In Her Shoes : หนึ่งวันเดียวกัน

by Nicky

 
 

 

 

 

เป็นคุณจะทำเช่นไร

หลังจากฉลองคริสมาส และปีใหม่ ด้วยการนอนโรงพยาบาล

กลับมาทำงานสะสางงานได้ 1 อาทิตย์ อย่างดุเดือด และบ้าคลั่ง

พอวันเสาร์ที่ผ่านมาเพิ่งดีใจที่ได้ส่งเล่ม IS ที่บากบั่นทำมา 2 เทอม

(นึกว่า) เสร็จสิ้นภาระกิจปริญญาโท เป็นที่เรียบร้อย

จึงผ่อนคลายได้ในวันอาทิตย์ ที่แสนสงบ

 

เมื่อถึงวันจันทร์มาเยือน อย่างมิได้เอ่ยปากเชิญ

เริ่มต้นสัปดาห์ ด้วยความยุ่งเหยิง แสนสาหัส

พอสายๆ ได้รับโทรศัพท์จากคณะ ว่า

คุณคือหนึ่งใน จุดอ่อย เอ๊ย จุดอ่อน!!!

เป็นผู้เคราะห์หามยามร้าย ไม่ผ่าน การสอบ Comprehensive รอบที่ 3

อันถือเป็นรอบสุดท้ายอันพึงมีพึงได้ในชีวิตนักศึกษาปริญญาโท

 

ดังนั้น จึงขอเชิญคุณมาให้ปากคำ กับ 3 ท่านผู้มีอำนาจชี้ขาด ได้แก่

ท่านรุจจี้ รองอธิการ ดีกรี ดร. นอก หัวใหม่ ฉลาดล้ำ ความสามารถล้นเหลือ วาจาจัดจ้าน หลักแหลม  

ท่านประ1000 เยี่ยมยุทธ์แห่งวงการ Supply chain ไม่เคยมีใครเทียมทัน

ท่านห้า ผู้คร่ำวอดในวงการ Procurement อย่างหาที่เปรียบมิได้

เพื่อมาตอบข้อซักถาม หารือ ว่า เหตุใด ตอบไป มิเคยโดยใจ ท่านๆ เซียนเหล่านี้เลย

ภายใน วันศุกร์ที่จะถึงนี้ ที่เก่า 9 โมงครึ่งไม่เกิน

 

หลังจากนั้นภาวะการทำงาน เริ่มระส่ำระสาย

ขาดแคลนสมาธิเป็นหย่อมๆ มีความเครียดปกคลุมโดยรอบ

คลื่นลมความกดดันรุนแรง หายใจติดขัดคล้ายหัวเทียนบอด

 

แล้วคุณจะทำอย่างไร?

 

 

 

หลังจากเวลาผ่านไป ถึงยามอาทิตย์อัสดง

มีนัดหมายอาหารค่ำมื้อสุดท้ายกับเพื่อน ณ เซ็นทรัลลาดพร้าว

ระหว่างทาง บนรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนลอยฟ้า แห่ง อโศก

ที่คร่าคร่ำไปด้วยผู้คน มุ่งหน้าจากที่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่ง ทั่วสารทิศ

ช่วงรอยต่อของ รถบนฟ้า และใต้ดิน ได้เกิดเหตุอันไม่ได้คาดคิด

รองเท้าแตะแบบหนีบ สีขาว หรูหรา คลาสสิก แอนทีค คู่บุญบารมี

รองเท้าข้างซ้าย หูหนีบ แยกออกจากพื้นรองเท้าในทันใด หมดอายุขัยต่อหน้าธารกำนัล

 

แล้วคุณจะทำอย่างไร?

