แล้วนะ
ครั้งแรกที่อ่านจำได้เลยว่าชอบมากๆ นี่แหล่ะตัวฉัน 555
แล้วก็คิดว่าอยากให้มีคนสร้างเป็นภาพยนตร์ ต้องดูสุดๆ
ตอนที่อ่าน เราจินตนาการถึงหน้า Reese Witherspoon ว่าเป็น Rebecca Bloomwood
แต่นางเอกที่เล่น Isla Lang Fisher นี่ก็ไม่เลวนะ น่ารักดี เป็น Aussie gal ซะด้วย
ไม่น่าเชื่อว่าอายุ 30 ต้นๆ แล้ว เล่นเป็น Ms.Bloomwood ได้อย่างเฮฮาทีเดียว
 
ตัวหนังชอบนะ สนุกดี แต่อย่างไรก็ดี ตัวหนังสือสนุกมาก
มันมีที่มาที่ไป และมีวีรกรรมเยอะกว่ามาก ฮาๆ ทั้งนั้น
เราชอบที่คนเขียนมองโลกในแง่บวก มีไหวพริบ ฉลาดแบบแปลกๆ
ช่วยให้ Bex เอาตัวรอดจากปัญหา ได้อย่างโดดเด่น และชวนยิ้มได้ทุกทีไป
เราก็หลงรัก attitude แบบนี้ ตั้งแต่เล่มแรก จนเล่มล่าสุด เล่มที่ 5 แล้ว 
 
When the going gets tough – the tough go shopping…
 
ถ้าใครชอบการมองโลกฮาๆ สร้างสรรค์ๆ แบบ Sophie ขอแนะนำ ที่เราอ่านแล้ว คือ
 
1. The Secret Dreamworld of a Shopaholic. (เล่มนี้ที่สร้างเป็นหนัง)
2. Shopaholic Abroad. โอ๊ะ โอว โกอินเตอร์
3. Shopaholic Ties the Knot. ในที่สุดก็ได้แต่งงาน วิ๊ดวิ้ววว
4. Shopaholic and Sister. มีพี่สาวซึ่งนิสัยแตกต่างกับ Bex อย่างสิ้นเชิง
5. Shopaholic and Baby. เล่มนี้จำได้ว่าซื้ออ่านตอนอยู่เพิรซ์ แต่ละมูฟของเธอนี่สุดยอด
[อยากให้เค้าสร้างเป็นหนังให้ครบ 5 เล่มเลย จะแฮปปี้มากมาย :)]
6. Can you keep a secret. อืม ฮามาก ต้องอ่านดู
7. The Undomestic Goddess.
ถ้าเล่มภาษาไทยจะใช้ชื่อว่า สาวออฟฟิต พิชิตงานบ้าน ขำๆ อีกตามเคย
 
ลองหามาอ่านกันดู
 
A new job? – Hopefully.
A new man? – Possibly.
A new handbag? – Absolutely!
 

The curious Case of Benjamin Button.

 
วัน   : พฤหัส 12/02/09
โรง  : SF Central world
รอบ : 18.45
ผู้เข้าชม : ไพเราะ กาเลท คุณหญิงน้ำ แบงค์กี้บอย และเรา
……………………………………………………………………………………….
 
ครั้งแรกได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้จากสถานีวิทยุ BBC จับความได้คร่าวๆ ว่า
เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่มีชีวิต backward เกิดมาด้วยวัย 80
 
โห แค่วิธีการเล่าเรื่องก็น่าสนใจแล้ว ตั้งใจไว้เลยว่าเรื่องนี้ต้องไปดูแน่ๆ
ไม่เกี่ยวกับ Brad Pitt เพราะไม่ใช่ my type อยู่แล้ว  เป็น ป๋า Depp ก็ว่าไปอย่าง
ต้องขอบคุณ technology ที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูสมจริงที่สุด
จะเห็น Pitt ตอนวัยสะรุ่น Cate Blenchett ตอนชรา ได้อย่างไม่รู้สึกขัดตา
  
