My bestfriend wedding

 

 

 ,,, My best-fenz wedding,,,

ในชีวิตของเรายังไม่เคยใกล้ชิดงานแต่งงานขนาดนี้มาก่อน ตั้งแต่จำความได้
หรือถ้าเคย ก็อาจจะไม่ประทับใจเท่างานนี้ก็เป็นไปได้ มั๊ง

ขอเกริ่นถึงฝ่ายเจ้าสาว เพื่อเป็นการปูพื้นปาร์เก้ ซักเล็กน้อย
เธอชื่อ ‘เบ็ตตี้’ หรือที่เราเรียกว่า ‘เบ็ตตรู้’ รู้จักกันตั้งแต่ ม.1 ณ รร.คลองเตยคอนแวนต์
ไม่รู้ทำไมถึงสนิทกับเบ็ตมัน เราทำบุญมาดี หรือว่ามันชะตาขาด ก็เดาได้ยาก
เรียนมาด้วยกัน เกรดเฉลี่ยสูสี ไล่ลู่กันตลอด เรียนบ้าง เล่นบ้าง
จน ม.3 เทอมสุดท้าย แห่งหายนะของเรา ได้เกรด 1 กว่าๆ มั๊นยังอุตส่าห์ได้ 1 กว่าๆ เหมือนกันอีก
พอจบ ม.3 ก็ห่างๆ กันไป ติดต่อกันบ้าง ชาติละหน แต่ต่อกันทีไร ก็ติดทุกที ไม่ต่อก็ดันติด
มีช่วงเวลาทำธุรกิจร้านกาแฟสดๆ ซิงๆ ด้วยกัน ซึ่งขายดีมาก จนนับเงินไม่ทัน เลยเลิกทำดีกว่า

ดวงจันทร์โคจรมาบดบังดวงอาทิตย์ได้ฉันท์ใด เราก็อโคจรมาพบกับเบ็ตได้อีกฉันท์นั้น
เพราะฝีมือของเพื่อนหลีตัวดี มันซื้อใบสมัคร ป.โทมาให้
สอบกัน 3 คน ติดกันทั้ง 3 คน แต่มันชิ่ง เหลือเรากะเบ็ต ตรากตรำ ร่ำเรียนด้วยกัน
ตัวติดกันตลอด หากมันไม่มีแฟนมาบังหน้า ใครๆ เค้าคงนึกว่า เราเป็นคู่ปั๋ว ตัวเมรียกัน
เห็นเบ็ต ต้องเห็น 1 เห็น 1 ต้องเห็นเบ็ต ประมาณนั้น
บางวัน แต่งตัวสีเดียวกัน โดยไม่ได้นัดหมาย หลังๆ เริ่มบ่อย จะแต่งตัวไปมหาลัยที ต้องมีลุ้น

เกริ่นสั้นๆ ทางฝ่ายเจ้าบ่าว ชื่อ ‘ เอ๋ ‘
เป็นเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันของเบ็ต ตอน ม.ปลาย พอมันห่างจากเราปุ๊ป ก็มีแฟนปั๊ป ซะงั้น
มันไปคบกันตอนไหน ไม่เคยรู้ ไม่เคยเล่า เรามารู้ก็ผ่านมาหลายปีดีดัก
พอแระ ไม่ได้มักจี่ด้วยมาก ปู้ชายเพื่อน ไม่ใช่ของเรา เกริ่นสั้นๆ พอ

และแล้วความรักของทั้งคู่ก็งอกเงย ตลอดระยะเวลาการรักษาฟามบะริสุดผุดผ่อง
ผ่านมา 12 ร้อน 12 หนาว 12 ฝน ถึงเวลาลั่นกลองรัก รัวระฆังวิวาห์
ประกาศให้เพื่อนๆ อิจฉาตาแหก ฤกษ์งาม ยามสะดวก วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2007
ก่อนจะถึงวันอาทิตย์ ต้องผ่านวันเสาร์ก่อน เบ็ตตี้อยากให้ไปอยู่เป็นเพื่อนมันก่อนเข้าพิธีเสียตัว
เริ่มเล่าตอน ซัก 5 โมงเย็นวันเสาร์แล้วกัน เบ็ต 1 หลี ป๊ะกันคาร์ฟู พระราม 4 กินส้มตำ
ว่าที่เจ้าสาวไปทำเล็บ (จะแต่งอยู่พรุ่งนี้ … มันเพิ่งทำ)
และซื้อรองเท้าสีขาวส้นสูง (เตรียมตัวมั่กๆ จะแต่งอยู่พรุ่งนี้ … มันเพิ่งซื้อ)
เมื่อภาระกิจเสดสิ้น สลายตัว โดยหลี กลับบ้าน รอยุ่ย และรอหรุยมารับ ตอนเที่ยงคืน
ส่วนเราหอบกาเป๋าใบโต ไปคฤหาสไฮโซของเบ็ตที่สาธุประดิษฐ์เลย

