Month: September, 2007

เช้ายันค่ำ

 
28/9/07
 
สวัสดีไดอาลู่
 
8.30-11.00
วันนี้มีนัดกับ BNH เพื่อตรวจสุขภาพ (กาย) หลังจากไปมาแล้วเมื่อวาน
แต่ด้วยความรู้น้อย เลยไม่ได้เอาพาสปอร์ต กับรูปถ่ายไปด้วย
ตกลงว่า BNH เป็น โรงพยาบาล หรือโรงแรม ยังข้องใจ (ตามประสาคนใช้บริการ รพ.รัฐบาลเป็นหลัก)
facilities ต่างๆ state-of-art มากๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำอะไรไม่ถูก
เค้ามี พนง. แต่งตัวดี (กว่าเรา) เดินตาม ให้บริการ รับส่งกันเป็นช่วงๆ
ที่ต้องทำคือ x-ray ปอด (ว่าแหกรึไม่) ตรวจปัสสะวะ (ถ้าม่วงให้บอกว่า กินยาแก้ไอ) และพบแพทย์ (เพื่อเอาลายเซ็นต์)
 
ห้องนั่งรอ zone รับรอง (นึกถึง โรงแรม บุฟเฟ่ ตอนเช้า) มี cosy-โซฟา เยอะๆ
จะมีโต๊ะตรงกลางวางพวก bekery (s&p) ไว้ให้ พร้อมเครื่องต้มกาแฟ น้ำ แต่ไม่มีอาหารคาว
มีทีวีจอแบนใหญ่ มีนิตยสาร ให้อ่าน เราก็นั่งอ่านไปเรื่อยๆ ระหว่างรอ
เมื่อ x-ray ปัดสวะ เสร็จ เข้าพบคุณหมอหนุ่ม หน้าใส หมอบอกว่า เหตุการณ์ ปกติ
ความดันปกติ แต่กระดูกสันหลังคดเล็กน้อย จะทำให้ปวดหลังบ่อยได้ -_-‘
แล้วก็ตรวจโน่นี่ หู คอ จมูก ปาก เข่า ไปเรื่อย
ผลปัดสวะ ก็โอ เรียบร้อย จ่ายตัง ออกจาก รพ ได้
 
11.00 on
หลังจากออกมา เดินผ่าน รร.เซนโยเซฟคอนแวนต์
ตอนนั้นน้องๆ เลิก ออกมาตรึมไปหมด สงสัยมีสอบ เลิกเร็ว
หน้าตาดูดี มีสกุล กันมาก เราเดินผ่ากลางดงไป รู้สึกเหมือนนังแจ๋ว มารับคุณหนู
หลังจากมีเหตุการณ์คนเข้าไปทำร้ายเด็ก ที่เป็นข่าวใหญ่พักหนึ่ง
เค้ามีมาตรการมากขึ้น อย่างหนึ่งที่เราเห็น นอกจาก ยาม คุณครู ยืนส่งเด็กๆ เหมือนอยู่สนามบิน
ก็คงเป็นป้ายห้อยคอผู้ปกครอง หรือคนที่มีหน้าที่มารับ
size 4R ด้านหน้าจะเป็นรูปถ่ายคนห้อย บอกชื่อ สกุล มารับใคร
ส่วนด้านหลังเป็นรูปถ่ายครอบครัว เห็นหน้าชัด ใหญ่มาก ถ่ายกับนักเรียนใส่ชุดนักเรียน
รูปถ่ายชัดเจนมาก มองระยะ 1 ช่วงตึก ก็เห็น
 
หลังจากผ่าดงคุณหนูมา ก็ไป silom complex เข้า watsons
ตอนนี้มี promotion จับไข่ นำใบเสร็จมาจับรางวัล เราได้จับ 2 ไข่
ได้ไข่กลวง กับไข่เน่า (ดวงดีมาก) ก็คือไม่ได้อะไรเลย แต่ พนง. ใจดี
ให้สบู่ 1 ก้อน กับถุงใส่ดินสอ กอลฟ์-ไมค์ มาปลอบใจ
อืม เข้ากับวัยมากๆ Golf-Mike FC!
 
ต่อจากนั้น ไป robinson ชิดลม เอานาฬิกา เครื่องคิดเลข ไปใส่ถ่าน และซื้อไรนิดหน่อย
นั่งรอคุณแม่ ใน McD นั่งกินกันเสร็จก็ย้ายไปทำธุระกันต่อ
 
16.00 on
ไปตรงข้าม central ชิดลม แม่อยากคุยกับ Agent โอเค จัดให้
 
17.30 on
เดินไป BigC ชิดลม กันต่อ ไปหาคุณพ่อ เพื่อส่งมอบแม่ให้พ่อ เสร็จ
เดิน เตร่ใน BigC ซักพัก ซื้อไรนิดหน่อย ก็เดินออกมา ฝนตกพรึมๆ
 
18.30 – 22.30 
เดินไป BTS ชิดลม เพื่อรอพบ คุณไพเราะ นัดหมายกันไปกินข้าว
เนื่องในโอกาส เปิ้ล นัดแจกการ์ด (ไม่ต้องถามว่าการ์ดอะไร ไม่มีงานไรแล้ว วัยนี้)
นัดกันที่ @ Maker หลังสวน กอล์ฟจองไว้ในนาม เปิ้ล 10 ที่
เรากับจริ๋ม ไปถึงก่อน ด้วยความหิว เปิดเมนู กะสั่งเต็มอัตราศึก
แต่ พอเห็นราคาแล้ว ก็เริ่มอิ่มทิพย์ ทันใด มันจะขายแพงไปถึงไหน
นังเปิ้ล ทำไมไฮโซเยี่ยงนี้ เลือกร้านได้เหมาะกับฐานะเพื่อนๆ มันยิ่งนัก เฮ้อ
 
ซักพักกอล์ฟ (จิระสุดามณี) ก็มาถึง นั่งเหงากัน 3 คน คิดดูโต๊ะ 10 ที่ นั่งกัน 3 คน
แถมโต๊ะตรงข้าม 25 ที่ มันเริ่มทะยอยมากัน หัวเราะ เฮฮา คริกคัก จนกอล์ฟต้องหันหน้าไปมอง กะร่วมแจมด้วย
และแล้ว แบงค์กี้ (อิสราภรณ์พรรณราย) ก็โผล่มา เริ่มมีพวก นำหัวเราะอย่างไม่มีเหตุผล ข่มกลับบ้าง
 