ได้น้ำตาไปหลายฉาก เป็นหนังที่ดูแล้วอิ่มมาก เต็มอารมณ์ อย่างที่เค้าเรียกกันว่า ‘หนังดี’
หนังนี้มี message เราว่าหลายๆ คนคงดูแล้วได้คิด 
คนเราพอแก่ตัวลง ก็อยากทำอะไรๆ หลายๆ อย่าง
พลังใจอย่างเดียวอาจไม่สานฝันได้ ต้องมีร่างกายที่พร้อมจะร่วมเดินทางไปด้วย
ถ้าเข้าใจว่าชีวิตคืออะไร ก็คงรู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร
คนที่โชคดี คือ คนที่สามารถเข้าใจชีวิตได้ล่วงหน้า
 
มีหลายประโยคที่ชอบในหนังเรื่องนี้ เช่นๆ
 
– Send me a postcard from everywhere. 
(ชอบมากประโยคนี้ เคยแต่ส่งโปสการ์ดให้คนอื่นจากทุกที่ แต่ไม่มีใครส่งให้ เศร้า…)
 
– Goodnight Benjamin. / Goodnight Daisy.
 
– Life isn’t measured in minuted, but in moments.
(ไม่สำคัญจริงๆ นะว่าเราจะมีชีวิตมาเท่าไหร่ แต่ชีวิตเราได้ทำอะไรมาแล้วบ้างต่างหาก)
 
– Sometimes we’re on a collision course, and we just don’t know it.
Whether it’s by accident or by design, there’s not a thing we can do about it.
(เล่าได้ดีมากๆ ฉากนี้ ผูกเหตุการณ์ดีจริงๆ ดูแล้วนึกถึง Sliding door แว๊บๆ)
 
– You can be as mad as a mad dog at the way things went.
You could swear, curse the fates, but when it comes to the end,
you have to let go.
(จะโกรธ จะโมโห จะก่นด่าโชคชะตายังไงก็ได้
สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปอยู่ดี) 
 
– you never know what’s comin’ for ya.
(ไม่มีใครรู้หรอกว่า มีอะไรรอเราอยู่ข้างหน้า) 
 
– Along the way you bump into people who make a dent on your life.
Some people get struck by lightning.
Some are born to sit by a river.
Some have an ear for music.
Some are artists.
Some swim the English Channel.
Some know buttons.
Some know Shakespeare.
Some are mothers.
And some people can dance.
(ฉากนี้ดูภาพไปด้วย ฟังประโยคนี้ไปด้วย อินน์สุดๆ)
 
พอดูหนังจบ ทุกคน ยืนยัน 10 thumbs up!!
 
Life can only be understood Backward, but it must be lived Forward.
 

Every dog has its day.

 
Gollum คงจำกันได้ชื่อนี้
นอกจากจะเป็นตัวแสดงนำ หนังไตรภาคที่ถ่ายทำแถวนิวซีแลนด์อันลือชื่อ
ยังเป็นหมาน้อยของเราด้วย มันก็ไม่น้อยแล้วมั๊ง 5 ขวบ ได้แล้ว
 
ตั้งแต่เล็กๆ มันมักจะมีเหตุการณ์ ให้เราใจหายใจคว่ำอยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเป็น ลำไส้อักเสบ ตั้งแต่ 3 เดือน
ยังเด็กมากเกือบไม่รอด นั่นก็นอนโรงพยาบาลอยู่หลายอาทิตย์
เล่นกับหมาตัวอื่น จนเป็นแผลที่กระจกตา
ไม่ใช่แค่รอบเดียวด้วย ถึงต้องเย็บปิดตารักษากันเป็นเดือนๆ 
ช่วงที่ทำถนนหน้าบ้าน ฝุ่นปูนเยอะ เลยทำให้เป็นภูมิแพ้ ขนร่วงอย่างหนัก
หูน้ำหนวก ตัวเป็นแผล เหมือนหมาขี้เรื้อนมากๆ ช่วงนั้น
ที่กล่าวมา คืออาการหนักๆ แล้วก็จะมีอาการย่อยๆ อาเจียน นอนซม ไม่สบาย
จากการกินใบไม้เยอะเกินไป แล้วก็ไม่ชอบเคี้ยวอาหาร
เคล็ดขัดยอก เพราะชอบโดดจากที่สูง และอื่นๆ
 
