Month: December, 2008

ค่ำคืนแห่งคนคาวฯ

 
ตามธรรมเนียมปฎิบัติ ซักวันหนึ่งในดือนธันวาคม ก่อนส่งท้ายปี
พวกเรา แก๊งค์ย่อยในกลุ่ม ข.ไข่ TU มีนัดรวมไข่ เอ๊ย รวมตัว
เพื่อสังสรรค์ กันตามคอนเซปต์ ปีนี้เป็นปีที่ 4 แต่ งานจัดมาได้ 3 ครั้ง
ปีแรก 2005 คอนเซ็ปต์ คือ ‘ของขำ’
ปีที่สอง 2006 คอนเซ็ปต์ คือ ‘ของที่แสดงความเป็นตัวตนของตัวเอง’
ปีที่สาม 2007 เว้นวรรคทางการเมือง เนื่องจากสาเหตุบางประการ
(คิดเข้าข้างตัวเองว่า เป็นเพราะเราไม่ได้อยู่เมืองไทย เพื่อนเลยจัดงานไม่ได้ กร๊าก)
 
ส่วนปีนี้ 2008 อันเป็นปีที่ 4 แล้ว ฤกษ์ลงตัว ณ วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2008
(ซึ่งเราก็เพิ่งรู้ว่า ตรงกับงาน Reunion ป.โท พอดิบ พอดี So ชีวิตต้องเลือก
เลือกเพื่อน ป.ตรี แล้วกัน เสียดายอดไป reunion จ่ายตังไปตั้งเยอะ)
เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่เหล่าดาราคิวทอง
จะมีวันว่างตรงกันทุกคน ดังนั้นจึงต้องเลือกวันตามประชามติ
แต่ละปีเฉลี่ย ได้อยู่ที่ 10-15 คน ปีนี้เพื่อนๆ มากัน 11 คน
บางคนอยู่เมืองนอก(อ๋อม) บางคนยุ่ง (แอ๊บ) บางคนติดผู้ชาย(แบงค์)
บางคนติดโดน เอ๊ย หาหมอฟัน (อาร์ต) บางคนติดเรียน (นพ) บางคนติดลูก (มุก)
บางคนไม่มา เพราะขาดการประสานงาน จากนังจิงโจ้ (ปุ่น) และคุณนาย (หลิง)
 
ผู้ร่วมงาน : ไพเราะ 1 อั้ม(งานนี้x2 พกแฟนมาด้วย) เปิ้ล เปร๊าะ คุณนาย กอล์ฟ เก๋ น้ำ จิงโจ้
น้ำมาถึงตรงเวลามาก 18.00 เลยได้ร้องเพลงนำไปเรื่อยๆ คนอื่นๆ ก็ตามกันมาติดๆ
คุณนายมารองบ๊วย มัวแต่เสริมสวย ตัดผมตอนเที่ยง เสร็จทุ่มนึง ได้ทรงเท่ห์ ฮิฟ คูลมากๆ
ส่วนไพเราะขาเลท มาอันดับสุดท้าย บ้านอยู่สาธร ใกล้ร้านที่สุดในโลก แต่มาปิดพิธี
 
สถานที่ (เดิม) : ร้าน R&B Urban ถ.นราธิวาษ ราชณครินทร์ (สะกดแปลกๆ แหะ)
พวกเราใช้ร้านนี้ เป็นสถานที่ประกอบกิจ ทุกปีเลย ปีละหน เป็นร้านคาราโอเกะ
มีห้องนึง ชื่อ The Terrace เท่ห์ และน่ารักมาก เพราะมีระเบียงชมดาว
จัดเป็นสวนอย่างเก๋ไก๋ มีเก้าอี้ มีโต๊ะ ก็เลยจะใช้ระเบียงนั้น ในการทำกิจกรรมจับของขวัญ
ถึงจะใช้ร้านนี้ทุกปี ก็ยังมีคนไปไม่ถูก กร๊าก ก็คือเราเอง -_-” เวง โดนถากถางกันไป
 