ตกลงว่า มีอีก 2 คน ที่กำลังมา คือ เปิ้ล (เจ้าของงาน) และคุณนาย
ส่วนที่เหลือ ละลายหายไปกับสายฝน
ทำเอาเปิ้ลน้อยใจยิ่งนัก จนพาลกับกอล์ฟ ว่า นัดประสาลิงอะไร 55+ ซรวยคนนัดอีก
 
พวกเราสั่งอาหารกับแบบ ชั่วโมงละจานได้ ละเลียดกิน กันเค้าไล่ออกจากร้าน
หลักๆ เรื่องที่เสวนา หนักไปทาง ธรรมะ ไม่น่าเชื่อแต่เรื่องจริง ขัดกับสถานที่ยิ่งนัก
แหม จิระสุดามณี ก็ เรียนถึงเปรียณไหนแล้ว เจ้เปิ้ล ก็เพิ่งไปนั่งสมาธิ 4 วัน มา
(ปกติเจ้าสาวต้องเข้าคอร์สทำตัว ทำหน้า รายนี้แปลก เข้าคอร์ส ทำใจ)
คุณนาย ก็ชอบเสวนาธรรม กับพระวัดแถวข้างบ้าน ถึงได้หน้าใส ขะหนาดนั๊ก
ไพเราะ ก็ ชาติที่แล้ว เป็นสาวก เจ้าแม่กวนอิม เข้าวัด ฟังเทศน์ (จนมีผู้ชายมาจีบเนืองๆ จีบในวัดเลยนะนั่น)
หนึ่งฤทัย ก็อ่านหนังสือธรรมะนะ ขอบอก ไบเบิลก็อ่าน พอคุยด้วยได้
และ อิสราภรณ์พรรณราย นี่ ออกแนว ไม่ค่อยเกาะกระแส แต่ก็ ไหลๆ ไปได้เรื่อยๆ ฮาๆ
 
ถึงเวลา ก็แยกย้าย สลายแก๊งค์
ไพเราะ แยกตัวไป ตามประสาคนสวย
แบงค์ก็แยกไป ตามประสาคนงาม (เห็นบอก จะไปดึ๋งๆ ต่อ)
คุณนาย ก็แยกไป ไปกะใครก็ไม่รู้ คุณนายไล่ มา บอกไม่ต้องรอส่ง
เปิ้ล กอล์ฟ และเรา ไปทางเดียวกัน เจ้เปิ้ลไปส่ง หุหุ
 
 
กลับมา ก็จัดการหมา เช็ดจมูก เช็ดหู
แล้วก็อาบน้ำ นอน
จบไปอีกแล้ว วันนึง
 
==================
ชีวิตนี้บางทีก็น้อย คิดไปทำไม
ชีวิตนี้บางวันก็เยอะ ถือเป็นกำไร
 
คิดดี ทำดี ก็พอ
==================
 
Advertisements

ผมหงอก คือ graffiti ของพระเจ้า

 
 
 
‘ความชรา’ คือ นิยามของผู้ที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ซึ่ง
อยู่ในระดับที่คนส่วนมากรู้สึกว่า เป็น range สุดท้ายของชีวิต ก่อนดับสูญ
 
การได้พูดคุยกับผู้ที่ผ่านชีวิตมายาวนาน นานเกินกว่าเกือบ 3 เท่าของอายุเรา
ทำให้เรามองอะไรต่ออะไร ได้อย่างเข้าใจ ถึงแม้จะได้สัมผัสทางหู แล้วต้องจินตนาการภาพเอาเองก็ตาม
 
ช่วงนี้ว่างๆ เลยได้มีโอกาส วิสัชชณากับยายอย่างยาวนาน
ยาย ผู้ซึ่งเป็นแม่ของแม่ เล่าถึงชีวิตตั้งแต่ พ่อของยายยังอยู่
ซึ่งเราคงต้องเรียกว่า ชวด (ถูกรึเปล่า?) เพิ่งรู้ว่าชวดมีฝาแฝดด้วย
แต่แปลกที่ในวงศาคณาญาติ ไม่มีใครเป็นแฝดเลยซักคน
ชวดนี่ เป็นรุ่นที่หอบเสื่อ นั่งเรือมาจากเมืองจีนของจริง
ดังนั้น เผ่าพันธ์ยาย ก็คือมาจากเมืองจีน นั่งเอง ลอดลายมังกร มาก
มิน่าถึงมาอยู่ราชบุรี เพราะมีโอ่งมังกรนั่นเอง (เกี่ยว?)
 
ยายเล่าถึงสมัยตอนยายเด็กๆ สาวๆ บรรดาพี่ๆ น้องๆ ของยาย จนมาเจอกับก๋ง
ถึงบรรดาลูกๆ ของยาย ทั้ง 6 คน แต่คนสุดท้ายเสียชีวิต จึงเหลือ 5
เล่าถึงประวัติลูกๆ และเขย และสะใภ้ แต่ละคนๆ (ซึ่งก็คือ น้าๆ อาๆ กู๋ๆ อี้ๆ ลุงๆ ของเรา)
เล่าจนถึงตอนพวกเรา รุ่นหลานๆ ตั้งแต่เด็กๆ ที่ไปอยู่กับ ก๋งยาย
 
ตอนก่อน ก๋งยาย เลี้ยงหมู ทำไร่ ทำสวน ปลูกพืช ฯลฯ
ล้วนแต่เป็นอาชีพที่ไม่จัดอยู่ในชนชั้น ศักดินา แต่อย่างใด
ฟังไปฟังมา บางเรื่องก็ฮาๆ บางเรื่องก็อึ้งๆ บางเรื่องก็น้ำตาคลอ ดราม่ามาก
โดยเฉพาะตอนลูกคนสุดท้ายของยายเสีย น้ำตาท่วมจอ ว่างั้น
คลับคล้ายคลับคลา ดูเรื่อง คือ หัตถาครองพิภพ ฉายภาพตั้งแต่เด็กจนโต
หรือจะเป็นเรื่อง 4แผ่นดิน ดี เพราะตั้งแต่สมัย สงครามโลก โน่น
เรารู้สึกว่า ในแต่ละคน แต่ละคน ล้วนมีประวัติศาสตร์ในชีวิตของตัวเอง ที่น่ายกย่อง
ยายจบลงด้วยคำว่า ชีวิตมันก็แค่นี้แหล่ะลูก
 