ล่าสุด อาการที่พบ คือ ตัวเป็นปื้นเล็กๆ สีแดงๆ กระจายตามตัว หูลอกเป็นแผ่นๆ
และปัสสาวะเป็นเลือด OH GOSH!
คือทีแรก ตัวปื้นๆ แดงๆ ยังเข้าว่าอาจจะแพ้ยุง หูลอกนี่คงอาการภูมิแพ้เหมือนเดิม
ก็ตั้งใจว่าตอนเย็นจะพาไปหาหมออยู่แล้ว
แต่จู่ๆ สังเกตเห็นปัสสาวะเป็นสีแดงๆ เลยรอไม่ได้ รีบแจ้นไปทันที
หาคุณหมอประจำตัว คุณหมอพัต เจ้าของโรงพยาบาลสัตว์ NP แถวแฮปปี้แลนด์
(บ้านอยู่ นนท์ ไปถึงบางกะปิ!) ปกติพ่อจะขับรถพาไป
แต่คราวนี้รอไม่ได้หล่ะ เลยให้พี่ขับไป พาพี่หลงอีกตรู
โทรถามทางเด็กที่โรงพยาบาล สิบรอบได้ เด็กมันคงนึกว่าลูกค้าเจ้าใหม่ 555
ออกจากบ้าน 11 โมง ถึง หมอเกือบบ่ายโมง
โชคดี หมอยังไม่ออกเวร หมายงั้นต้องกลับมาตอน 1 ทุ่ม รอหมอเข้าเวรอีกรอบ
 
เจอหน้าปุ๊ป คุณหมอถามปั๊ป กอลลั่มคราวนี้เป็นอะไรมาอีกหล่ะ
กอลลั่มเลยบอกว่า ปัสสาวะเป็นเลือดครับ หมอพาขึ้นเตียง ขอสอดท่อดูก่อนนะครับ
พอกอลลั่มนอนตะแคง เค้าก็เห็นปื้นเลือดสีแดงๆ ตามพุง หมอเลยบอกว่า
สงสัยว่าจะเป็นพยาธิในเส้นเลือดด้วยนะครับ เค้าเบื่ออาหารรึเปล่า เดี๋ยวขอเจาะเลือดไปดู
สอดท่อเสร็จหมอบอก ไม่มีอาการขัดนะครับ (ถ้าขัดอาจเป็นนิ่ว)
น่าจะเกิดจาก กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ส่วนหูลอกเป็นแผ่นๆ ขาเป็นแดงๆ ก็เพราะโรคเดิม ภูมิแพ้อากาศ กับอาหารพวกเนื้อสัตว์ครับ
 
โรคที่ตรวจพบวันนี้ สรุปได้ดังนี้ คือ
1. กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
อาการ : ปัสสาวะเป็นเลือด
สาเหตุ : กลั้นปัสสาวะนานๆ อาจเป็นไปได้ เพราะตอนเช้าถ้าทุกคนออกไปทำงาน
เค้าก็จะนอน หรือไม่ได้ทำอะไร ไม่มีอารมณ์อยากปัสสาวะ
หรือ เกิดจากการชอบกระโดดจากที่สูง แล้วท้องกระแทก ก็ทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบได้
อันนี้ก็เป็นไปได้ ปกติเค้าชอบกระโดด
ล่าสุดอาทิตย์ที่แล้วโดดจากตะกร้ารถจักรยานที่ขี่อยู่ ลงมากองที่พื้น
บ้ามากหมาเรา ลิงที่สุด อย่างที่บอก จาพนม เข้าสิง
การรักษา : ให้ยามากิน สังเกตอาการ จะยังปัสสาวะเป็นเลือดอยู่ ไม่ควรเกิน 1 อาทิตย์
 