Theme การแต่งกาย : ต้อนรับปีหน้า อันเป็นปีวัว
ดังนั้น ขอชุดร่วมงานคือ Cowboy | Cowgal | Cowgay
คนรีเควส กรี๊ดกร๊าด อยากได้ธีม คาวๆ คือ นังจิงโจ้ ซึ่ง ซึ่ง ซึ่ง มันไม่แต่งมา งงมาก อีนี่
ทุกคน มี prop และแต่งกาย ที่ดูออกว่าเป็นคนคาวฯ ยกเว้น มัน
ตอนเราไป น้องพนักงานสามารถเดาได้ ว่ามาห้องไหน แค่มองก็รู้ คาวมาเลย
คนที่ไปหลังๆ น้องเค้าไม่ต้องถาม พาไปถูกเลย เชิญทางนี้ค่ะ แต่งแบบพี่เต็มห้องเลย  55
ยกเว้น นังตัวคิดธีม กร๊ากๆๆๆ JingjoMonster เอ๊ย
งานนี้มีครบ ทั้ง คาวบอย คาวเกริล์ และคาวเกย์
ต้องขอบคุณแฟนอั้ม ที่มาเป็นคาวบอย คนเดียวของงาน หุหุหุ
 
คอนเซ็ปต์ ของขวัญ : ‘ของที่ไม่มีราคา แต่มีคุณค่า’
เหมือนทุกปี ของขวัญ ไม่เคยกำหนดราคา แต่ต้องอาศัยความสามารถ และสร้างสรรค์
เรามาดูกันว่า แต่ละคน สร้างคอนเซ็ปต์ของขวัญ ของตัวเองอย่างไร
บางคนด้วยของมันไม่ได้ แต่เน้นการบรรยาย เอาสีข้างเข้าไถจนสามารถเกาะคอนเซ็ปต์ได้
 
อั้ม : สมุดจดคิวงาน ลายน่ารัก 2 เล่ม (มีคุณค่าทางการบริหารเวลา)
เปิ้ล : บทสวดก่อนนอน หนังสือเจ้าแม่กวนอิม และพระเครื่อง
(เซทนี้ไม่ต้องอธิบาย มีคุณค่าแน่นอน สาธุ)
คุณนาย : เครื่องเหลาดินสอรูปรถไฟ
(คุณนายกล่าวว่า เป็นคุณค่าทางจิตใจ ให้ระลึกถึง เสียงรถด่วนขบวนสุดท้าย)
ไพเราะ : กระปุกออมสินพระพุทธรูปยืนพนมมือ สีขาวทั้งองค์ และชอกโกแลรูปวัวหน้าซอง
(เพื่อคุณค่าทางใจ และอิ่มบุญในโลกหน้า ชอกโกแลต เพื่อให้เข้าคอนเซปต์คาวๆ)
เรา : หนังสือ The last lecture และสั่งจองมวลสารมงคล รุ่นเรารักในหลวง
(เล่มนี้ มีคุณค่าต่อการใช้ชีวิต ส่วนมวลสาร มากด้วยคุณค่าทางใจของทั้งมหาชนชาวสยาม)
น้ำ : สินค้าจากร้าน 60 บาท อันประกอบไปด้วย ซองโน๊ตบุ๊ค ยางลบไฟฟ้าสั่นได้
ปฎิธินแบบมีแม๊กเน็ต ที่เสียบโน๊ต ฯลฯ หลายชิ้นมาก อลังการ
เก๋ : โลชั่นทาผิวมาร์ก แอนด์ สเปนเซ่อ (มั๊ง) เพื่อความสวยอย่างมีคุณค่าในโลกนี้
จิงโจ้ : ครีมอาบน้ำกลิ่นลาเวนเด้อ เพื่อคุณค่าความงามในโลกนี้ เช่นกัน
 
กติกาการจับฉลาก คือ : จับรายชื่อ แล้วคนคนนั้นมาจับเบอร์ของขวัญ
จับรายชื่อแรกขึ้นมา จับเบอร์ของขวัญ ให้เจ้าของส่งมอบ อธิบายคอนเซ็ปต์
แกะของขวัญ ถ่ายรูป และจับชื่อคนถัดไป
คนที่สองขึ้นมาจับของขวัญ แกะของขวัญ แล้วมีสิทธิ์เลือกว่า จะเปลี่ยนกับคนที่ 1 หรือไม่
คนที่สามขึ้นมาจับของขวัญ แกะของขวัญ ดูของที่แกะแล้ว คนที่ 1 2 และตัวเอง
มีสิทธิ์เลือกว่า จะเอาชิ้นไหน
ทำอย่างนี้เรื่อยไป ฮามาก จนถึงคนสุดท้าย ซึ่งจะได้เห็นของที่แกะแล้วทั้งหมด
แล้วเลือกว่า อยากได้ชิ้นไหน
คนแรกเปิดพิธี ไม่มีสิทธิ์เลือก คนสุดท้ายโชคดีสุด เหมือนเปียแชร์ ขำมาก หุหุหุ
สัจธรรมชีวิต ของที่นึกว่าจะเป็นของเรา ก็อาจจะไม่ใช่ของเราก็ได้
เข้าตำรา สมบัติผลัดกันชม ฮา……
เก๋ งง ถามว่า โลกไหน เค้าจับฉลากกันแบบนี้บ้าง ว่ะ แกรกๆ
 
