NICKY RETURN

 

 
22 April 2008
เป็นวันที่ต้องระเห็ดตัวเอง ออกจากเมืองPerth อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
โดย TG998 / Depart 1645
เจนนี่ กับ ยูริ ขับรถมาส่ง
 
 
อารัมบท
ตื่น(ไม่)เช้า พยายามจัดทุกอย่างลงกระเป๋า สิริรวมได้ 1ใบใหญ่, 1ใบcarry, 1ใบเป้, 1ใบถุง, 1ใบสะพาย
แล้วก็อีก 2 ถุงใหญ่ ที่ยัดไม่ลง ต้องนำไปทิ้ง
คุยโทศัพท์กับ พ่อ แม่ เพื่อน นั่งเล่นกับจิมมี่
จิมมี่บอกว่า I’m so so so sorry bcoz today i cn’t go with you to the airport
เพราะต้องไปร่วมกิจกรรมกับเพื่อน ประมาณนั้น แล้วก็ทำหน้าแบบ น่ารักมากๆ sad จริงๆ เลยนั่งกอดกันพักใหญ่
บอกกันไป ไอมิสยู ไอเลิฟยู โน่วๆ ไอมิสยูวมอร์ มีมอร์เลิฟยูว
 
1200 ร่วมวงกับก๊วนเกาหลี กิน ตุเบกิ (อาหารโปรด เจนนี่รู้ใจ)
1340 เริ่มขนของขึ้นรถ หนักโคตรๆ เจนนี่ กะ ยูริ คงแอบบ่นในใจ เห็นเจนนี่ แอบทำหน้ากังวลใจตอนเหลือบดูล้อรถ
1400 ออกเดินทาง จาก Subiaco สู่ Perth airport
1430 ถึง แอร์พอร์ต trolley ที่นี่ไม่ฟรี ต้องหยอด 2$ ถึงได้รถมาเข็น
ไปต่อคิว รอ check-in แถวยาวจากรังสิต ถึงพม่าเลย (เมืองไทย ใครๆ ก็ไปกัน)
เจนนี่ กับยูริ อยู่ด้วยซักแป๊ป เค้าต้องรีบกลับไปรับจิมมิ่ เราก็ Okay, no worries I’ll survive!
พยายามไม่พูดร่ำลาไรมาก เพราะจะร้องไห้ เศร้า แต่ Sorry, no drama!
 
 
ด่านแรก – มารี ฟรานซ์
ยืนคิวนานมาก จนหันไปคุยกับคนข้างหลัง เพราะหนุ่มกว่าคนข้างหน้า
เป็น คนUK มาทำงานที่ perth ไปเที่ยวเมืองไทย ปีละหน 15 ปีแล้ว รักเมืองไทย ว่างั้น
คุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนถึงคิวขึ้นตาชั่ง ก่อนชก
– ใบใหญ่ 32kg พนักงานบอกทันทีเลย ว่าต้องเอาออก 2kg เพราะให้ max สุด 30kg
หากหนักกว่านั้น พนักงานยกกระเป๋าด้านหลัง จะกลายเป็นพันธุ์หลังอานไป
– ใบcarry 13kg พี่แกรบอก ต้องเช็กอิน เพราะหนักเกิน 7kg ห้ามหิ้วขึ้นเครื่อง
– ใบเป้ 7.8kg
– ใบถุง 2.5kg
ตอนมาจากเมืองไทย เค้าให้ 30kg ใบแครี่ ไม่ต้องชั่ง
ตอนกลับสนามบินที่นี่เข้มมาก ให้ 25kg แล้วจับชั่งทุกใบ ดีเค้าไม่ชั่งน้ำหนักตัวด้วย
 
สรุปคือ เกินประมาณ 20กว่าๆkg So ยูวมี 2 options
one เอาถุง (พลาสติกใสใหญ่โคตรๆ) นี้ไป แล้วเอาของออก ให้น้ำหนักโอเค
two จ่ายค่าปรับมา 5xx AUD (คูณ 32 เข้าไป จะได้อัตราเป็นเงินบาท)
 
เอาหล่ะ กลยุทธุ์ negotiate และวลีสวยๆ ที่ร่ำเรียนมา ก็งันออกมาใช้ ณ บัดดล
ทั้งอ้อนวอน ไกล่เกลี่ย ขอแชร์น้ำหนักกับเพื่อน ให้คิดน้ำหนักเฉลี่ยรวมทั้งลำ ต่อรองราคา ขอหิ้วขึ้นเครื่อง 2 ใบ blah blah…
คำตอบที่ได้ ก็ยืนยันคำเดิม NO! sorry we can’t help. ฮ่วย
ก็เลยเดินคอตก เข็นรถไปหลบมุม รื้อกระเป๋า
 