2. พยาธิในเลือด
อาการ : สุนัขมีปื้นสีแดงขึ้นตามตัว เบื่ออาหาร กินน้อยลงๆ เรื่อยๆ
ถ้าปล่อยไว้ ตับก็จะโดนทำลายเพราะเลือดจาง เลือดเสีย และตายในที่สุด  
สาเหตุ : หมัด เห็บ ที่ไปกัดหมาข้างถนน หรือหมาตัวอื่นมาก่อน
แล้วมาโดดกัดสุนัขของเรา ก็จะนำเชื้อมาติด
การหยด fontline ทุกเดือนนั้น เป็นการฆ่าหมัด เห็บ แต่ไม่ได้ป้องกันหมัด เห็บ ขึ้นตัวสุนัข
ดังนั้น มันอาจจะกัด และแพร่เชื้อใส่สุนัขเราก่อน ที่จะโดนยาฆ่าตายก็ได้
อาทิตย์ที่แล้วเพิ่ง จับหมัดบนตัวกอลลั่มได้ 2 ตัวใหญ่ๆ
ก็หมาข้างถนน ชอบมาแอบนอนหน้าบ้าน สงสัยต้องเอายาฆ่าเชื้อไปราดหน้าบ้านทุกวัน
แล้วก็หมาในกระทรวง ที่เราพาไปวิ่งเล่นด้วย ต้องพยายามอย่าให้สุงสิงกันมาก
การรักษา : ให้ยามากิน แล้วอีก 2 วัน โทรไปถามผลเลือด อีก 2 อาทิตย์พาไปฉีดยา
แต่ยาที่ฉีดจะแรงมาก ทำให้เบื่ออาหารอย่างรุนแรง ต้องพยายามให้เค้ากินให้ปกติที่สุด
 
3. โรภูมิแพ้
อาการ : ขนร่วง สะเก็ดลอกๆ ในหู ชอบกัดเท้า เพราะคัน
สาเหตุ : แพ้อากาศ แพ้อาหาร เช่นเนื้อสัตว์
ขนาดทุกวันนี้ให้กินอาหารเม็ดสูตรเจ แล้วก็อาหารว่างเป็นผลไม้
อันนี้ต้องโทษแม่ แม่ชอบแอบเอาหมู เอาไก่ให้กิน ให้เหตุผลว่า
กอลลั่มมันอยากกิน มันเบื่ออาหารเม็ด ไม่มีรสชาติ -_-”
การรักษา : ไม่หายขาดจะเป็นอย่างนี้ทั้งชีวิต ก็ต้องงดเนื้อสัตว์เด็ดขาด
ส่วนอากาศเราควบคุมไม่ได้ เราก็เลยขอยาหมอมา
เหมือนคน เป็นภูมิแพ้ก็ต้องกินยาคุมอาการเรื่อยๆ ใช่ป่ะ
 
 
สุนัขตัวอื่นเค้าจะเป็นอย่างนี้ไหมเนี่ย
ไม่ต้องพูดถึงหมาข้างถนน ที่ต้องดูแลตัวเอง มันยังเชิดหน้าชูตา แข็งแรงกันได้
 
ถ้าเป็นไปได้ฉันไม่ลังเลเลย ที่จะป่วยแทนลั่มมัน
เพราะอย่างน้อยฉันก็พูดบอกอาการได้ ไม่ต้องคาดเดา
ทรมานเหลือใจ กับการที่มันพูดบอกอะไรไม่ได้เลย เจ็บป่วยตรงไหน แค่ไหนก็ไม่รู้
 
มีคนเคยบอกว่า What’s happen its happen for reason.
บางที กอลลั่ม อาจจะมีความผิดปกติของยีนบางตัวมาแต่กำเนิด
แต่ชีวิตลั่มก็ไม่โหดร้ายนัก เพราะ ทุกคนพร้อมจะดูแลกอลลั่มอย่างดี ให้มีชีวิตที่ยืนยาวที่สุด
ชีวิตคงไม่บันดาลอะไร ที่คิดว่าเราจะ take care ไม่ได้มาให้หรอก
 
ไม่ต้องกังวล กอลลั่ม ยังซนอยู่ คงไม่รู้ตัวว่าป่วย
สู้ตายครับ!