ร้อง เต้น กันลืมไปเลย คุณนายถึงขั้นประกาศออกไมค์ว่า
นี่ๆ ลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าจะ 30 กันแล้ว สังขารน่ะ สังขาร รู้จักกันไหม
แต่ นั่นไม่สามารถทำไร ขาแดนส์ เดนตาย อย่างพวกเราได้ แดนซ์ แอร์ดับ
งานนี้ ดีมาก ได้น้องน้ำแข็ง ดีเจ จัดเพลง ร้องไป โดดไป หาถังออกซิเจนกันไป
และได้ ตากล้องมือโปร ที่อั้มพกมาเป็นส่วนตัว ถ่ายรูปได้สวยมากกกกกกกกก
คือ เราก็พอรู้ว่า พวกเราหน้าตาดี โพสเก่งอยู่แล้ว แถมยังได้ ตากล้องขั้นเทพ
กล้องราคาแพง ฟังก์ชั่นครบ สิ่งเหล่านี้มาประกอบกัน เหมือนรูปตามปกนิตยสารดีๆ นั่นเอง
 
เชิญเยี่ยมชมรูปใน Cow’s Nite 13 Dec 08
จากรูปทั้งหมด 183 ใบ ตัดรอนมาเหลือเท่านี้ พอ
ถ้าอยากดูฉบับเด็ม ต้องเข้า hi5 อั้ม เลย ดูจนตาทะลัก แน่นอน
 
Thank you all of you guys. Without you I can’t function.
 
เจอกันใหม่ ปีหน้า
xoxo!
 
Advertisements

Rudolph The Red-Nosed Reindeer

 
ช่วงนี้ เดินไปไหนมาไหน โดยเฉพาะในห้าง ก็จะได้ยินเพลงคริสต์มาสอยู่เนืองๆ
โดยส่วนตัวแล้ว เราเป็นคนหนึ่งที่มีเทศกาลโปรด คือ คริสต์มาส

ด้วยบรรยากาศ ความหมาย เสียงเพลง แซนตาครอส
การส่งความสุข ไม่ว่าจะโดยการ์ด  หรือของขวัญ แม้แต่การอยู่กินข้าวพร้อมๆ กัน
เราว่า เทศกาลนี้แหล่ะ เหมาะสมที่สุดแล้ว ที่จะเป็นเทศกาลแห่งความสุขโดยแท้

 
และอาจด้วยเพราะความเป็นคาทอลิคโดยกำเนิด ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับวันสำคัญนี้
ทุกเที่ยงคืนของวันคริสต์มาส เราจะต้องไปเข้าโบสถ์
ตอนเด็กๆ สมัยประถม ได้รับคัดเลือกให้เป็นนางฟ้าติดกันอยู่หลายปี (จริงๆ!)
หน้าที่คือ แสดงและร้องเพลง ประกอบละครเพลงในโบสถ์ ทุกคนต้องร้องสดๆ
สำหรับตำแหน่งหัวหน้านางฟ้า ผู้มาแจ้งข่าว จะต้องผ่านการคัดเลือก
audition เสียงสดๆ เพราะละครเพลง ต้องร้องจริง ร้องนำคนเดียว ล่มไม่ได้
เราก็ไม่เคยผ่านซักหน เลยเป็นได้แค่นางฟ้าไร้ตำแหน่ง ซึ่งตัดสินจากแค่หน้าตา!
เค้าบอกว่า ถ้ามีตำแหน่ง หัวหน้าปีศาจ จะเชิญไปเป็นเลย ไม่ต้องเทสเสียง
 