 

 

 

ท่านจะทำอย่างไรข้าพเจ้าก็สุดแท้หยั่งถึง

สำหรับข้าพเจ้าเองแล้ว…

 

เหตุการณ์แรก

ทำใจ คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เป็นอันดับแรก

ต่อมาคงต้องขยับขึ้นมาอีกขั้น คือ ทำใจดีสู้เสือ หาหนทางออกกันต่อไป

เจริญมั่กๆ แจ้งวันจันทร์ ให้เวลา 4 คืน อันตราย ก่อนเข้าห้องเฉือด

ซึ่งไม่รู้ว่าจะโดนรุมถามอะไร ในหลากหลายวิชาที่เรียนมา ตลอด 2 ปีครึ่งนี้

และได้ใช้เวลา 1 คืน หมดไปแล้วกับการ ล้มตัวลงนอน กอดหมอนน้ำตาพร่างพรู

คืนสองหมดไปกับ การอัพ blog (ไม่มีใครขอ แต่อยากทำ) ฝังตัวเองในโลกไซเบอร์

ถึงแม้ไส้ติ่งหายไปแล้ว มันก็ยังมีติ่งแห่งชีวิตป.โท ติดหอยส้อยตาม หลอกหลอนอยู่อีก

 

 

เหตุการณ์ที่สอง

ไว้เท่าความคิด เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับสถานที่ดังกล่าว

พยายามหา สถานที่ชอบปริ้งใกล้เคียง ซึ่งไม่ปรากฎ

และ ณ วันจันทร์ การวางขายของริมทางนับว่า ผิดหลักกฎหมายยิ่ง

สิ่งที่ นึกออก ณ ขณะนั้น สุดแต่ปฎิภาณ ปัฎวีกานต์ บันดาล

หนังยางรัดผมเป็นคำตอบสุดท้าย

ใช่แล้ว นำมันมามัดรองเท้า ให้แผ่นรองเท้ามันติดกับเท้าไว้

ค่อยๆ เดินอย่าง เบญจกะลากีนี หากเดินเร็ว เท้าจะล้ำหน้ารองเท้าไป ไม่งามๆ

ช้าไว้ ช้าไว้ ใครมอง ไม่เป็นไร ข้าพเจ้า สวย ข้าพเจ้า มั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง

ชีวิตข้าพเจ้าไม่ได้มีไว้เพื่อดูดีในสายตาคนอื่นนี่นา ไอ ด๊อท กิ๊ฟ อะ ชิต

 

จากสถานีไฟฟ้า ถึงไฟฟ้าใต้ดิน ถึงสถานีพหลโยธิน

เดินขึ้นมา ข้ามสะพานลอย สายตาเล็กๆ พยายามเบิ่งหา ร้านรองเท้าเฉพาะกิจ

นรกไม่โหดร้ายจนเกินไป ใกล้หน้าห้างลิ่บๆ แสงสว่างแห่งความหวังฉายแสงมา

ร้านรองเท้าแตะ คู่ละ 50 ได้รองเท้าแตะคีบ สีขาว โลโซ

(แต่คงดูดีกว่า แตะแอนทีค ถูกพันธนาการด้วยหนังยาง) ในราคา 150 บาท ขาดตัว

ข้าพเจ้า งง ยิ่งนัก ราคาบนป้าย กับ วจีที่เอื้อนเอ่ยมา ช่างแตกต่าง

ถึงกระนั้นก็ตาม คงลีลามากไม่ได้ เพราะดีมานน์พุ่งปริ๊ด

อำนาจการต่อรองจึงตกไปในส่วนของ ซัพพลายด์ จึงเสียตังไป ตามนั้น

และ รองเท้าแอนทีค คลาสสิก คู่ใจ ก็ลงไปอยู่ที่ถังขยะหน้าห้าง

เราจากกันตรงนี้ดีกว่า ในเมื่อเราพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว ก็ไปด้วยกันไม่ได้อยู่ดี

 

อย่างน้อยเราก็มีช่วงเวลาชีวิตดีๆ ที่อยู่ด้วยกัน

ขอให้ไปดี รักเสมอนะ U’ll be in my heart จรุ๊บๆ

 

 

ในหนึ่งวันเดียวกัน คุณทำอะไรกันบ้างจ๊ะ?

 

Advertisements