ถึงบ้านเบ็ตซัก 2-3 ทุ่มมั๊ง ที่คฤหาสสาธุฯ มี ป๊า ม๊า พี่สาว น้องสาว และอาตั่วอี้
ภาระกิจแรกที่ทำคือ ขนของลงจากรถ สมบัติอะไรไม่รู้ เยอะแยะ
พร้อมวัตถุดิบ และอุปกรณ์ทำอาหาร อีกยั้วเยี้ย
ภาระกิจถัดมา เป็นลูกมือ อาตั่วอี้ เข้าครัว!!!
OMG! อยู่บ้านไม่เคยเข้าครัว เบ็ตเอ๊ย เป็นบุญของเอ็ง อิฉันเจิมครัวให้
อาตั่วอี้ เป็นแม่ครัวใหญ่ ชี้โน่น บอกนี่ ให้เราหัวปั่น มือไม้เป็นระวิง หัวไปทาง หางไปทาง
อาอี้ คงด่าแม่เราอยู่ในใจ ประมาณแม่ลื้อนี่ ไม่สั่งสอง อาไรเล๊ย หั่นผักยังทำไม่เป็น กรำจริงๆ
ว่าที่เจ้าสาว เดินมาเห็น ยิ้มเยาะ หัวเราะร่า พร้อมบอกว่า โทรให้หรุยรีบมาดีกว่า
มีระฆังช่วยชีวิต อาตั่วอี้ ลืมกุ้ง เลยต้องกลับบ้าน อิอิ รอดจากครัวแล้วตรู
ระหว่างนั้น โบว์ ก็มา เป็นเพื่อนนั่งฮา
หลังจากที่เบ็ตโทรหาหรุย เดชะบุญ อันใหญ่หลวง หรุยรักเพื่อน รีบไปรับหลีกะยุ่ย
พุ่งมาบ้านเบ็ต แต่ช้ากว่า อาตั่วอี้ ที่ไปเอากุ้งจากบ้านมา ข้าพเจ้าจึงได้เข้าครัวอีกรอบ
เมื่อ หรุย หลี ยุ่ย มาถึง ข้าพเจ้ากำลังหั่นต้นหอมอยู่ มันก็พร้อมใจกัน ฮา
และแล้ว อาตั่วอี้ จึงมีลูกมือพร้อมพรั่ง นั่นเองงงง ฮ่าๆๆๆ

เที่ยงคืนครึ่งได้ ช่างแต่งหน้าทำผม all in one หิ้วกระเป๋าคู่กายมาถึง
ซักพัก พวกเราค่อยๆ เคลื่อนกายจากห้องครัว ขึ้นห้องนอนเจ้าสาว
เมาท์โน่น แซวนี่ ทะลึ่ง ตึงตัง ให้ช่างแต่งหน้า รำคาญอารมณ์เล่นๆ
ลป. ช่างแต่งหน้าชื่อ ใหม่ อายุ 25 ปี เข้าสู่เบจญเพสนี่เอง มิน่าถึงได้มาบรรจบพวกเรา
นอกจากแต่งหน้าเป็นแล้ว ยังทำผมได้อีก แถมดูเหมือนชาย กลายๆ หญิงด้วย จึงเรียกกว่า all in one
น้องใหม่ แต่หน้าเจ้าสาว แม่เจ้าสาว พี่เจ้าสาว น้องเจ้าสาว ยกเว้น เพื่อนเจ้าสาว…

เข้าสู่ช่วงเช้า โดยไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน หลีบอกว่า สว่างคาตาก็เป็นเยี่ยงนี้นี่เอง
ญาติๆ เริ่มมาเต็มบ้าน อาม่า อาอึ้ม อากู๋ อาเจ่ก อาโน่น อามานี่ ฯลฯ
กินกับข้าว 10 อย่าง อย่างละคำ ตามธรรมเนียม (ซึ่งเราก็ไม่รู้ความหมาย ได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ)
เข้าฤกษ์ 06.29 เจ้าบ่าวแห่ขันหมาก ชานพลู เข้าสู่ตอนสำคัญ กั้นประตูนั่นเอง
ได้คนละ 2 รอบ เสียดาย เจ้าสาวอยู่แค่ชั้น 2 รู้งี้ น่าจะเอาเบ็ตมันไปไว้ชั้น 5 ดีกว่า จะได้กั้นหลายรอบกว่านี้
แล้วก็เข้าสู่พิธีสู่ขอ แต่งงาน สินสอด เงินสดปึกๆ ทองแท่งๆ เพชรระยับ วับวาว
ช่วงนั้นเรากับหรุย ไม่อยู่ เพราะไปซีรอก แผนที่ทางไปแปดริ้ว (เนื่องจากเจ้าสาวมันลืมทำ)
อดดูช่วงเบ็ตน้ำตาคลอ อาบสองแก้มเลย แต่ไม่เป็นไร หลีถ่ายวีดีโอไว้