พอเริ่มโตๆ เข้ากรุง เทศกาลนี้ก็ยังแฮปปี้อยู่ดี
เพราะพวกเราเด็กๆ รุ่นหลาน ซัก 10 กว่าคนได้ จะไปรวมตัวกัน ณ บ้านป้าคนหนึ่ง
เพื่อร่วมทานอาหาร และจับฉลากของขวัญ sponser by ลุงและป้า สุดน่ารักคู่นี้
ได้ของกลับบ้านกันคนละ 2-3 ชิ้น ของดีๆ ซึ่งเด็ก ณ วัยนั้นคงอยากได้ทั้งนั้น
ไม่ต้องเดา บ้านท่านลุงป้า มีฐานะมาก มากๆ มีฐานะดีไม่พอ ใจดีมากๆ อีกด้วย
แต่พอโตๆ ต่างคนต่างเรียน ต่างทำงาน กิจกรรมนี้ ก็จางหายไป
 
ตอนทำงานก็มีจับฉลากในออฟฟิต ส่วนกับเพื่อนๆ ก็มีนัดเจอจับฉลากกันบ้าง
เราว่าการจับฉลากของขวัญ เป็นกิจกรรมที่ดีมากทีเดียว
เพราะจะได้ใช้เวลาบางส่วนในชีวิต ไปกับการคิดถึงคนอื่น นอกจากตัวเองบ้าง
แน่นอนกติกาของการจับฉลาก ไม่ใช่การให้ของขวัญ
จึงยากที่จะรู้ได้ว่าใครจะเป็นคนได้ของขวัญเรา
ดังนั้น จึงควรใช้เวลาอย่างไตร่ตรอง คาดเดา และสร้างสรรค์
เพื่อหาของที่ คิดว่าจะถูกใจผู้รับให้ได้
 
การปรนเปรอตัวเอง เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ที่ปฎิเสธไม่ได้
แต่การได้ใช้ความพยายามในการเลือกอะไรก็แล้วแต่ เพื่อผู้อื่น
เป็นความสุขยิ่งกว่า
 
 
คริสต์มาสปี 2006 เราผ่าไส้ติ่ง แฮปปี้มากมาย
หาอ่านได้ใน blog ว่าทำไมการผ่าใส้ติ่ง ถึงทำให้เรามีความสุขได้
 
คริสต์มาสปี 2007 เราไปอยู่ที่อื่น ฉลองคริสมาส ด้วยอีกฟิลหนึ่ง
X’mas @ Summer 40’C อันนี้เรื่องจริง ไม่ได้โม้ นั่งปาร์ตี้เบียร์อยู่บ้านเพื่อน ตับแล่บ
ถ้าแซนต้าครอสมาจริงๆ คงต้องใส่ชุดว่ายน้ำมา นัดแจกของขวัญ on the beach
 
ความพิเศษของคริสมาสปีล่าสุด นอกจากจะได้ส่งการ์ด จากต่างประเทศให้เพื่อนๆ แล้ว
ปาร์ตี้จับฉลากอันหฤหรรษ์ในบ้านของ Kumiko ก็เป็นอีกสิ่งที่นึกถึงทีไร เราก็ยังยิ้มได้ทุกที
โดยเฉพาะ เกมส์ ที่ไม่เคยเล่นที่ไหนในโลก ฮามาก
(ดูรูปประกอบได้ใน Party@Kumiko house : 24Dec’07)
 
อีกความพิเศษหนึ่งคือ การต้องขึ้นไปแสดงประกอบเพลงคริสต์มาสของโรงเรียน
ทางโรงเรียน ให้แต่ละห้อง เลือกเพลงคริสต์มาส แล้วขึ้นร้องและแสดงประกอบเพลงนั้นๆ
โดยทุกคนต้องมีส่วนร่วม การแสดงของห้อง IELTS by Prof.Marian ของพวกเรา
ก็มาลงตัวที่ เพลง Rudolph the red-nosed reindeer
ไม่มีไรมาก คิดท่า ประกอบเพลง เหมือนเด็กอนุบาลแหล่ะ
เพียงแต่ พวกเราเต้นได้พร้อมเพรียงกว่า ก็แค่นั้น
เรื่องยากก็คือ การท่องเนื้อให้ได้ อย่างถูกต้อง
ท่องเนื้อได้ไม่พอ ยังต้องร้องให้ตรง และพร้อมเพรียงกันทุกคนด้วย
การประกวดครั้งนี้ เน้นทั้ง เสียงร้อง และลีลา
Riccado บราซิลguy แต่งตัวเป็นแซนต้าครอส
Tommy เจแปนแมน เป็น รูดอฟ สมาชิที่เหลือ เต้น
แต่งกายธีม ขาว-แดง ใส่หูกวางบนหัว ทาปากแดงมากกกก
ที่ฮาคือ ผู้ชายก็ต้องทาปากด้วย แถมยังยื่นปากมาให้ทาด้วยความเต็มใจ
คงเริ่มค้นพบตัวเองแล้ว
 
