My Lovely X’Mas @ Hospital

 
 
คืนพิเศษ กับคนพิเศษ
 
คริสต์มาสเป็นเทศกาลของการอยู่ร่วมกับคนที่รัก
และคริสมาสปีนี้ ก็เป็นปีที่พิเศษสำหรับเรามากๆ
การเตรียมการรับเทศกาลอันอบอุ่นนี้ก็ไม่ได้ยากกระไร
 
เริ่มจากวันพุธที่ 20 ธันวาคม
กลับจากการชอปปิ้งของขวัญอย่างบ้าคลั่งที่ Loft ถึงบ้านประมาณ 4-5 ทุ่ม
อาการปวดเกร็งท้องแบบเดิมก็กำเริบ แต่ในช่วงเทศกาล มีโปรโมชั่น แถมอาเจียนทุกชั่วโมง
กินยาก็แล้ว นอนก็ไม่ได้ เกลือกไป กลิ้งมา ตี 5 ไม่ถึงก็จวน คิดทบทวนอาการให้ดี
ตัดสินใจนำความคลานทูลท่านแม่ และท่านพ่อ
 
พฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม
หลังจากตัดสินใจกันอยู่ว่าจะพาไปแห่งใดระหว่าง วิชัยยุทธ กะ จุฬา
จึงสรุปได้ว่า ไป รพ.จุฬา คงดีกว่า เนื่องจากมีแฟ้มประวัติอยู่แล้ว
รวมถึงใช้ประกันสังคมอยู่ด้วย ได้ประโยชน์ และประหยัด ว่างั้น
6 โมงเช้า ถึงฉุกเฉิน รพ.จุฬา นอนอยู่บนเตียงให้เค้าเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน
รอ บรรดา คุณหมอ เรสสิเด้น มาวินิจฉัยโรค ถามตอบ 20 คำถามกันไป
ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ ปวดตั้งแต่เมื่อไหร่ ปวดตรงไหนชี้ให้หมอดูสิ
ประจำเดือนมาล่าสุดยังไง มีตกขาวรึเปล่า เคยมีเพศสัมพันธ์ไหม bla bla ….
(จริงๆ ก็ไม่รู้ว่าควรจะภูมิใจไหมที่จะตอบว่า ไม่เค๊ย ไม่เคยมีค่ะ ฮ่าๆๆ – แต่คงต้องตอบไปตามจริง)
ก็หลับหูหลับตาตอบไป และวนเวียนตอบคำถามต่อไป
เจาะเลือด ไปตรวจ นำปัสสวะไปตรวจ ก็ต้องต่อคิว รอผล เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลา เกือบเที่ยงได้
แต่เราผู้ซึ่งนอนทุรนทุราย จิกหัว ดิ้นพราดๆ ตัวสั่นไปหมด ไข้ขึ้นสูง 39.5 ณ ตอนนั้น
หน้าแดง มือเท้าเย็นเฉียบ กลับรู้สึกเหมือนอนันตกาลมาก เหมือนนอนมาเป็นวันๆ
ไอสไตน์ คงเคยรู้สึกแบบเดียวกัน หาไม่แล้วคงไม่กล่าวว่า
อยู่ใกล้สาวงาม 1 นาที สั้นราว วินาที
วางมือบนเตาร้อนแค่วินาที ยาวนาน ราวชั่วโมง
 