มันยิ่งกระตุ้นให้เรายิ่งอยากทำทุกๆ อย่างที่ต้องการ (แม้ว่าปัจจัยจะไม่อำนวย)
เพื่อเร่งสร้างหน้าประวัติศาสตร์ในชีวิตของเราบ้าง
เราปรารถนา ให้มันประหนึ่งดัง เพชรพระอุมา
สนุกสนาน ท้าทาย ครบรส เสริมแทรกเกร็ดความรู้
ยาว แต่ไม่น่าเบื่อในการติดตาม และคุ้มค่าแก่การนำมาเล่าขานซ้ำๆ
ก็ฝันไป นี่ปาเข้าไปจะครึ่งชีวิตแล้ว ยังดำเนินเรื่องปกติอยู่เลย ไม่ climax ซะที 555+
เสียดายที่ตอนก่อนมัวแต่กลัวหน้ากระดาษจะแปดเปื้อน
ทั้งๆ ที่เราก็มีกระดาษชีวิตเหลืออีกมากมายให้เขียน ให้ใช้ แต่ ความเสียดาย ไม่ช่วยอะไร
 
ปล. ตอนที่ยายเล่า ก๋งก็นั่งอยู่ด้วย แต่เนื่องจาก
ก๋งหย่อนยานทุกส่วน ยกเว้น หู (ที่ยังตึงอยู่) เลยไม่ค่อยช่วยเสริมเท่าไหร่
หรือจริงๆ แล้วก๋งได้ยิน แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก็ไม่รู้
 
… ชีวิตมันก็แค่นี้แหล่ะ ลูกเอ๋ย
… จ้ายาย
 
===========================
บางเรื่องต้องใช้หัวใจพุ่งชน ถึงแม้รางวัลคือความผิดหวัง
         โลกใบกลมๆ ดูจะแบนลงทุกๆ วัน
===========================
 

จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้

 
 
น้องปรินซ์ เป็นเด็กข้างบ้าน ไม่ใช่ข้างบ้านธรรมดา
แต่เป็นข้างบ้านที่ประกอบอาชีพสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ใช่แค่นั้น
คุณพ่อของน้องยังไม่ใช่แค่คุณพ่อธรรมดา
ยังเป็น น้องชายของแม่เรา หรือเรียกว่า กู๋ของเรา อีกตะหาก
 
น้องเค้ากำลังจะขึ้น ม.1 เป็นเด็กที่ตอกย้ำให้เรารู้สึกถึง ความเร็วของเวลา
ว่ามันล่วงเลยมาขนาดไหน มองดูการเจริญเติบโตของน้องเค้า
ซึ่งโตเร็วมากๆ ทั้งร่างกาย และความสามารถ
ตอนเราอายุเท่าน้อง เรายังไม่รู้จักคอมพิวเต้อ เลยมั๊ง
หรือถ้ารู้จัก ก็คงเป็นแบบ เวอร์ชั่น floppy A: เรียน Dos เถือกๆ นั้น
ในขณะที่ตอนนี้น้องเค้าสามารถสั่งซื้อ หุ่นยนต์ เกมส์ ทางอินเตอร์เนทได้
แถมยังไป summer สิงคโปร์ เวียดนาม จีน เจริญจริงๆ เด็กยุคนี้
 
วันนึงเจอน้องเค้าเดินเล่นอยู่หน้าบ้าน เดินเท้าเปล่า
เลยถามเค้าว่า "น้องปรินซ์ ทำไมไม่ใส่รองเท้า"
น้องเค้าตอบว่า "ผมเป็นโดเรมอน"
? "คืออะไร ทำไมต้องเป็นโดเรมอน"
"ก็โดเรมอน เดินลอยจากพื้น 1 เซนติเมตร เท้าไม่ติดพื้นไงหล่ะพี่"
 
อ่อ เท้าไม่โดนพื้น ก็ไม่สกปรกรองเท้าก็ไม่จำเป็นแต่อย่างใด
 
ถัดมาอีกซักนาน ถึงเมื่อวานนี้ นานจนเราลืมเรื่องนั้นไปแล้ว
เจอน้องเค้าวิ่งเล่นหน้าบ้าน กับพ่อเค้า รองเท้าไม่ได้ใส่
ด้วยความลืมตัวไปว่า เรามีน้องเป็นโดเรมอน เลยบอกน้องด้วยความเป็นห่วง
"ปรินซ์ไปใส่รองเท้าซะ เดี๋ยวเชื้อโรคเข้าเท้า"
"ไม่อ่ะพี่ ผมเป็นโดเรมอน"
 
เออ ขอโทษ พี่ลืมไป!
 
 

Bye-nior

 
 
 
บายเนียร์ เป็น เทศกาล ป๊ะ เพื่อนฝูงเป็นครั้งสุดท้าย อย่างพร้อมเพียง
ปีนี้ น้องๆ เค้าจัดให้ที่ รร.เดอะแกรนด์ ตรงข้ามโพไซดอน
ดีเลย ทำงานเสร็จ ก็เดินข้ามไปเลย เอิ๊กๆ (ทำเค้าเสียราคาหม๊ด)
 
ไปกับพี่ต้อมผู้เลอโฉมเหมือนเดิม
ถึงงาน ลงทะเบียน เล่นเกมส์ ดูการแสดง
การแสดง น่ารักมาก น้องๆ เค้าเต้นกันแบบสุดฤทธิ์ ชุดเชฟบ๊ะ ได้ใจมาก
ส่วนชุด เพลงหางเครื่อง 7 สาว สะบัดโชว์ เต้นไม่ค่อยเท่าไหร่
แต่หน้าม้า มากันทั้งคอก กรี๊ดกัน เกินท่าเต้นไปมาก
ทานอาหาร บุฟเฟ่ หน้าตาเหมือนกับข้าวที่แม่ทำ คือ เป็นสำรับแบบไทยๆ นั่นเอง
ฟังอาจารย์ร้องเพลง อาจารย์ ผอ. มรว วงศ์สวัสดิ์ สวัสดิรักษา นี่ร้องเพลงแนวร๊อก มาก
ส่วนท่านอาจารย์ หน้าเด็ก หน้าตาดี มองผาดๆ เหมือน นภ พรชำนิ ชำนาญ
แต่ท่านเลือกเพลง ทะเลใจ คอนทราส มาก เกินไปแล้วคุณครูขา
แล้วก็ดู พรีเซนท์ เทชั่น รุ่นน้องๆๆๆ แล้วก็รุ่นเรา
อิ่ม ทำได้สวยมาก น่ารัก ost ประกอบ ก็ยอดเยี่ยม ต้องส่งเข้าชิงรางวัล ซะหน่อย
 