ทั้งหมดทุกทีม เต้นในเวทีกลางสวนสาธารณะ King’s Park
ทีมที่ได้ที่ 1 จะได้รางวัล ใหญ่เลย จำไม่ได้แล้วว่าได้อะไร
ตัดสินโดยกรรมการ 3 คน (เข้าใจว่าลอกรายการตี 10 มา)
ก่อนงานเริ่ม มี เมซิเดส เบนซ์ เปิดประทุน ขับวนๆ คนบนรถแต่งตัวเป็นแซนต้า แซนตี้
โปรยแคนดี้เคนแจก เดินลงมาให้ถ่ายรูป ซึ่งก็คือ principle และครูๆ ของพวกเรา
ทีมของเรา แน่นอนว่า ไม่ได้ที่ 1 แต่ ได้ขึ้นแสดงเป็นทีมแรก ฮามาก สุดบรรยาย
แล้วก็ดูๆ เชียร์ๆ ทีมอื่นๆ เกือบ 20 ทีมได้มั๊ง ให้กำลังใจเพื่อนๆ จนจบงาน
(ดูรูปประกอบได้ใน School Act # X’mas : 14Dec’07)
 
 
เพราะฉะนั้น ตอนนี้เดินห้าง หรือที่ไหน แล้วได้ยินเพลงเจ้ากวางรูดอฟ
ก็อดที่จะขำกับตัวเองไม่ได้ทุกที เราไม่ได้โหยหาอดีต
แต่เรารู้สึกดี ที่ ณ moment ในอดีตหนึ่งๆ ทำให้เรายิ้มได้
บางทีมันก็แวบเข้ามาในหัวเอง ไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องดิ้นรน
แค่ได้คิดถึง ก็เป็นสุขใจ
 
แค่ได้คิดถึง ก็เป็นสุขใจ
มันมีอารมณ์ประมาณนี้นี่เอง
 
เราว่า เราคงมีเรื่องดีๆ เกี่ยวกับคริสมาส ต่อไปอีกเรื่อยๆ ทุกปี ทุกปี 
อีกหนึ่ง Wish list ของเรา ซึ่งไม่รู้จะเป็นไปได้แค่ไหน
ตามประสาคนเบี้ยน้อย หอยเท่าเดิมอย่างเรา คือการได้ไปอยู่ในเทศกาลคริสต์มาส
ที่มี หิมะ ใช่ snow หิมะจริงๆ คงเป็น white christmas ที่เกินบรรยายเลยหล่ะ
 
++++++++++++++++++++++++
Rudolph, the red-nosed reindeer
Had a very shiny nose
And if you ever saw it
You would even say it glows

All of the other reindeer
Used to laugh and call him names
They never let poor rudolph
Join in any reindeer games

Then one foggy christmas eve
Santa came to say
"rudolph, with your nose so bright
Won’t you guide my sleigh tonight"

Then how the reindeers loved him
As they shouted out with glee
"rudolph the red-nosed reindeer
You’ll go down in history"

Then one foggy christmas eve
Santa came to say
"rudolph, with your nose so bright
Won’t you guide my sleigh tonight"

Then how the reindeers loved him
As they shouted out with glee
"rudolph the red-nosed reindeer
You’ll go down in history"

