Month: August, 2006

Seminar? @ Pattaya!

 
 
" Sat 26 August 2006"
 
Start
การเดินทางพร้อมเพรียงเป็นหมู่คณะ ทั้ง 78 ชีวิตได้เกิดขึ้น
จุดนัดหมาย ณ ประตูใหญ่ ฝั่งหอประชุม
เวลานัดหมาย 06.00  ใช่เลย ไม่ผิดหรอก 6 โมงเช้า
ไปเช้ามากๆ เพราะกลัวพัทยา จะหาย เอ๊ย กลัวฝึกวิชาได้ไม่ครบครอส์ (สงสัย)
แต่ ไม่ต้องตระหนกไป เพราะ เป็นธรรมดา ที่คนเราจะแตกต่างกัน
มีคนมาเช้ามาก มาเช้า มาตรงเวลา มาสาย มาสายมาก และมาสายที่สุด
ถึงขนาดต้องจอดรถทัวร์รับกันระหว่างทางทีเดียว –> นั่นคือ คุณปุ้ย ท่านฑูตของพวกเรานี่เอง
(หากต้องไปประชุมยุติสงครามระหว่างประเทศ อย่าสายแบบนี้นะเฟร้ย เดี๋ยวประเทศโดน Bomb
เพราะไปเจรจาสงบศึกไม่ทัน ซรวยอีก ถ้าจะbomb จริง ไปโน่นเลย located จรัญสนิทวงศ์ … คุกๆๆๆ)
 
ส่วนเราไปก่อนเวลาอยู่แล้น น้องตั้มถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน ฉากหลังยังมืดอยู่เลย โฮะๆๆๆ
 
ถึงพวกเราจะแตกต่างกัน แต่ก็อยู่บนพื้นฐานความเท่าเทียม :- Different but equal
ถึงจะมาต่างเวลากัน แต่ก็ได้เดินทางออกพร้อมๆ กัน คือ 7 โมงกว่าๆ ได้ อืม…….
 
รถทัวร์ 2 คัน คันหน้าอยู่ข้างหน้า ส่วนคันหลัง ก็ลาว (ทึ่งโป๊ะ!)
อ๊ะ แน่นอน เราก็ต้องคันข้างหน้าดิ เกาง่ายดี
 
อาหารเช้า ทานบนรถ ไม่ต้องห่วง
เพื่อนๆ เป็นเด็กดีซะส่วนมาก ทานข้าว ดื่มน้ำเสร็จ
ฟังเพลง ตบก้นเบาๆ ก็นอนกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
แผนกพวกไม่เคยเห็นชาวบ้านนอน (ท่าแปลกๆ) ก็ถ่ายรูปเก็บไว้ประจานตามระเบียบ
หลับ……
 
Learning Resort Thammasat University @ Pattaya
พอก้าวขาลงมาจากรถทัวร์ พวกเราๆ ก็โดนต้อนรับด้วย น้ำกระเจี๊ยบ เป็น Welcome drink ที่ชื่นใจพอตัว
กระเป๋าไม่ต้องเก็บ เพราะต้องเข้ารับการฝึกวิชาในบัดดล
เช็คชื่อหน้าห้องปุ๊ป ก็เดินเข้าห้องปั๊ป แถวละ คละๆ กัน 7 หรือ 8 แถวนี่แหล่ะ หันหน้าเข้าเวที
วิทยากร จาก Gen-X academy เอ๊ย จากสถาบัน ดนตรีมีฟ้า เฮ้ย
จาก สถาบันวิจัยค้นคว้าวิชาการสั่งจิตใต้สำนึก ตะหาก
(TISAR-Thai Institute of Subconscious Mind control Applied Research)
 
เริ่มบรรเลงเพลงกระบี่แรก  
ช่วงเช้า คือการฝึกปราณ แบบไม่ปราณี ด้วยการฝึกหายใจ
นอนตัวราบกับพื้น ทำท่าสะพานโค้งเทน้ำหนักไปที่หัวไหล่
และการเกร็งทั้งตัว ปาก หน้า แขน อก มือ ท้อง สะโพก เท้า
 