ขณะนั้น ก็มีเพียง แม่ ที่ฝ่าฟันกะกองทัพนักเรียนหมออยู่
จึงโทรบอกพ่อ ว่ายังไม่มีใครชี้ชัด ฟันธงได้ว่า ลูกสาวที่ดิ้นพราดๆๆ อยู่บนเตียงนั้น เกิดจากโรคใด
เมื่อพ่อทราบเรื่อง และเพื่อนพ่อที่อยู่ข้างๆ ทราบเรื่อง จึงช่วยกันหาทางช่วยเหลือ
หลังจากได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนพ่อ ซึ่งต้องขอกราบขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย
จึงได้มี ทีมหมอ และหัวหน้าพยาบาลนำทีมมาดู
และช่วงเวลา หลังเที่ยงไป เป็นช่วงที่ ทำการวิเคราะห์โรคกันอย่างเมามันมาก
ซึ่งแน่นอนว่าไม่ต้องรอต่อคิวอีกต่อไป (ไม่งั้นคงต้องต่อคิวไปนรกอย่างแน่นอน)
เริ่มจาก เจาะเลือด ประมาณ 3-4 ครั้ง ตรวจปัสสวะ
X-Ray , อุลตราซาวด์ 2 รอบ, ส่องกล้องตรวจภายใน และทำ CT Scan 2 รอบ
เนื่องจากอาการไม่ชี้ชัดว่า ปวดท้องจากไส้ติ่งจริงหรือไม่ หากจู่ๆ ผ่าไปไม่ใช่ จะซรวยตามๆ กัน
กรุณานึกภาพปลากรอบตาม ว่าระหว่างนั้นคนไข้ กำลังนอนปวดท้องประมาณ 400 ริกเต้อ
ไข้สูงราวลาวา อยากจะอาเจียรเป็นพักๆ เนื้อตัวสั่นด้วยความหนาว และความปวด
ขยับตัวแต่ละที เหมือนนอนอยู่บนหนาม ดั่งแม่ของหนูวัลลี ก็ไม่ปาน
 
* เอ็กซ์เรย์ คือ ถอดเสื้อใน เครื่องประดับ แล้วนอน บนเตียง
แล้วก็ยืนหันหน้าเข้ากำแพง ถ่ายภาพ ตอนนั้นก็ยืนไหวบ้างไม่ไหวบ้าง
 
* อุลตร้าซาว ก็นอน แล้วเอาเยลลี่มาทาๆ ท้อง แล้วเอาที่ส่องมาไถๆ เหมือนดูคนท้องนั่นแหล่ะ
รอ สองรอบ เพราะน้ำในท้องน้อย ท้องไม่เป่ง ดูผลได้ไม่ชัด (มันคงมีน้ำหรอก ไม่ได้กินไรทั้งวัน)
 
* ส่องกล้อง อันนี้ สุดๆ พยายามบอกหมอแล้วว่าไม่ทำได้ไหม เพราะทำเยอะแล้ว เหนื่อยมาก
หมอบอกว่า ไม่ได้ ต้องดูภายใน เพราะจะได้รู้ว่าไม่ใช่ปัญหาจากมดลูก รังไข่
หากใครที่แต่งงานหรือมีเพศสัมพันธ์แล้ว จะส่องทาง Vaginal
แต่หากอย่างเรา ที่ like a virgin จะผ่านทาง bottom แทน เฮ้อออออ
ตอนทำ ก็มี น้องนักเรียนหมอมายืนดู 1 คน ณ ตอนนั้น ความอายไม่บังเกิดแล้ว จบกัน
 
* ซีที สแกน นอน บนเตียง แล้วเตียงมันจะเลื่อนเข้าออก ในอุโมงค์
พร้อมกันมีลำโพง คอยบอกเราว่า หายใจเข้า-หยุดหายใจ-หายใจได้
อันนี้ก็ทำ 2 รอบ รอบแรก ทำเฉยๆ แล้วให้กลับมาพัก กินน้ำผสมยามากๆ
แล้ว 2 ทุ่ม กลับไปทำอีกครั้งหนึ่ง (อ่อ ตอนนี้เราก็ใส่ชุดคนไข้เต็มยศแล้ว)
ซึ่งรอบสอง มีการใส่ยาเข้าไปทาง Bottom อีกแล้วครับท่าน ชีวิตข้าพเจ้า บอบช้ำมาก
แล้วก็มีฉีดยาเข้าทางเส้นที่แขน พอฉีดแล้วซ่าส์มากๆ
รู้สึกถึงยาไหลไปตามเส้นเลือดตามลำตัวจริงๆ แล้วก็ทำการสแกนอีกรอบ
 
 
เข็นกลับมานอนฟังผล หลังจากหมอสรุปผลต่างๆ แล้ว
ลงความเห็นว่า เป็น ไส้ติ่งสมควรผ่าโดยด่วน !!
เพิ่งรู้ว่า ไส้ติ่งนี้ มันตรวจยากตรวจเย็นขนาดนี้ น่อ แฮ่กๆๆๆ
 