++++++++++++++++++++++++
 

วันพ่อ 5 ธค 08

 
ปกติทุกวันพ่อ ก็จะรวมตัวกัน ที่โน่น ที่นี่ เพื่อพาก๋ง+ยาย และพ่อๆ ไปเลี้ยงวันพ่อ
วันพ่อปีนี้ตรงกับ วันศุกร์ ซึ่งก็นำพาความสุขมา สมชื่อ
ตะลอนกันไป ตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง เพื่อมุ่งหน้าสู่ ร้านอาหาร จุดชมวิวทะเลกรุงเทพ
ใครที่ยังไม่เคยไปร้านนี้ ร้านนี้จะอยู่บนทะเล ตั้งอยู่ใกล้กับหลักเขตสุดกรุงเทพ
การเดินทางมุ่งเส้นพระราม 2 ทางด่วนดาวคะนอง
ไปเรื่อยๆ ตามทางลูกรัง ฝุ่นๆ แดงๆ ขรุขระๆ
ผ่านโน่น ผ่านนี่ จนหิว แต่ยังไม่ถึง ต้องเอารถไปจอดยังที่เค้าจัดไว้ให้
รอเรือหางยาว เพื่อนั่งไปร้านอาหาร
โดยที่เรือหางยาวจะพาเรา นั่งเรือประมาณ 15 นาทีได้ ดูวิถีสายน้ำ คน2ข้างฝั่ง ป่าชายเลน
ไปวนหลักเขตกรุงเทพ เพื่อสักการะก่อน แล้วค่อยพาขึ้นร้าน 
ครั้งแรกที่ไป ตอนนั้นไปดูพระอาทิตย์ตกกับ เก๋ น้ำ กิ๊ก เพราะเก๋อยากกิน เลยพาไป
ไปแล้วโอเคมาก ประทับใจ ดูลำบากดี เลยอยากให้ครอบครัวสมบุกสมบันไปด้วยกันบ้าง
 
วันนี้ไปถึงประมาณ 10 โมง เพื่อพบว่า ร้านเปิด 11 โมง ไม่เป็นไร ต้องรอญาติอยู่แล้ว
ก็ถ่ายรูป ซื้อโน่น นี่กินไปเรื่อยเปื่อย รอจนญาติมาอีก 2 คัน ส่วนอีก 1 คัน ยังอยู่อีกไกล
พวกเราเลยขึ้นเรือไปก่อน นับรวมๆ ได้ 13 คน ตามมาอีก 5 เป็น 18 คน
  ก๋ง ยาย อี้จิ๋ม กู๋นู
  ลุงนพ อี้แกลบ น้องเอริ์ท น้องน้อย ฝน
  พ่อ แม่ พี่ เรา
  อี้ป้อม น้องกอล์ฟ
  กู๋ปุ๋ย น้าอร น้องปรินซ์
งานนี้ขาดน้องไอซ์ คนเดียว เนื่องจากไปเข้าค่ายโรงเรียน
ไม่งั้นก็จะครบ เครือญาติ พวกเราก็มีกันแค่เนี๊ยะแหล่ะ
 
ไปถึงร้าน สิบเอ็ดโมงครึ่งได้ นั่งจนถึง บ่าย 4 โมง ราคาอาหารรวมได้ 5 หลัก
กินไรกันหนักหนาจำไม่ได้ เอนจอย อีทติ้งกันอลังการ  คิดว่าหมดเมนู 5555
 
ออกจากร้านมาแวะ จุดพักชมปลาโลมา แต่ปลาไม่มา!
เค้าบอกว่า โลมาจะขึ้นตอนเช้าค่ะ ตอนเย็นโลมาไปเที่ยวที่อื่น จบข่าว
ไปต่อศาลเจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ ได้เห็นเรือลำที่ท่านเป็นผู้คัดท้าย เก่าอลังการ ขลังดี
ใครรู้ช่วยตอบด้วย ว่าทำไมท่านพันท้ายฯ ชอบไก่
เห็นคนถวายรูปปั้นไก่ เต็มพรึดแน่นศาลเลย
 
หลักจากนั้น รถลุงนพ แยกกลับจอมบึง
ส่วนอีก 3 คัน มุ่งเข้ากรุง ไปหาข้าวเย็นกินกันต่อ (ยังกินได้อีก)
มาลงที่ร้านข้างถนน หูฉลาม กะเพาะปลา คลองเตย สุดยอดแห่งความอร่อย
ทั้งร้านมี 4 เมนู หูฉลาม กะเพาะปลา ข้าวผัดปู และ บะหมี่ผัดฮกเกี้ยน
อาหารจบ วันนี้ก็จบลง happy ending ever after ^^.
 