ตามทฤษฎีมันดูดีมาก แต่ภาคปฎิบัติจริง
มิพักเอ่ยถึงความทุเรศ ของแต่ละบุคคล ลองนึกภาพตามสิ
สะพานโค้ง บางคนต้องแบกก้อนไขมัน หรือก้อนเนื้อ เอลนินโย่
ยกตัวขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้าง ค้างไว้ 10 วินาที
แถมท่าที่ต้องเกร็งทั้งร่างนั้นก็ไม่หยอก นึกสภาพ ชายน้อย
โดนถีบตกเตียงลงมากองหงิกๆ ที่พื้น น่าดูซะที่ไหน
กว่าจะสำเร็จวิชา ยังต้องปวดเมื่อย เจ็บกล้ามเนื้อ ทรมานเนื่องจากสังขารอีกด้วย
 
ไม่เพียงแค่นี้หรอก นี่มัน intensive course ของเหล่า X-Men CIE MTT9
เมื่อฝึกสมาธิ ปราณ จิต สมอง จิตสำนึก(7%) จิตใต้สำนึก (93%) เชื่อมต่อถึงกันอย่างดีแล้ว
ก็ฝึกพลังเหนือธรรมชาติกันต่อ
 
1. จิตกะตุ้ม
คือ การใช้พลังจิตใต้สำนึก กับลูกตุ้มเหล็ก
โดยใช้ลูกตุ้มเหล็กเล็กๆ เท่าปลายนิ้วก้อย ห้อยจากปลายเชือก
เพ่งจิตให้เป็นไปยังทิศทางที่ต้องการ ให้แกว่งซ้าย-ขวา หน้า-หลัง หรือ วงกลม
ยิ่งลูกตุ้มแกว่งแรงเท่าไหร่ แสดงถึงพลังจิตที่ยิ่งแก่กล้าเท่านั้น
เมื่อแต่ละคน บังคับลูกตุ้มของตัวเองสำเร็จแล้ว ก็ถึงเวลาทดสอบพลังกับคู่แข่ง
โดยหันหน้าเข้าหาเพื่อน ใช้ลูกตุ้มเพียงลูกเดียว แล้วสั่งคำสั่งคนละอย่าง
เช่น คนนึงสั่งให้แกว่งซ้าย-ขวา อีกคนสั่งให้แก่วงวงกลม
แล้วดูว่า ใคร๊ จะชนะ ง่ายๆ แค่นี้
แน่นอน เรา แพ้ตาโหลด จิตหงุดหงิ๋มเลย เกมส์นี้
 
2. จิตกะเพ็นซิว
คือ การใช้พลังจิต ตัดดินสอไม้ ด้วยกระดาษ
โอ้ว แม่ จ้าว เคยเห็นแต่ในทีวี วันนี้จะมีโอกาสได้ทำด้วยตัวเอง ระทึก ตึกๆ มาก
เค้าใช้เวลา สร้างพลังให้เราซักพักใหญ่ๆ แล้วให้ลงมือปฎิบัติ
คนที่สามารถใช้ กระดาษขนาด1/4 ของ A4 ตัดดินสอกระจาย 2 ท่อน เป็นคนแรกของคลาส
ได้แก่ ท่าน CEO พี่ท๊อป ของพวกเรานี่เอง เหนือมนุษย์มานา
หลังจากโห่ร้อง ชื่นชม ท่านซีอีโอ ไปพอสังเขป ก็หันมาฟาดฟันกะดินสอของตนเองต่อ
ในที่สุด … ในที่สุด …. เหอๆๆๆ
นู๋ทำได้ ปี่ปิ๊ด ปี่ปิ๊ดๆๆๆๆๆ
น้ำตาไหลพราก น้ำลายย้อย น้ำมูกยืด ภูมิใจกับความสำเร็จเสียนี่กระไร
โฮะๆๆๆ ทำได้แล้วเฟร้ยยยย….
คนเริ่มทำได้เกือบทุกคน วิทยากรเห็นใกล้เวลาทานเที่ยง
จึงกล่าวว่า เดี๋ยวจะให้สต๊าฟ ยืนอยู่ตรงประตูทางออก มือถือดินสอ
ใครที่อยากออกไปกินข้าว ให้นำกระดาษไปตัดดินสอให้ขาด
ไม่ขาดไม่ต้องกินข้าว !
เหอๆๆ ไอ้คนผ่านก็ผ่านไป คนที่ไม่ผ่านก็ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรน บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ในที่สุดก็ผ่านมาได้ (เกือบ) ทุกคน คนที่ตัดไม่ได้ ก็อาศัยวิชาหายตัว ออกมาซะงั้น
 