22.45 น. เข็นเข้าห้องผ่าตัด
หมอให้เลือก ดมยา กับ บล็อกหลัง แล้วก็เปรียบเทียบให้ฟัง
(ณ ตอนนั้น ในสมองเม็ดถั่วของนู๋ก็ ทำ pro and con ไม่ไหว หรอกค่ะหมอ)
สุดท้ายหมอแนะนำให้บล็อกหลัง
เอ้า บล็อกก็บล็อก มันจะมีอะไรยากเย็นกว่านี้อีกไหมหล่ะชีวิต
I can take anything that life through at me
ตอนนั้น นึกแบบนี้จริงๆ ไม่ได้กลัวอะไรอีกแล้ว
 
ขั้นตอน บล็อกหลังได้เริ่มขึ้น
นอนกอดเข่า หันหลังให้คุณหมอ หมอก็ฉีดเข้ากระดูสันหลัง
ไม่รู้เหมือนกันว่า ข้อที่เท่าไหร่ หมอคงนึกในใจว่า ไอ้นี่สันหลังยาวดี
ทายาอะไรไม่รู้เย็นๆ เย็นมากๆ รู้สึกตัวว่าโดนแทงแล้วฉีดเข้ามา
แล้วก็นอนหงาย มัดมือ มัดขา รออาการชา ที่คุณหมอจะทดสอบเป็นระยะๆ
จนชาได้ที่ ถึงเริ่มลงมีดได้ ระหว่างนั้น ฉีดยาแก้อาเจียน เพราะรู้สึกอยากอาเจียนอย่างแรง
แขนสั่นทั้งสองข้าง พรึ่บๆ หมอบอกว่า อาจเป็นผลจากการบล็อกหลัง
หรือไม่ก็ อากาศในห้องผ่าตัดนี้หนาวมากๆ
ระหว่างผ่าตัด ก็มีเสียงเพลงคลอเคลีย พร้อมเสียงหยอกล้อ พูดคุยของทีมหมอมีด
และเสียงสูบน้ำ (จริงๆ นะ) มีการรับโทรสับมือถือ ด้วย
มันช่างราวกับเป็นเหตุการณ์ที่ธรรมดาสามัญของชีวิตท่านเสียนี่กระไร
เราก็ได้แต่ภาวนาว่า กรุณาอย่าลืมอะไรไว้ในท้องข้าพเจ้าเลย สาธุ
หมอบอก หลับเลยก็ได้ แต่ใคร๊รรร จะไปหลับลง ก็ได้แต่นอน ลืมตาปริบๆ
ถามหมอว่า แผลใหญ่ไหม หมอตอบ ไม่ใหญ่ นิดเดียว
ถามกลับว่า แผลเล็กแล้วจะมองเห็นข้างในหรอหมอ หมอเงียบไป เราก็เลยเงียบตาม
เมื่อเวลาผ่านไป หมอบอกว่า เสร็จแล้ว ไส้ติ่งมีลักษณะยุ่ยๆ และมีการรั่วซึมเล็กน้อย
 
24.00 น. เข็นออกมา ภาระกิจเสร็จสิ้น ไส้ติ่งจากไป
ไม่คิดจะขอไว้ดูหรอก ให้เราจากกันทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็นหน้านี่แหล่ะ
อย่าจองเวรกันอีกเลย เนาะ
 
ชายฉกรรจ์ มีรอยบากที่หน้าอก ฉันท์ใด
หญิงฉกรรจ์ จึงมีรอยบากที่ไส้ติ่ง ฉันท์นั้น
 
กว่าจะหายชา ก็กินเวลา หลายชั่วโมงอยู่
แล้วคนที่บล็อกหลังจะต้องนอน นิ่งๆ เป็นเวลา 12 ชั่วโมง
ก็ถึงเที่ยงวันศุกร์พอดี ถึงควรขยับตัวได้
แต่อาการขยับตัวก็ปวดๆ อยู่ดีหล่ะ
ช่างเหอะ หลังจากนี้ ก็เป็นอาการปวดท้อง ปวดหลัง ปวดแผล
และรอให้ลำไส้กลับสู่สภาพปกติ หลังจากหยุดทำงานไปยาวนาน
ระหว่างนั้นก็ถ่ายท้องอย่างหนักหน่วง จากวันละ 10 กว่ารอบ ก็ลดลงเรื่อยๆ
อยากจะนอนในห้องน้ำให้มันแล้วๆ ไป
 