ระหว่างงาน ก็ถ่ายรูป เป็นงานหลัก
มีประกวด รางวัลแต่งกายยอดเยี่ยมด้วย
บางรุ่นเค้ามาแบบมีคอนเซ็ป เช่น เขาชนไก่ กรุงเทพราตรี ไฮโซบ้านนอก ฯลฯ
ส่วนรุ่นพวกเรา Be myself คือ ไม่มีคอนเซ็ป ตัวใครตัวมัน สวยกระจัดกระจาย
รางวัลของรุ่นเรา ตกเป็นของ พี่อ่ำ เยี่ยมมาก จริงๆ เอิ๊กๆๆ
 
ไปงานนี้ ยังไม่วาย ได้ซองงานแต่ง จากจ๋า และพี่แม็ก
จะแจกให้สะเทือนใจกันไปถึงไหนนนน….
 
เมื่องานจบ ต่างก็แยกย้าย ใครใคร่กลับบ้านกลับ
ใครใคร่แดกเหล้า เชิญมาทางพี่ต้อม
ซึ่งพี่ต้อม หนีบขวดเหล้า ออกจากงาน ประกาศศักดา ความเป็นลำยองมาก
เหล้าได้อภินันทนาการจาก พี่เต้ย แห่งทศท.นั่นเอง ใจดีมาก ให้เหล้าน้องๆ เกือบเต็มขวด
แต่พี่แกไม่ได้ไป เพราะ ผบ.ทบ. สูงสุด ไม่อนุมัติ ต้องกลับบ้านไปรายงานตัวด่วน 55+
 
ตกลงว่า มากินเหล้า กันแถวบ้านข้าพเจ้านี่เอง ประชาชื่น
อลันโด้บลูม ร้านเก่าเจ้าเดิม ร้านจุ๊ เพื่อนลี่
มากัน 8 หัว พี่จื้อ อิ่ม ปรู๊กกรี้ พี่ต้อม พี่น้อง เต้ยหญิง เต้ยชาย แล้วก็เรา
จุ๊ บอกว่า เพราะพวกเมิงจะมากันนี่เอง ลูกค้าร้านกรู เช็กบิลกลับบ้านกันหม๊ด
แล้วไปทำไรกันมา โห ดูแต่งตัว ให้เกียรติ สถานที่กรูมาก
(แต่ละคน ญ ชุดราตรี แบบเดินพรมแดง ช ใส่สูทผูกไทด์ 555+)
 
ร้านโล่งๆ ดี นั่งตรงไหนก็ได้ เลยเลือกนั่งข้างใน
ติดเวที นักร้องหน้าตาน่ารัก เสียงก็ดี เล่นกีตาร์ก็เพราะ โอ้ว
ได้ข่าวว่า ลงสมัคร AF ทุกปี แต่ไม่ติดซักปี น้องเค้าก็สติวพยายามอยู่
แต่เต้ยหญิง ชวนเข้าสังกัดค่ายเพลง ตัวเองเรียบร้อยแล้ว
เราก็รอ เป็นFC (หรือเป็นแม่ยกดี) ต่อไป 
ว่าแต่ ทำไม เต้ยไม่ชวน เรา เข้าสังกัดบ้าง เสียงดี ลีลาเลิศ ขนาดนี้
เต้ยนี่ เข้าข่าย ใกล้เกลือ ไปถูกระเบื้อง นะเนี่ย!?!?
 
ดังเคย พี่ต้อม ร้านไหน ร้านนั้นครับ
เห็นเวทีไม่ได้ ต้องขอไปสัมผัสไมค์ ทันที
ไม่เยอะๆ 3-4 เพลง ไม่ไล่ ไม่ลง ประมาณนั้น
ดีมาก ร้องเยอะๆ พี่ ไม่เปลืองเหล้า ฮ่าๆ
กว่าพี่ต้อมจะร้องเพลงลงมา แขกที่เหลือเช็กบิลกลับไปแล้ว
อ๊ะ ย่อเย่นนน เสียงพี่ออกจะดี กินเหล้าไป ฟังพี่ไป กลมกล่อมสิ้นดี
พอพี่ต้อมลงมาได้ กับแกล้ม อาหารก็หมดพอดี แถมครัวก็ปิดแล้ว
เดือดร้อนหล่ะสิ พี่แกหิว เพราะใช้พลังงานเสียงมากไปหน่อย
ไม่เป็นไร เพื่อนกันกับเจ้าของร้าน เดินเข้าครัวไปเลย ประหนึ่ง เคยเป็นแม่ครัวอยู่ที่นี่
แล้วเดินออกมาพร้อม เฟรนซ์ฟรายด์ 1 จาน อ่าฮ่า หอมๆ ร้อนๆ อร่อย
ไม่หร่อยไงไหว จานนี้ 100 บาท ครับท่าน
ชารท์ ค่าครัวปิด เค้าต้องเรียกพนง กลับมาล้างจานปิดครัวอีกรอบ ขำๆ
 
จนร้านปิดไฟ ปิดแอร์ ยังนั่งเม้าท์กันอยู่ ยังมีหน้าหันไปถามจุ๊ ว่า ปิดแอร์ทำไม
จุ๊ ก็ทำหน้าเนียนๆ ตอบมาว่า ปิดไล่ลูกค้า (ยังไม่รู้สึกตัวกัน)
ก็นั่งกินต่อ รอจนอากาศจะไม่มีหายใจ จึงแยกย้ายกันกลับบ้านได้
น่าห่วงที่สุด เต้ยชาย หน้าแดง เหมือนโดนจิ๊กโก๋ รุมจีบมาก
และต้องกลับกับเต้ยหญิง มีหวัง ตำรวจ อัญเชิญ ลงมาเป่าหลอดเล่นๆ กันแน่นอน
เอาเหอะ คงแคล้วคลาด พระเค้าดี 
ส่วน ทีมพี่จื้อ อิ่ม (เด็กฮาร์เวิด) กะปรู๊กรี้ ก็ขับรถ หลบหลีกด่านต่อไป
อิ่ม เป็นคนชอบถ่ายรูป เล่นกล้อง ที่งานนี้แต่งตัวเหมือน นักเรียนไฮโซ ฮาร์เวิดมากๆ
ส่วนเรา ออกแนว เชียร์ลีดเด้อ ปอมๆ ฮอกว๊อต เย้ย ไม่มีใครดูดีกว่าใคร
 