อาหารที่อร่อยที่สุด คือ อาหารที่พวกเราได้ทานด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา
 
====================
ฉันมักจะชอบคิดเข้าข้างตัวเองเสมอๆ บ่อยๆ ว่า
ฉันเกิดมาพร้อมกับการถูกหวยรางวัลที่ 1 เรื่องครอบครัว
หากใช้มาตรฐานในมุมมองส่วนใหญ่ของคนทั่วๆ ไป เรื่องบ้าน
บ้านโทรมๆ เก่าๆ ของฉันไม่มีทางติดอันดับแน่นอน ไม่มีอะไรหรูหรา
แต่หากจะวัดด้วยองค์ประกอบด้าน ความรัก ความอบอุ่น แล้ว
ฉันตอบอย่างเข้าข้างตัวเองได้อีกว่า บ้านฉันเอาชนะใครๆ ได้อย่างสบาย ชัวร์ๆ
 
House is made of brick and stone. Home is made of love alone.
 
ขอบคุณครอบครัวเล็กๆ ที่แสนจะอบอุ่น
ขอให้ก๋ง อยู่วันพ่อกับพวกเราไปอีกเรื่อยๆๆ น๊า
 ====================

รอยยิ้มจากจักรวาล

 
เดี๋ยวนี้อยากจะบอกเล่าอะไรให้ใครฟัง ก็แสนจะง่ายดาย
เพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะโทรมาเป็นเสียง หรือส่งมาเป็นตัวอักษร
 
วันนี้มีปรากฎการณ์ที่เรียกว่า ดาวเคียงเดือน
พระจันทร์ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัส ประกอบร่างกันเป็นหน้ายิ้ม ^.^
น่ารักมาก ๆ แต่ที่น่าประทับใจกว่าก็คือ การส่งผ่านข้อมูลนี้ต่างหาก
 
สายแรก คือ อี้ ที่อยู่ราชบุรี โทรมาให้เดินออกไปดู
คุยด้วยจนแน่ใจว่าเราได้เห็นแล้ว ถึงวางสายไป
แล้วก็เลยลากพ่อ ลากแม่ออกไปเบิ่งด้วยกัน
หลังจากนั้นเบ็ตตู้ก็ส่ง sms หรุยก็ถ่ายรูปแล้วส่งมาเป็น mms
เราก็เลยส่งให้เพื่อนคนอื่นบ้าง ถึงแม้บางคนจะดูไปก่อนที่เราจะส่งก็ไม่เป็นไร
ก็คนมันอยากบอก นี่นา คิดถึง อยากให้เห็นพระจันทร์ด้วยกัน วิ้ดวิ้ววววว
เด็ดสุดคือ คุณวิน โทรมาบอกว่า
‘คุณหนึ่งๆ มองพระจันทร์เร็ว พระจันทร์ยิ้มได้
ขนาดพระจันทร์ยังยิ้มได้ เราเป็นคนก็ต้องยิ้มให้ได้นะครับ’
OMG! บรรลุสัจธรรมขึ้นมาทันที เพื่อนเรา
ปิดท้ายด้วย คุยกับ กาเลท ซึ่งไม่สามารถหาพระจันทร์เจอ
เราเลยบอกว่า เดี๋ยววาดใส่ word ไปให้ดู เป็นจุดๆ แล้วก็ปากยิ้ม 55
 
 
ความสุข มันมักจะมาเป็นช่วงสั้นๆ ในชีวิตสั้นๆ ของเรานี่แหล่ะ
ถ้าเราเก็บไว้กับตัว มันก็ยิ่งสั้นไปใหญ่  สู้แบ่งให้คนอื่นให้สุขด้วยกันก็ไม่ได้
การส่งผ่านความสุขต่อไป ไม่ได้ทำให้สูญเสียมันไป
แต่กลับตรงกันข้ามเสียมากกว่า
 
เวลาคิดถึงใครก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง
เวลามีใครมาคิดถึงเราก็เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง
ขอบคุณทุกคนที่อยู่ใน loop แห่งการส่งผ่านรอยยิ้มนี้
 
บางทีความสุขก็เกิดขึ้นจากอะไรง่ายๆ  แค่เงยหน้ามองท้องฟ้า
ขอบคุณพระจันทร์ที่ทำให้พวกเราได้ยิ้มไปด้วยกัน
คืนนี้ ก็คง นอนหลับฝันดี. 
 
Happiness only real when it’s shared.
 
Smiling the moon