เราได้ออกจากโรงพยาบาล ก็อีก 6 วันให้หลัง
คือ คืนวันอังคารที่ 26 พอดี จริงๆ เค้าให้ออก 27 แต่ก็ช่างเหอะ แค่คืนเดียว ขอกลับบ้านดีกว่า
แล้วก็พัก อีก 10 วัน จนถึงวันที่ 4 ปีหน้า ระหว่างนี้ก็ไปล้างแผลทุกวัน
หลังจากนี้ก็จะเป็นคนเคยมีไส้ติ่ง และเข้าสู่ภาวะคนไร้ไส้ติ่งโดยสมบูรณ์แล้ว
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
 
แม้ใครจะบอกว่ามันเป็น แค่ การผ่าตัดไส้ติ่ง
แต่หากเรายังไม่ผ่านเหตุการณ์นั้นไปแล้ว คงพูดไม่ได้หรอกว่า เรื่องแค่นี้เอง
เพราะระหว่างนั้นมันก็หนักหนาพอดู
เรื่องแค่นี้เอง คงมีไว้สำหรับคนที่ผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาจริงๆ
เมื่อมองย้อนกลับไป มันก็เป็นแค่ความไม่สะดวกเล็กๆ ที่เข้ามารบกวนเรา
มันก็เป็นอดีต เป็นประวัติศาสตร์หนึ่งในช่วงชีวิตที่ไม่มีใครพรากไปได้ เท่านั้นเอง
แต่หากคุณยังไม่เคยผ่านมันหล่ะก็
อย่าปลอบใครๆ เลยว่ามันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย
เพราะคุณเองก็คงไม่รู้อนาคตหรอกว่า หากมันเกิดกับคุณจริงๆ แล้ว
คุณจะรับมือกับ เรื่องแค่นี้ ได้ดีกว่าใครๆ หรือไม่
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
ก็อย่างที่บอก คริสมาสเป็นเทศกาลที่เราได้อยู่กับคนที่รักจริงๆ
คงต้องขอบคุณ พ่อ แม่ พี่ อี้ และญาติๆ ที่ดูและอย่างดีมากๆ ทุกการเคลื่อนไหว
คงไม่ต้องบอกว่าเราภูมิใจ และดีใจแค่ไหน ที่ได้เกิดมาในครอบครัวอันอบอุ่นนี้
 
และยังเพื่อนๆ ที่น่ารัก น่ากอด น่ากัด
ไม่เคยมีปีไหนที่เจอเพื่อนได้พร้อมเพรียง โดยที่เราไม่ต้องเคลื่อนที่ไปไหน
เมื่อเพื่อนรู้ข่าวต่างมาเยี่ยมเยียน หรือมันมาดูให้เห็นกะตาก็ไม่รู้
ก็ขอแสดงความ ซาบซึ้งมาให้ด้วย ไม่ว่าจะจาก…
 
ออฟฟิต
กระเช้าดอกไม้ พี่สมชาย / รังนกพี่หนุ่ม / วีต้าคุณวินทร์ / พิกเลท พี่เยาว์ / กระต่ายน้องไกด์
เงินรางวัล 1000 บาท จากการจับฉลากงานปีใหม่
พร้อมตุ๊กตากวางตัวเบิ้ม ที่คุณปุ้ยอุตส่าห์หอบมาให้
 
จริ๋ม อ้าม เปิ้น น่ารักมาก 3 สาวนี้ จู่ๆ โผล่มาพร้อมรังนก ชวนหัวเราะให้แผลปริ เล่นซะงั้น
อ่อ จริ๋ม มีสอนท่าโยคะ ไว้ฝึกนวดลำไส้ ด้วย ไว้เราจะลองฝึกดู
 