วินาทีนี้ นึกถึง Kimberly เลยอ่ะ จำได้ตอนกิมกลับจากเนเธอร์แลนด์ เจอปัญหาน้ำหนักเกินพิกัด
ต้องขนทิ้งที่สนามบิน ตอนนั้นเราฟังไปก็ โห จิงดิกิม ทิ้งยังไงอ่ะ แล้วรื้อยังไง ไม่เสียดายหรอ
ตอนนี้คำตอบ ปรากฎอยู่ตรงหน้า นั่งรื้อมันไป กระเป๋า 3-4 ใบ
ตอนนั้น อะไรก็พยายามหลับหูหลับตา โยนลงถุงไปให้หมด เริ่มไม่สำคัญขึ้นมาทันที
อยากจะร้องไห้ มายก๊อด หลักๆ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว เข็มขัด เครื่องคิดเลข
ดิกชั่นนารี่ ฯลฯ กะเอาตำราเรียนทิ้งแล้ว แต่นึกขึ้นมาได้ว่า มาเรียนควรมีหลักฐานกลับไป
อะไรก็ตามที่หยิบแล้วรู้สึกหนัก กระดาษทิชชู่ สำลี ยา ก็รู้สึกต้องกำจัด เฮ้อออ
 
ระหว่างหลับหูหลับตารื้อ มีใครมาฉกรถเข็นไปตอนไหนไม่รู้ หันมา อ้าว 2$ หายไปแล้ว
เจอคน 4 คน เดินมาหลบมุมเดียวกัน ได้ยินสำเนียงภาษาไทย
เลยชวนคุย สวัสดีค่ะ น้ำหนักเกินหรอค่ะ บ่นกันไปเรื่อยเปื่อย
คนที่กลับไทย เป็น พ่อแม่ ส่วนลูกสาว และลูกเขยมาส่ง
เค้าเกิน 5kg ไม่มีไรมาก เพราะ เอาออกแล้วก็ให้ลูกสาวเอากลับ ลูกเค้าอยู่ที่นั่น
เค้าหันมาเห็นถุงเรา แล้วก็ถามว่า จะทำยังไง เราก็บอกว่า คงต้องทิ้ง
เค้าก็เสียดาย เห็นของแล้วยังดีๆ เอางี้ ให้ลูกสาวเค้าเอาไปบริจากดีกว่าทิ้ง เห็นด้วย เอาไปเลยป้า
 
เราก็ฝากเค้าเฝ้าของ แล้วเดินหน้าแบ๋ว ไปขอรถเข็นคนที่ check in เสร็จแล้ว
นำมาใส่กระเป๋า กลับเข้าด่านชั่งอีกรอบ เจ้าหน้าที่ ยืนหัวเราะรอเลย
หลังจากผ่าน course ลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วน ของมารีฟรานซ์ ได้ผลดังนี้
ใบแรก จาก 32 เหลือ 23 ผอมทันใจใน 20 นาที
ใบอง จาก 13 เหลือ 10
ใบเป้ เท่าเดิม ใบถุง เท่าเดิม
ทีแรกเค้าจะให้ โหลดให้หมด เพราะ ไม่มีต่ำกว่า 7kg ให้หิ้วขึ้นเครื่องซักใบ
เลย please please ใบเป้ เกินมา 8 ขีด Please,,,I bet u dun wanna make me cry now. Look at that! my stuffs!
ชี้ให้มองลูกสาวป้า ลากถุงเราผ่านไป เค้าก็ขำๆ คงเริ่มสมเพช เพิ่อเป็นการปลอบใจ เลยให้แบกเป้ขึ้นเครื่อง
สรุป ยังเกินอยู่ 10 โล ประมาณนั้น ไม่รู้จะไปลดน้ำหนักที่ไหนอีกแล้ว
ลดมากกว่านี้ ก็ไม่เหลืออะไรกลับบ้านแล้วคุณ ก็เลยต้องจ่ายค่าปรับ AUD240 (กรุณาอย่าคูณอัตราแลกเปลี่ยน)
เรายังมีหน้าขอเปลี่ยนเอาใบเป้โหลด เพราะขึ้เกียจแบก อยากเอาใบลากขึ้นเครื่องแทน เค้าก็มองอย่างละเหี่ยใจ and say NO!
 