 
ภาคบ่าย
เหล่า X-Men ก็พร้อมฝึกวิชา level ถัดไป
ด่านแรกของภาคบ่าย เป็นภาคต่อจากตอนเช้า
 
3. จิตกะเพ็นซิว Part II
ใช้ไม้จิ้มฟันตัดดินสอ ไม่ต้องอธิบายมาก
ฝึกซักพักมันทำได้เอง ใครทำไม่ได้ staff จะเข้าไปประกบตัว ตะโกนข้างหู
คุณต้องทำได้ คุณต้องทำได้ นึกว่า ดินสอคือถั่วฝักยาว
แล้วไม้จิ้มฟัน คือ ใบมีด พูดซ้ำไปซ้ำมา จนทำได้เอง
คือถ้าดินสอไม่กระจุย แก้วหูกระจายแน่
 
ต่อไปนี้ เจอดินสอที่ไหน แม่จะจับมาตัดให้เรียบ อย่าใช้ดินสอไม้ให้เห็นเชียว
 
อ่อ มีการแข่งขัน พลังจิตอีกรอบ แต่ละแถวส่งผู้แก่กล้า
ทิชชู่ตัดดินสอ 5 แท่ง 6 แท่ง และ 7 แท่ง
แล้วผู้กล้าก็ทำได้
 
พูดอย่างมีปรัชญา คือ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ
ถ้าพูดแบบแบไต๋ คือ ของทุกอย่างมันมีเทคกะนิก นะหนูๆ
 
4. ยืนบนแขน
มีลักษณะดังนี้ มีเก้าอี้ 1 ตัว คนที่จะเสียสละแขน ก็นั่งคุกเข่า 1 ข้างที่พื้น
อีกข้างชันขึ้นมา นำข้อมือวางบนเก้าอี้ เฉพาะข้อมือ ไม่ใช่วางลงไปทั้งแขน
ไม่งั้นจะเล่นทำลิงอะไร ให้คนขึ้นมาเหยียบแขนเฉยๆ มันไม่เสียว
วางข้อมือ ลงตรงขอบที่นั่งของเก้าอี้ แล้วให้เพื่อนอีกคน ไซส์ไหนก็ได้
มาเหยีบตรงแขนที่พ้นขอบเก้าอี้ออกมา เหมือนยืนอยู่บนท่อนเหล็ก นับ1-50 จังหวะไล่ควายมาก 
กลัวเพื่อนแขนจะหักไป แล้วผลัดๆ กันทำ ยืนๆ เหยียบๆ โดนเหยียบ
ทุกคนทำผ่านหมด
 
5. นิ้วจอมพลัง
นี่แหล่ะๆ ที่เห็นเค้าทำกัน ดัชนีอรหัน แค่ปลายนิ้ว ก็ยกเพื่อนขึ้นได้
ทำมาแล้วกะนิ้วตัวเอง วิธีการ ให้เพื่อนนั่งบนเก้าอี้ ใช้ผู้ยก 4 คน
แต่ละคน เอามือประสานกัน นิ้วโป้งไข้วกันไว้ เอาเฉพาะนิ้วชี้ยื่นออกมาทั้ง 2 ข้าง
ประจำ 4 จุด เข่าข้างซ้าย เข่าข้างขวา จักกะแม้ซ้าย จักกะแม้ขวา
ให้นึกว่า กำลังจะยกก้อนนุ่น นับพร้อมกัน 1-2-3! ยก!
ลอย เฉย เลย หว่ะ ??
 