ช่วงสายๆ หลังพิธี ก็แห่กันไปบ้านเจ้าบ่าวที่แปดริ้ว ไหว้ฟ้าดิน กินโต๊ะจีน
ออกรถทีหลังรถคู่บ่าวสาว ดั๊นไปถึงเป็นคันแรกอีก หรุยมันเล่นดิฟ ซิ่งท้านรกมาก
แล้วก็อยู่กินโต๊ะจีน อร่อยดี ง่วงด้วย จนจบทุกเมนู

ต่อจากนั้น ช่วงบ่ายๆ ไปส่งตัว เข้าหมู่บ้านนันทวัน ที่สมุทรปราการ ขันหมาก 3 จังหวัดมั่กๆ
แถมหลงไป หลงมา กว่าจะถึงบ้านเบ็ต พวกเราก็ใช้เวลาพอควร
เข้าสู่บ้าน 9 ล้าน (เงินสด) โคตรอลังการ เพื่อนตรู คิดถูกแล้วที่แต่งงาน ไม่ลำบากแน่นอน
เมื่อส่งตัวเพื่อนถึงฝั่งฝัน บนเตียงราคาเป็นแสนๆ (หม่าม๊า บอกมา)
จบพิธีการ จึงขอตัว พร้อมไสหัว แยกย้าย อยู่นานกว่านี้ อาจได้นอนใต้เตียงได้

หรุยส่งเราก่อน แล้วก็ส่งยุ่ยขึ้นรถทัวร์กลับทองผาภูมิ ส่งหลี แล้วก็กลับบ้านตัวเอง
ต้องขอขอบคุณหรุย ผู้น่ารัก แสนดี ไว้ ณ บรรทัดนี้ด้วย ทั้งขับรถ ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ
ไม่บ่นซักคำ เรา หลี ยุ่ย ง่วงเอา ง่วงเอา
หรุยแอบมีประโยคซึ้งว่า ชีวิตเพื่อนอยู่บนรถทั้งคัน หรุยง่วงไม่ได้
โอ้ว หรุย … คุณคือโคบาน!!

พอถึงบ้านซัก 6 โมงเย็นกว่าๆ ไปงานพี่ตรุ้ยที่พระราม 2 ไม่ทันแล้ว ฮือๆ เสียดายมั่กๆ
จริงๆ ตั้งใจจะไปสุดๆ ขอโทษนะจ๊ะพี่ตรุ้ย และน้องโน๊ต ไว้งานหน้า นะ นะ (ซะงั้น)
อีก 1 งานที่ไม่ได้ไป ก็คือ งานเจ๊เจ ที่โนโวเทล เสียดายเช่นกัลล์
วันดีเสียจริง แต่งกัน 3 คู่เลย งานแต่งคราใดเป็นได้แค่แขกรับเชิญ

ว่าแล้วก็เริ่มนอนตั้งแต่ 1 ทุ่ม ลากยาว เช้าวันจันทร์ไม่ตื่น งานการไม่ไปทำ
ตื่นมารับโทรสับเป็นระยะๆ ตื่นเอาจริงๆ ก็ซักบ่ายแก่ๆ น่าจะนอนต่อ จะได้น๊อครอบ เหอๆ

 ถึงเบ็ต

เมื่อมาถึง ณ จุดนี้แล้ว เบ็ตคงรู้สึกขอบคุณเหตุการณ์ แย่ๆ ต่างๆ
ที่เคยบ่นนักต่อนักว่า มันรันทด ยากลำบาก มีแต่อุปสรรค ขวากหนาม
เบ็ตคงขอบคุณมันอย่างจริงใจ ที่มันได้พาชีวิตเบ็ตมาจนถึงวันนี้ได้
วันที่ได้ใช้คำว่า ‘นาง’ วันที่รอคอย วันที่ชีวิตคู่อันสมบูรณ์แบบได้เริ่มต้นขึ้น
เราก็ขอแสดงความดีใจกับเพื่อนด้วยอย่างสุดซึ้ง
โชคดีมีปั๋ว ไชโยๆ เย้

ด้วยรัก / 1

บทเพลงก่อนจาก
ลูกทุ่งเซ็ก…ซี่ อัลบั้ม โชคดีมีปั๋ว

โชคดีที่มีปั๋ว ได้เป็นตัวเป็นตนซักที
สำราญเบิกบานเปรมปรีย์ อาล้าว้า
สำราญเบิกบานเปรมปรีย์ สนุกสุขีแสนดีใจจัง
โชคดีที่ได้ปั๋ว ถึงเสียตัวมาแล้วหลายครั้ง
ดีใจเอ๋ย ดีใจจัง อาล้าว้า ดีใจเอ๋ย ดีใจจัง 
อยากร้องดังๆ ไชโยๆ…

เอ้า ร้องดังๆ ไชโย ไชโย!

 

Advertisements