งานเลี้ยงก็เลิกรา ด้วยประการละชะนี
 

Turn left | Turn right

 
 
ชีวิต
 
ชีวิตมันไม่ง่ายหรอก มันมีจังหวะที่เราต้องเรียนรู้
และเต้นตามไปกับมันอย่างสอดคล้อง กลมกลืน
อาจเต้นคร่อมจังหวะบ้าง ไม่ว่าด้วยความตั้งใจ หรือไม่ก็ตาม
 
ใช่ ชีวิตมันไม่ง่าย
 
แต่อย่าลืมว่าในขณะเดียวกัน ชีวิตมันก็ไม่ยากเช่นกัน
หากเราหยุดคิด หยุดฟัง ใช้สมอง และหัวใจ
 
Sliding Doors จึงเป็นหนังโปรดในดวงใจของเราตลอดมา
(ถึงแม้เราจะดู แสบสนิทฯ บ่อยกว่าก็ตาม)
ทุกครั้งที่เราต้องตัดสินใจเลือกได้แค่อย่างหนึ่ง
เราไม่รู้หรอกว่า อีกอย่างที่เราไม่เลือกมันจะเป็นอย่างไร
ถึงแม้เราเลือกไปแล้ว และมันไม่เป็นอย่างที่เรานึก
เราจะกล้าพูดได้เต็มปากหรือว่า อีกทางหนึ่งที่เราหันหลังจากมาจะดีกว่านี้
 
มันเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง แต่มันก็เป็นสิ่งที่ท้าทาย
 
ความท้าทาย ที่แท้จริงอาจไม่ใช่สิ่งที่เราจะออกไปเผชิญ
แต่คงเป็นความกล้าที่จะตัดสินใจออกไปเผชิญมากกว่า
เมื่อไม่กล้าตัดสินใจ ก็คงไม่มีความท้าทายใดๆ ในชีวิตนี้ให้เราต้องเผชิญอีกแล้ว
 
เคยได้ยินประโยคนี้ไหม…
 
If your head tells you one thing,
and your heart tells you another,
 
แล้วเค้าก็บอกต่อว่า
 
before you do anything,
you should first decide whether
you have a better head or a better heart.
 
 
เมื่อเรามาถึงจุดที่จะต้องเลือกว่า จะทำตามหัวใจตัวเอง
แล้วในขณะเดียวกัน ก็ต้องตอบคำถาม ของบางคนในสังคมอีกหลายคน
บางคนที่กรอกหูเราด้วยความคิดที่ไม่เข้าท่า
จากประสบการณ์ที่ผิดพลาดส่วนตัว
โดยลืมคำนึงถึงจิตนาการ และความฝัน
อันเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุด ที่มนุษย์พึงมี
เราจะยังทำตามหัวใจของตัวเองต่อไปหรือไม่
 
คำตอบคงมีอยู่แล้ว
 
หากไม่ใช่ตอนนี้ มันจะเป็นตอนไหน
เมื่อไหร่ที่เราจะเรียกตัวเองว่า ‘พร้อม’
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า เมื่อถึงเวลาที่เราคิดว่า พร้อมแล้ว
พลังอันเต็มเปี่ยม แห่งความฝัน ความมั่นใจ ความกล้า ของเรา
จะไม่จางหาย ถูกดูดกลืน ไปในกระแสธรรมเนียมปฎิบัติของสังคม
 
เราบอกไม่ได้หรอกว่า มันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด เพียงแต่ว่า
หากเมื่ออายุ 80 ของเรามาถึง แล้วลองย้อนกลับมามอง เราคงเสียดาย
ใครจะไปอยากทำให้คุณยาย อายุ 80 เสียใจจริงไหม
 
เหมือนที่หัวไฟ (Beansprout & Firehead) เคยพูดไว้ว่า…
ฉันไม่อยากตื่นขึ้นมาตอนอายุ 70 ในสถานสงเคราะห์คนชรา
แล้วบอกกับยายแก่ข้างๆ อย่างน่าอนาถว่า…
เฮ้… นี่! ตอนหนุ่มๆ ฉันเคยฝันว่า จะได้ครองโลกด้วยนะ
 
วัยรุ่นฝันสลาย มันก็คือ คนแก่ขี้แพ้ในอนาคต นั่นแหล่ะ!!
 
สาเหตุที่คนเรามักจะรู้สึกวิตกกังวล หรือหวาดกลัวอะไรง่ายๆ
เค้า บอกว่า มันเกิดจาก การได้เห็นโลกน้อยเกินไป
คนที่มีประสบการณ์ และผ่านอะไรมามากพอ
จะมองสิ่งต่างๆ เหมือนยืนอยู่ในมิติที่เหลื่อมซ้อน
คือ แม้ว่าสถานการณ์ หรือสถานที่จะต่างไป
แต่เหตุผล และกลไกต่างๆ ย่อมมีความซ้ำซ้อน
กับประสบการณ์ที่ผ่านมาไม่มากก็น้อย
 
 
หากการตัดสินใจเรื่องนี้ จะนำไปสู่อะไรก็ตามที่ผิดพลาด
สิ่งเดียวทีเราต้องการจากตัวเองก็คือ การยอมรับ และพยายามผ่านพ้นไปให้ได้
เหมือนกับทุกๆ ครั้งที่เราต้องเจอปัญหา และอุปสรรค
สุดท้าย มันก็เป็นแค่ ความไม่สะดวกเล็กๆ ที่ผ่านเข้ามารบกวนเรา
มันก็คงเป็นเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์ ในอดีตแห่งชีวิตของเรา แค่นั้น
 
 
การใช้ชีวิตมันไม่ง่าย ขนาดนั้น จริงๆ หรือ
จะง่าย จะยาก ก็เอาเหอะ ชีวิตนี้มีให้ใช้ ใช้มันซะ ง่ายๆ สบายๆ
 
 

3 ห + 1 บ : ท่อง 7 จังหวัด ตะลุยงานแต่ง

 
 
 
8-9 กันยายน 50
ได้เวลา เข้าร่วม (เป็นแขก) ในงานแต่งงาน (อีกแล้ว)
การเดินทางครั้งนี้ พาดผ่านทั้งสิ้น 7 จังหวัด เรียงลำดับ ตามคำขวัญต่อไปนี้
 