อะๆ ลองอีกครั้ง สต๊าฟ มาตะโกนว่า เพื่อนหนักขึ้น หนักขึ้นๆๆๆๆๆๆๆ
เอ้า 1-2-3! ยก! ยกไม่ขึ้น ซะงั้น หนักจริงๆ
 
เสียค่าเทอมศิริรวม 2 แสน 5 ก็สำเร็จ วิชาเหล่านี้ได้ ภูมิใจอีกรอบ
 
นี่ตรูเรียน david copperfield หรือเปล่าฟร่ะ
อย่างว่าแหล่ะ คงเป็นจิตวิทยา อย่างนึง
ทุกอย่างอยู่ที่ใจ ประมาณนั้น คิดว่าหนักก็หนัก คิดว่าเบาก็เบา ซะงั้น
 
มีคนบอกว่า มันเหมือนลัทธิ MLM แบบ แอมเวย์
การฝึกจิต เป็นเรื่องที่ดี แต่ คงเพราะเหมือน AmWay มันเลยดูไม่ดี (งั้นหรือ)
 
ภาคค่ำ
มีการบายศรีสู่ขวัญ ดูวีดีโอประทับใจ อลิสเบ็ธ และ สวาท อันเลื่องชื่อ
โดดเด่นด้วยมุมมอง และการผลิต
มุมมอง ในด้านน้องพรุด-อลิสเบ็ธ
ทำให้พวกเรารู้สึกว่า มันไม่ใช่การแสดงแน่ๆ มันมาจากตัวตนและจิตใจ
เมื่อน้องใส่สายเดี่ยวราตรีสีแดงเพลิง รองเท้าส้นสูง ขนนกพาดบ่า
วิกผมยาว หน้าตาระบายสี ออกมาวาดลวดลาย ลีลา กริยาท่าทาง
ทุกอย่างพริ้วไหว ต่อเนื่อง เชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มันคือตัวตนของเค้าดีๆ นั่นเอง
 
ส่วนอลังการด้าน production ไม่มีใครกินของพี่ท๊อปลง
การพรีเซ้น S.W.A.T. ที่ได้รับกล่าวขานมาจนถึงวันนี้
ถูกนำมาตัดต่อ ใช้เวลาถึง 1 ปีกว่าๆ พี่แกรลงทุนซื้อเครื่องแม๊คอินทอช
พร้อม ใช้โปรแกรมต่างๆ มากกว่า 7 โปรแกรม
เพื่อให้ออกมาเป็นวีซีดี ชุด สานฝันพี่ท๊อป หน่วยสวาท
และก็ดีอย่างคาด เหมือนหนังเรื่องนึงเลยนะ มี sub title ภาษาอังกฤษด้วย เผื่อฟังโจรพูดภาษาไทยไม่ออก
 
สุดยอด วีซีดี คาดว่า พี่แกรอาจนำไปเสนอกะเสี่ยเจียง ลงโลงฉายในเร็ววัน
หรือไม่ อาจจะมีคนนำไปก๊อป และวางขายตลาด ซีดีเถื่อน เร็วๆ นี้
 
หลังจากนั้น ก็มีการเล่นเกมส์ และทำโทษ
เกมส์ที่มันที่สุด ต้องนี่เลย เหยียบลูกโป่ง
รักษาลูกโป่งยิ่งชีวิต  ตัวตายไม่เป็นไร ขอแค่ลูกโป่งยังมีลมอยู่ภายใน ก็พอใจแล้ว
 
การทำโทษ ก็เป็นท่าเต้นที่ …. ระลึกตามกันเอาเอง
ไก่ย่าง  บ้านทรายทอง  ปีโป้ ….
 