 
พักเบรก
หลังจากผ่านด่านนั้นมากได้ พร้อมสายตาหลายร้อยคู่ ที่ต่อคิวอยู่ จับจ้องมอง
ก็ขึ้นมานั่งพัก รอ Fernanda (*)
(*)หมายเหตุ มีเพื่อนที่โรงเรียน เป็น Brazilian บินไปด้วยกัน เพิ่งรู้สดๆ เค้า sms มาบอก สุด surprise
ระหว่างนั่งรออยู่นั้น ได้ยินสำเนียงไทยแว่วๆ เมาท์กันถึงเรื่อง น้ำหนักเกิน มีคนนั่งรื้อของ กระเป๋าใหญ่ใบเบ้อเร่อ
บลา บลา บลา … อืม ใครหนอ ?!?!?? เวง -_-
พอ Fernanda มา ก็เลยเดินเล่นกัน พูดคุยกัน พักใหญ่
มีเวลา เพราะเครื่องดัน DELAY เลื่อนเป็น 18.10
พอได้เวลา ก็เดินไป เข้าด่านตรวจคนเข้าเมือง
 
 
ด่านสอง – Vegemite
มีด่านต้อง scan ตัว และ สำภาระ
เค้า เจอลักษณะคล้าย jar ในกระเป๋า เลยขอให้เปิด
มันคือขวด เวจีมัย (เป็นคล้ายๆ แยม คนออสซี่ชอบกิน) 
U won’t allow to hv this on the plane
อะไรเจ๊ อิฉันซื้อเป็นซูวีเนียร์ และมันก็แค่ เวจีมัย
Dun ya know it’s now allow to bring liquid, paste or sth. u can spread.
แวร้ก รู้แค่ว่าห้าม liquid นี่หว่า
ไม่ต้องเรื่องมาก เค้าจับโยนลงถังขยะไปเลย ชิชิ ไรว้า
 
 
ถ่านสาม – random risk check
เดินผ่านจุดนี้ 10 คน สุ่ม 1 คน แล้ว 1 คนนั้นคือเราเอง
เอาเข้าไป หน้าตาเหมือน terrerist มาก อยู่ในกลุ่มเสี่ยงว่างั้น
ตรวจมันทั้งตัวเลย คลำอยู่นั่น นี่ข้าพเจ้าจะกลับประเทศเกิดเมืองนอน
หาได้ไปวางระเบิดไม่ กรำ.. เพื่อนมันก็มองหน้าแบบ ไอ้นี่ เจอปัญหามันทุกด่าน
 
 
ด่านสี่
ไม่มีไรแล้ว ขึ้นเครื่อง
ส่ง sms หาเพื่อน เป็น last gd-bye
คิดถึงเพื่อนที่โน่นจัง (No! no drama)
 
 
Landing สุวรรณภูมิ ตอน ตี 1 ได้
เดินๆๆ เอากระเป๋า แล้วก็เจอ พ่อแม่พี่น้อง กรี๊ดๆๆ โซ แฮปปี้
ทีแรกจะพาเพื่อน ไปส่ง รร มันอยู่บางลำภู
เนื่องจากไฟล์ดีเลย์ แล้วเค้าต้องรอต่อเครื่องตอน 7 โมงเช้า ที่นี่ เพื่อไปภูกเก็ตอีก
คุยไปคุยมา ก็เลย ไปนอนบ้านไอ แล้วกันนะ แล้วตอนเช้าโทรเรียก taxi ให้
ก็เลยโอเคร พาฝรั่งสาวเซ็กซี่ กลับบ้านมาด้วย
ถึงบ้าน ตี 2 ครี่ง ได้ นั่งๆ คุยๆ ตี 5 ครึ่ง เมื่อ taxi มา เค้าก็ไป บายๆ hv fun in phuket
เมื่อเพื่อนไป เราถึงได้นอน
 
ภาระกิจแรก นอนได้ 3 ชม ต้องตื่น ไปเยี่ยม ก๋ง ที่ราชบุรี
 
 
กลับบ้านแล้นนนนนน
นอกจากห้องนอนที่เป็นระเบียบมากจนจำสภาพเดิมไม่ได้ (จากความอนุเคราะของคุณพ่อคุณแม่) แล้ว
อะไรๆ ก็รู้สึกเหมือนเดิม Like the entire universe never changed since i’ve gone.
 
 
I Red heart THAILAND …….. I Red heart PERTH
 
Advertisements