Cold Feet

by Nicky

 
 
เมื่อเพื่อนรักออกอาการ Cold Feet
ไม่ใช่ว่าตัวเองจะมีประสบการณ์มากมายแต่อย่างไร
เรียกได้ว่า ไม่มีประสบการณ์เลยดีกว่า
แต่สิ่งที่จะสามารถทำได้ดีที่สุด จาก experience = 0
คิดว่าจะทำให้เพื่อนสบายใจได้ ก็คือ ให้กำลังใจอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล
น่าจะช่วยให้เพื่อนสามารถมั่นใจได้ว่า สิ่งที่ได้ยินไม่ได้เกิดจาก คำพูดที่เป็น stereotype
แต่หากเป็นคำพูดที่น่าเชื่อถือได้ เป็นสิ่งที่มีเหตุ จึงส่งผลต่างหาก
 
ใกล้ถึงวันวิวาห์ แล้วหนายอดดวงใจ…
 
The more you getting closure to tie the knot,
The more you strongly feel cold at your feet.
 
ฉันจะจากบ้านไปแล้ว…? ฉันไม่มีนิสัยอะไรเหมือนเขาเลย…?
ฉันจะอยู่กันได้ไหม… ? ฉันโคตรเครียด…? ฉันคิดถูกหรือเปล่า…?
ฉันจะเซร็งเจรี๊ยว…? แล้วเจรี๊ยวจะเซร็งฉัน…?
 
ก่อนอื่น สั้นๆ ผ่านการรับรองมาแล้วจากทั่วโลกว่า
cold feet เป็นอาการปกติ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งฝ่ายเจ้าบ่าว และเจ้าสาว
อันเนื่องมาจากความกังวล ไม่แน่ใจเกี่ยวกับการตัดสินใจของตัวเอง
ดังนั้นหากอาการนี้เกิดขึ้นกับคุณ ก็แสดงว่าคุณเป็นคนปกตินั่นเอง
ไม่ได้บ้า วิตกจริต ผิดมนุษย์ แต่อย่างไร ขอย้ำว่า คุณเป็นมนุษย์ปกติ!
 
หลังจากนั้นเราก็ต้องมาทำความเข้าใจกันว่า
การตัดสินใจเป็นแขนงหนึ่งของ art มากกว่า science
แม้แต่ FBI, CIA, CSI, forensic, ทีม autopsy
ยกขโยงกันมา ก็ช่วยให้คุณมั่นใจขึ้นไม่ได้
แต่หาก Van Gough หรือ Leonardo Davinci มา อาจจะช่วยได้ (มั๊ง)
 
มีคนบอกว่า การตัดสินใจที่จะประสบความสำเร็จที่สุด
ก็คือ การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วนทุกด้าน
เรียงลำดับตัวเลือกได้ เลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด และรู้ผลที่จะตามมา
จะทำให้ผู้ตัดสินใจเกิดความมั่นใจ ในทางเลือกนั้นๆ
 
ในโลกของความจริง decision maker จะมีปัญญาหาข้อมูลจากไหนมาได้ครบถ้วน
แล้วจะรอให้ได้ข้อมูลครบ มาวิเคราะห์ทุกด้าน
ก็จะก่อให้เกิดต้นทุนที่แพงมากๆ ทั้งยังเสียเวลามหาศาลอีกด้วย
จากการที่ไม่สามารถพินิจพิเคราะห์ได้ทุกแง่ทุกมุม จึงส่งผลให้
เราเกิดอาการ uncertainty เพราะไม่รู้ว่า possible outcome จะออกมาเป็นอย่างไร
ครั้นยังห่วงกังวลไปถึง Risk แน่นอนว่าทุกการตัดสินใจต้องมี fell & success ซึ่ง
scale ของ failure = ? แล้ว success = ?
 
 
เพราะฉะนั้น คนเราควรใช้ Satisfation Model คือ
 
"เลือกทางเลือกที่พอใจที่สุด มากกว่าจะเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด"
 
โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง
 
"เลือกทางเลือกที่พอใจที่สุด มากกว่าจะเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด"
 
 
อย่ามัวแต่ตั้งคำถามซ้ำไปซ้ำมาอยู่เลย ว่าเขาจะดีที่สุดสำหรับเราหรือยัง?
เอาเป็นว่าจน ณ วันนี้ เราพอใจเขารึเปล่า แล้วกัน
 
แล้วก็ไม่ต้องย้อนถามอีกว่า แล้วฉันพอใจเขาที่สุดหรือเปล่า?
เอาเป็นว่า อดีตฉันเคยพอใจเค้าใช่ไหม ปัจจุบันฉันก็คิดพอใจเขา เลยจะแต่งงานด้วย
ทำให้สามารถอนุมานได้ว่า อนาคตฉันก็จะยังพอใจเขาต่อไปด้วย
พอใจ 2 ใน 3 แล้ว อีก 1 ที่เหลือทำไมจะไม่พอใจ
 
สุดท้ายไม่ต้องไปอยากรู้อนาคตหรอก อยู่กันไปจะเป็นยังไง หลังจากแต่งกัน
ขอยก cliche ที่ว่า อนาคต คือ ผลของปัจจุบัน
Garbages in, garbages out. Roses in, roses out.
ปัจจุบันมัวแต่ลังเลไม่แน่ใจ แล้วอนาคตมันจะสิ้นสงสัยได้ไง
Nobody knows what goes on behind closed door.
เมื่อถึงเวลา door จะเปิดให้เห็นเอง!
 
ถึงรู้อะไรๆ ล่วงหน้าไปซะหมด ชีวิตมันจะ challenge ไหม
คนนะไม่ใช่หุ่นยนต์ จะได้ program ได้
จะว่าไปขนาดหุ่นยนต์ ยังลัดวงจรให้บ่อยไป
 
ลองย้อนกลับไปอ่าน blog ก่อนหน้าผ่านๆ สิ
เนื้อเพลงท่อนหนึ่งของพี่อี๊ด บอกไว้ว่า
"…ที่เรียกว่ารักไม่ใช่คำๆ นั้น
อยู่ที่การทำใจยอมรับทั้งส่วนดี และร้าย"
การยอมรับ ทำให้เกิดความพึงพอใจ จริงไหม
 
Last but not least, เพื่อนทำถูกแล้ว!!!
โชคดีมีปั๋ว ไชโย ไชโย! ^^
 
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
Soul mate :
Two little word one big concept, reality or torture device?
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
Cold Feet
 
 
Advertisements