1. สมุทรสงคราม : หอยหลอดใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ
2. ราชบุรี : โอ่งใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ
3. นครปฐม : เจดีย์ใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ
4. กาญจนบุรี : แควใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ
5. สมุทรปราการ : เมืองจระเข้ใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ
6. นนทบุรี : เกาะเกร็ดใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ
7. กรุงเทพ : ห้างสรรพสินค้าใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ
 
เพื่อนกลุ่มพระหฤทัยคอนแวนต์ ซึ่งประกอบไปด้วย
นัน (แต่งแล้ว อยู่สิงค์โปร์) เบ็ต (แต่งแล้ว) ยุ่ย (กำลังแต่ง) อัญ (อยู่ซิดนี่) กอล์ฟ (อยู่เมกา) 
เก๋ , พจน์ (อยู่ไหนไม่รู้) แล้วก็ หลี หรุย หนึ่ง
 
คราวนี้ถึงคิวแต่งของ นส.ยุ่ย ณ ทองผาภูมิ
จุดนัดพบ 3 ห. (หรุย หลี หนึ่ง) กะ 1 บ (เบ็ต) ณ แมคโดเน่าว์ สีลม
อย่างที่รู้ๆ กัน นัดกัน 7.30 เช้าๆ เจอกันครบ 8.30 สายๆ
คราวนี้ เราเสียแชมป์ให้ เบ็ตตี้ มาเช้าเกินคาด (เป็นไปได้เยี่ยงไร)
ไม่ต้องสืบ คนท้ายสุด จะพ้นใครเสียไม่ได้ นอกจาก หลี (ซึ่งมันบ้านใกล้มั่กๆ ควรให้รออยู่ที่บ้านเหมือนเดิม ก็สิ้นเรื่อง)
มาพร้อม ข้ออธิบายว่า นั่งทำตุ๊กตาหมี มาให้ เบ็ต กะ 1 เป็นของขวัญวันรับปริญญา เพิ่งทำเสร็จ ตอนตี 3
โถ่ๆๆ หลีน้อย ให้อภัยก็ได้ น่ารักหลายๆ หมีถักๆ ขาถ่าง 1 ตัว ขาหุบ 1 ตัว เดาเอาเอง ว่าตัวไหนของใคร
ถักหมี เสร็จ 2 ตัว แต่ หัวใจเสร็จ 1 ดวง ให้แย่งกันเอง กรำเวง
 
พูดถึงกระเป๋าเสื้อผ้า หากใครมาเห็นคงคิดว่ามันไปอยู่กันซักอาทิตย์นึง
แต่ละคน ใบนึงไม่ต่ำกว่า 2 คนโอบ ครบถ้วนทุกอย่าง รอบคอบกันเต็มสตรีม
ของเรา ไป 2 วัน มีไป 5 ชุด รองเท้า 2 คู่ accessory ต่างหาก
ของหลี เน้น เครื่องใช้ประทินผิว รองเท้า 2 คู่ นี่ขนาดลืมกระเป๋าเครื่องสำอางค์ใบใหญ่
หลียังเป็นคนที่อาบน้ำเสร็จคนแรก แต่แต่งเนื้อแต่งตัว ประทินโฉมเสร็จ คนสุดท้าย
ของเบ็ต ชุดเลือกได้ รองเท้า 3 คู่ เครืองประดับเข้าชุด
แล้วเครื่องอาบน้ำ ทุกชิ้นเป็นไซส์ประจำบ้าน ไม่ใช่ขนาดพกพา
ของหรุย เป็นคนที่จัดกระเป๋าได้เหมาะสมสุดกระมัง อาบน้ำคนสุดท้าย แต่เรียบร้อยนั่งรอ เป็นคนแรก 55+
 
 
หาคิ้ว
เมื่อพร้อม หรุยจึงดิ๊ฟมารับ ทันใด
ภาระกิจแรก เมื่อพ้นกรุงเทพ คือ ขับรถหา คิ้ว อย่าแปลกใจ
หลี นึกได้ว่าลืมกระเป๋า เครื่องสำอางค์(ใบใหญ่) ซึ่งมีที่เขียนคิ้วอยู่ในนั้น เอามาแต่ใบเล็ก กระวนกระวายมาก
ไอ้เราจะแบ่งคิ้วให้ใช้ ก็เหลือน้อยเต็มทน กะมาใช้กะหลีเหมือนกัน
หลี ร่ำๆ จะให้กลับรถ ไปเอาเสียให้ได้ หรุยเลยต้องรับปากว่า จะหาร้านขายคิ้วให้
จนมาถึง โลตัส แถวไหนจำไม่ได้ หลีเลย สบายใจ เดินทางต่อได้อย่างครื้นเครง
 
แวะอ้อมมาสมุทรสาครเพื่อรับประทานอาหาร ร้านแดง จานใหญ่ อาหารอร่อย ถูกตังด้วย
คิดดู ข้าวผัดกุ้ง มองไม่เห็นข้าว มีแต่กุ้ง ตัวใหญ่โคตร
แล้วก็มีหอยหลอดใหญ่ผัดกระเทียม (กระเทียมมาเป็นลูก เยอะขนาดกิโลนึงได้)
ปลาทูตาเตี๊ยะ (หรุยเร็กคอมเมนสุดริด) ปลาทูสดๆ เนื้อหวานๆ หน้างอ คอหัก
ผัดผักหวาน และไข่เจียวปู (ทำไมต้องสั่งไข่เจียว ด้วยว่ะหลี หากินยากมาก ว่างั้น)
 
แล้วก็ขับผ่านจังหวัดราชบุรี นครปฐม จนถึงกาญจ ฝีมือการดูต้นทาง ของเบ็ตตี้ (ดูแผนที่เป็นด้วย)
คนที่นั่งข้างคนขับ (หลี) หลังจากดีใจได้คิ้ว ก็กลุ้มใจต่อ
เพราะโทรหา หนุ่มที่เมืองปลาดิบ (ว่าที่ซะมี) ไม่ติดซักที ช่วงนี้พายุ (รัก) กำลังเข้า (ห้อง) ญี่ปุ่น
 
เมื่อเข้าสู่กาญจแล้ว ยังไม่จบ เพราะเป้าหมาย ทองผาภูมิ ถัดไปอีก หลายร้อย กิโลเมตร
หาโรงแรม กรีนเวิร์ด ที่ยุ่ยจองไว้ให้ อันดังที่สุดในทองผาภูมิ (ยุ่ย มันว่าอย่างนั้น)
กว่าจะเจอ โรงแรม ปาไป บ่าย 2 ได้ รีบอาบน้ำเปลี่ยนชุด บึ่งไปโบสถ์ ที่มีชื่อที่สุด ใครๆ ก็รู้จัก (ยุ่ย มันว่าอย่างนั้น)
แต่ถามตั้งแต่ ประชาสัมพันธ์จนถึงพี่ยาม ไม่มีใครบอกทางได้
งม กันมาจนถึงโบสถ์ พิธี ปาไปครึ่งนึงแล้ว
 
จุดไคล์แมกซ์ คงไม่พ้น การโยนดอกไม้
เป็นไปดังคาด ชาตินี้ ไม่เคยรับได้ คนรับได้ กลับเป็น พี่สาวของเจ้าสาว ซะงั้น (เตี้ยมเปล่าว้า?)
 