เพื่อนๆ MTT 9 นำทีมโดยพี่หลิน พี่ต้อม พี่งิ้ง ปุ้ยทูต พี่น็อต อิ่ม พี่จี้อ ปรู๊กกรี้ ตช ตญ
น่ารักมากมาย หลั่งไหล เต็มห้อง คึกครื้นพิกล
ขอบคุณน้ำผลไม้พี่ต้อม / หนังสือ บ้านสีขาว จากพี่น๊อด
อิ่ม ถ่ายรูปเราด้วย รังแก คนไม่มีทางสู้ เข้าทางหล่อนนักแล
ภาพเพื่อนๆ พร้อมใจกันยืนดูดน้ำโออิชิ เป็นภาพที่ประทับใจเรามากๆ จนถึงตอนนี้ ไม่ลืมเลย
 
ขอบคุณพี่โจ้ ถึงแม้ตามมาทีหลังพร้อมหนังสือ ELLE ช่างรู้ใจ ว่าน้องติดตามแฟชั่น
ถึงแม้จะใส่ได้เพียงแค่ชุด รพ. เท่านั้น โฮะๆๆๆ
ตอนนั้น หนึ่งอาจจะครึ่งหลับ ครึ่งตื่น คุยกะพี่ อย่าถือสา แล้วกัน
อ่อ ขอบอกว่า ชุดรพ. เนี่ย ถือเป็นแฟชั่นล้ำ มากๆ ใครช่างประดิษฐ์
จนถึงวันออก ยังไม่สามารถใส่ และผูกเชือกได้ครบ ต้องมีเหลือซักเส้น สองเส้น ทู๊กที
 
ขอบใจสำหรับ น้ำผลไม้ของหุย และหลี ซึ่งเรารู้ว่าหุยงานยุ่งมากๆ 7 วันอยู่ออฟฟิตซะ 8 วัน
ส่วนหลี ก็วุ่นวายกะ IS อย่าหัวทิ่มหัวตำ
ยังอุตส่าห์มาหา นั่งกินเยลลี่ ยั่วน้ำลายเพื่อน หมดถ้วยก็กลับไป
 
ขอบพระทัยคุณหญิงน้าม เยี่ยมทั้งคนป่วยด้วยหนังสือ กุ๊ยฉ่ายผจญภัย ทั้ง 2 ภาค
พร้อมหนังสือการ์ตูนกองโต (ถึงแม้ไม่ได้การ์ตูนรับไว้ แต่ก็ขอบใจมากๆ)
รวมถึง กาโตว์ และ พวงมาลัยไหว้พระ ที่ฝากคุณแม่คนป่วยด้วย
 
เบ็ตตี้ และครอบครัว มาพร้อมน้ำผลไม้ ถึงแม้จะต้องวุ่นวายกับรายงานที่ต้องทำคนเดียว อิอิ
ไหนจะงานส่วนตัว งานตงงานแต่งอีก ขอบใจมากนะจ๊ะ จะสมนาคุณใส่ซองให้อย่างงามๆ หุหุ
 
ซน ยู แจ๋ว พี่รี้ น้องเมกา น้องไอที ขอบใจนะจ๊ะ สำหรับ ชอกโกและ และนมสดๆ 
มาคุยกันได้เฮฮา พอนานอยู่ แล้วก็วางแผนจะไปกินสเต็ก สามย่านต่อ เกือบได้ไปด้วยแล้ว
 
และเพื่อนๆ ที่โทร และ แมสซาซูเซสมาให้เป็น กลจ
 
และรวมถึง เพื่อนพ่อ เพื่อนแม่ ที่มอบของเยี่ยม
ไม่ว่าจะรังนก ซุปไก่ ผลไม้ และความช่วยเหลือต่างๆ
 
ความมีน้ำใจ ความดีใดๆ ที่ทุกๆ ท่านมีต่อครอบครัวของเรา
ขอให้กลับเป็นสิ่งดีๆ สู่พวกท่านและครอบครัวยิ่งๆ ขึ้นไป
 
ไหนๆ จะปีใหม่แล้ว ขออนุญาตอำนวยพร
ให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง และอยู่อย่างพอเพียง
มีความรักให้กับคนรอบข้างอย่างสม่ำเสมอ
ก็คงเป็นการเริ่มต้นปีที่ดีมากๆ อีกปีหนึ่งทีเดียว
 
อย่างที่บอกหล่ะ ผ่านมา 27 คริสมาส ปีนี้ ถือว่าเป็นคริสมาสที่พิเศษมากๆ จริงๆ ด้วย 😉
 
สวัสดีปีหมูค่ะ
Advertisements