ผลาดหวังจากดอกไม้ จึงกลับไปเปลี่ยนชุดที่ โรงแรมอีกรอบ เพิ่อกินเลี้ยงตอนค่ำ
 
 
โต๊ะจีน
เป็นงานที่ดูกันเองๆ น่ารักๆ ดี มีโต๊ะจีน ประมาณ 62 โต๊ะ
แถมยังต้องขอโต๊ะเพิ่ม เพราะมีคนอยากร่วมงานมันเพี้ยบ
นัยยะว่า มาดูของแปลก แต่งงานได้ ประจำเมืองทองผาภูมิ
พวกเรามีกัน 4 เลยได้ร่วมโต๊ะกับชาวบ้านแถวนั้น
พวกเค้าเป็นไรกันไม่รู้ ไม่ค่อยกินกันเล้ย ได้แต่มองพวกเรากินตาปริบๆ
พวกเราก็แค่จ้วงอาหารทุกอย่าง ด้วยความหิวโหย แค่นี้เอง เค้าถึงกันตะลึง พรึงเพริด เชียว ฤ
คนทำโต๊ะจีน ก็โปรโมทตัวเองเสียเหลือเกิน มีนามบัตร รายการอาหาร พร้อมสรุปราคา ให้ด้วย
เผื่อใครสนใจ โอ้ว มาย ก๊อด (พอ ยุ่ย รู้เข้าเอามือกุมกบาลทันที)
 
มีวิทยากรประจำงาน ไม่ขอเรียก พิธีกร เพราะพี่แกพูดยังกับผู้บรรยาย สนามมวย + โฆษก เพลงลูกทุ่ง
พูดชัดถ้อยชัดคำ มีการเน้นเสียง จังหวะจะโคน หนักเบา สูงต่ำ
มีการแนะนำ นักร้องจำเป็น อารัมบท ก่อนเข้าเพลง โอ่ย ฮามาก
ฮาสุด ต้องบนเวที ตอนเชิญ บ่าว-สาว ขึ้นมาแล้ว
สรุปได้ว่า อยู่บนเวที 1.30 ชม. บ่าวสาว พูดรวมกัน 30 วินาที ทีเหลือ ท่านวิทยากร โซโล่
แขกกลับไป ค่อนนึงแล้ว พี่แก ยังเล่นมุขไม่จบ
 
สาเหตุที่พี่แกร ได้มารับหน้าที่นี้เพราะ
คุณพ่อของเจ้าสาว เดิมสมัยก่อนทำงานในเมืองกรุงเป็นช่างภาพในวงการบันเทิง
รู้จักมักจี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณวิทวัส @10 คุณวิทวัสทราบข่าว ก็เต็มใจมาเป็นพิธีกรให้ ด้วยค่าตัว 35,000 บาท
แต่! ระหว่างทางมานั้นเอง รถของคุณวิทวัส ซึ่งเติมแก๊ส เกิดแก๊สหมด แล้วแถวนั้น ไม่มีปั๊มแก๊ส เลย
ทางคุณแม่เจ้าสาว จึงส่งคนไปรับทันที เมื่อทราบเรื่อง
บังเอิ๊ญ บังเอิญ คนที่ไปรับ ดั๊นไม่รู้จัก คุณวิทวัสเสียอีก
ลงเอยว่า เค้าผู้นั้นบุรุษนักพากษ์มวย+โฆษก เพลงลูกทุ่ง เลยต้องมาขัดตราทัพ
ด้วยค่าตัว 200 บาท เพื่อให้งานเดินต่อไปได้ 
 
เรื่องคุณวิทวัส ข้างต้น ท่านวิทยากรเล่าเอง (จริงเท็จประการใด ไม่เกี่ยวกับผู้ blog)
แก๊สโซฮอล์ แหล่ะผิด!
ดำเนินรายการซะ น่าตบโบนัสเพิ่มให้จริงๆ
 
 
ช่วงหอมแก้มโชว์
วิทยากร นับ 1-3 แล้วให้หอมโชว์แขก
เริ่ม 1…2….3 สามครับ พอนับถึงสามให้หอมเลย (กล้า มันหอมยุ่ยไปแล้ว ทำหน้าเซ็งเจรี๊ยวมาก 55+)
เอาใหม่ๆ
เริ่ม 1……2……3 สามวันใช่มั๊ยครับ ที่เจ้าสาวต้องไปอยู่บ้านเจ้าบ่าว (กล้ามันก็หอมฟรี ไปอีกรอบ ทำให้เซร็งเป็ด อีกหน)
ตกลงกว่าจะให้หอมแบบ นับ 3 จริงๆ ก็ต้องปล่อย ท่านวิทยากร เล่นมุขจนสาแก่ใจ เสียก่อน 
 
พวกเราก็อยู่รั้งท้ายมากๆ ไม่ได้กินพอเป็นมารยาท แต่กินกันกะอิ่มถึงรุ่งเช้า
ออกมา เจอแขกๆ กำลังสะบัดถุงพลาสติก เอาของใส่กลับบ้านกันใหญ่
โด่ เสียดาย ไม่รู้ว่าเค้าทำกันงี้ จะได้หยิบไปกินบนห้องนอน ซะสิ้นเรื่องไป
 
 
คาราโอเกะ เดินโพย
กิจกรรม หลังจาก ร่วมกินเลี้ยง ต้องหาอะไรทำ เป็นการบันเทิง
จะอะไรเสียอีก คาราโอเกะ โรงแรมนี่แหล่ะ โสภาดีนัก
รวมหัวกันเดินลงไป ชั้นล่างสุด คาราโอเกะ โซน
ทางเข้ามืดๆ หนาวๆ คล้ายกับทางเข้าบ้านผีสิง ที่ดรีมเวริด์
มีให้เลือก 2 แบบ คือ ห้องรวม และ VIP
อ๊ะ แน่นอน ว่าคนเสียงเริ่ด ร้องตรงคีย์ แตะทุก pitch อย่างพวกเรา ก็ต้องจอง VIP อยู่แล้น
เดินมาถึงห้อง ขอบอกว่า กว้างมากๆ มากๆ จริงๆ ห้องประมาณ เกือบครึ่งสนามบอล (อันนี้ตรูก็เว่อร์ไป)
 
แล้วเทคโนโลยีล้ำยุค ได้มาอยู่ที่ กรีนเวิรด์ คาราโอเกะนี่แล้ว
วิธีการเลือกเพลง ที่ไม่มีใครนึกถึง คือ
จด ใช่ ได้ยินไม่ผิดแล้ว พนักงานบอกว่าให้ จด ย้ำว่า จด ไม่ใช่ กด (รีโมท)
จดแล้ว เดินไปที่เค้าเต้อร์ ออกจากห้องเลี้ยวขวา ตรงไป เลี้ยวซ้าย ประมาณ 300 เมตร ยื่นให้คนควบคุมแผ่น
แล้วเค้าจะเปิดแผ่น ยิงสัญญานเพลง มายังห้องเรา ฮากันมาก พระเจ้าช่วย กล้วยทอด
วิธีแคนเซิ่น ก็เป็นแบบเดียวกัน
เท่ห์ เกินไปแล้ว ร้องไปด้วย เลือกเพลงด้วย วิ่งโพยด้วย วิ่งแคนเซิ่นด้วย
เพราะเค้าชอบเปิดเพลงที่ไม่ได้ขอ มั่วมาก ตามใจคนจัด ขัดใจคนร้อง เป็นที่สุด
เพลงที่เขียนไป ไม่เปิด เพลงที่เปิด ก็ไม่ได้เขียนเล้ย บางเพลง มาทั้งเสียงร้อง
บางเพลงเงียบไปเลย ดนตรีก็ไม่มี เดือดร้อน ต้อง improvise กันเอง
แต่ไม่ใช่อุปสรรค สำหรับพวกเราไม่ ยังเฮฮา ตะบี้ตะบัน ร้องต่อไป
เบ็ตตี้เริ่มรู้แกว แกล้งง่วง ขอตัวหนีขึ้นนอน อำลาวงการวิ่งโพย
แต่ที่ไหนได้ แอบขึ้นไป แลกเปลี่ยนข้อมูลกะเจ้าสาวหมาดๆ ช่วยแกะกิ๊ป ไป เล่าสู่กันไป จู๊กกรู้ว…
3 ห ที่เหลือ ยังสนุกสนานกันใหญ่ เมาน้ำเปล่าด้วย ผ่านไป 2 ชั่วโมง จึงสงบสุข ขึ้นนอนตาหลับ
 
 
-: จำไว้ เพื่อนกัน มีไรก็พูดมา :-
ตื่นเช้ามา เบ็ต บ่น หมอน โคตรนิ่ม ไม่ชอบเลย
หรุย บอก หมอนแข็งโคตร ไม่ไหวเลย
ทำไม ไม่หารือ กันก่อนนอนฟร่ะ จะได้นอนแบบไม่ทอระมาน กรำเวง
 
 
กลับกรุง
เบรคฟ้าท บุฟเฟ่ โรงแรมซะหน่อย พอประทังความหิว
พูดคุย กะบ่าวสาว เล็กน้อย ทะลึ่งเป็นกระสัย
 
หรุย โปรโมทเป็นอย่างมาก ว่าจะพาไปกิน ครัวชุกโดน (ครัวชุกกะโดน)
อร่อยจริงๆ ด้วย โดยเฉพาะ แกงคั่วหอยขม และ ปลากะพงทอดน้ำปลา
แล้วก็สั่ง ต้มยำกรุ้งชุกโดน ยำ3ชุกโดน
ทั้งถูกทั้งอร่อย หลี เบ็ต 1 สั่ง แกงหอยขม กลับบ้านคนละถุง
หรุยสั่ง 10 ถุง (การันตีความอร่อย!)
 
กินเสร็จก็ แวะร้านของฝาก ที่กาจญ มี 3 ร้าน
มีร้านวิมล ร้านแก้ว แล้วก็ ร้านวนัสนันท์ (ใช่ป่ะ จำไม่ค่อยได้)
แม่ยุ่ยบอกร้านแก้วของเยอะ แต่ให้แวะวิมล
พวกเราเลยแวะร้านแก้ว (แล้วจะโทรไปถามทำลิงไร) หอบหิ้วกันกลับบ้าน
 
 
ขากลับ ส่งเบ็ตคนแรก ณ ไฮโซวิลล่า สมุทรปราการ
แล้วก็ย้อน กลับมานนท์ บ้านข้าพเจ้า
ต่อด้วย พระราม 4 แล้วค่อยกลับบ้านหรุย ที่สาธร
โอ้ว หรุย อึดทะลุมิติมากๆ
 
 
สรุป ทริปนี้ ประทับใจ ห้องคาราโอเกะ ยิ่งนัก
  
==============================
 
สมุทรสงคราม
: เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจึ่ มีอุทยาน ร.2 แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม
 
ราชบุรี
: คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่
ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนิน เพลินค้างคาวร้อยล้าน ย่อนยี่สกปลาดี
 
นครปฐม 
: ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามอร่อย 
 
กาญจนบุรี
: แค้วนโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก 
 
สมุทรปราการ
: ป้อมยุทธนาวี พระเจดีย์กลางน้ำ ฟาร์มจระเข้ใหญ่ งามวิไลเมืองโบราณ สงกรานต์ พระปะเดง
ปลาสลิดแห้งรสดี ประเพณีรับบัว ครบถ้วนทั่ว อุตสาหกรรม 
 
นนทบุรี
: พระตำหนัก สง่างามลือนาม สวนสมเด็จ เกาะเกร็ด
แหล่งดินเผา วัดเก่า นามระบือ เลื่องลือ ทุเรียนนนท์ งามน่ายล ศูนย์ราชการ
 
กรุงเทพ
: กรุงเทพ เมืองสะอาด (?)
 
 ==============================