ส่วนภาคค่ำมาก
เป็นการ ปาร์ตี้ ฉาว
โต๊ะจีน + ว๊อดก้า + เหล้า + เบียร์ + บาคาดี้ + สปาย 
+ กับแกล้ม + ขนม + เสียงเพลง + แดนซ์กู้ชาติ + สระว่ายน้ำ
ลัลล้า สุดๆ
 
อ่อ มี ขี้เมา ป.โท นิติศาสตร์ ชาย หญิง มาร่วมแจมกลุ่มนึงด้วย
ดูสภาพแต่ละคนแล้ว น่าคิดเนอะ นี่หรือ ผู้รักษาความยุติธรรมในสังคม
เราจะฝากชีวิต การตัดสินใจ บนพื้นฐานของกฎ ระเบียบ ไว้กับคนเหล่านี้ได้หรือ
ในทางกลับกัน พวกเขาก็คงคิดเช่นกัน
ตรูจะฝากเรื่องนวตกรรมของชาติไว้กับบุคคลเหล่านี้ได้หรือ??
 
ไม่มีปาร์ตี้ใด ไม่เลิกรา ขึ้นกะว่า ช้าหรือเร็ว
ปาร์ตี้ mtt9 นี้ ต้องยุติ ตอน ตี 1 พี่พนักงาน เดินเก็บโต๊ะ แล้ว
แยกย้าย ตามสะดวก
 
 
" Sun 27 August 2006"
จำรายละเอียด อะไรมากมายไม่ค่อยได้
จำได้แต่ ง่วงมาก ถึงปานกลาง
มาฝึกการคอมมูนิเคชั่น แล้วก็ลมปราณต่อ อ่อ มีจิตเด้ง
กับแบบทดสอบ ว่าตนเองเป็นคนเช่นไร
แล้วท้ายสุด ก็คือ การทำซึ้ง อำลา พูดความในใจกะเพื่อนๆ ทุกคน ทีละคนๆ
วนๆ กันไปในวงกลม น้ำตาไหล น้ำลายยืดกันไปหลายต่อ หลายคน
 
จบพิธี ภาระกิจเสดสิ้น ทุกคนปลอดภัย กลับบ้านได้
 
กะตีตั๋วนอน บนรถ แต่ นิชา ทำเก๋ ชวนกันเมาส์
มีผู้ร่วมแจมอีกกลุ่มหนึ่ง ตั้งแต่พัทยา จนมอเต้อเวย์ ถึง ท่าพระจันทร์ ทุ่ม กว่าๆ ได้
นิชา สามารถ
 
และถึงบ้านโดยสวัสดิรูปกันไป
 
ต้องบอกว่า รักเพื่อนๆ เกือบทุกคนเลย
ที่บอกว่า เกือบ เพราะว่า บางคน เรารักมากมายตะหาก
 
เจอกันเมื่อหัวใจต้องการ
….
 
Advertisements

3 ห ทัวร์ ตอนที่ II {เมืองโบราณ}

 
 
 
ขอกล่าวสวัสดีทุกๆ ท่าน ยังพอจำ 3 ห. ทัวร์ กันได้ไหม?
ปล. ว่า วันนี้ มีเพิ่ม มาอีก 2 ลูกทัวร์ แต่โผล่มาตอนท้ายๆ คือ คู่สวีท เบ็ต+เอ๋
เพื่อให้เข้ากรุ๊ป ควรเปลี่ยนชื่อเป็น เห็ด กะ เห๋ ตามนั้น
 
คราวนี้ หรุย หลี หนึ่ง จะพาทุกๆ คน ไปสู่ จ.สมุทรปราการ
ณ สถานที่เรียกขานกันว่า เมืองโบราณ อาน อาน อานนนน…. (ทำเสียงเหมือนพูดอยู่ในตุ่มด้วย)
 
 
เข้าที่ ระวัง ไป…
จุดเก็บพลพรรค เริ่มต้นจาก
หะหรุย เจ้าของพาหนะ ตั้งต้นที่ ศูนย์สิริกิต์ งานน้องหมา พาเพลิน
และนัดหมาย จะมารับ หะหนึ่ง ณ สยามเซ็นเต้อ ประมาณ บ่าย 2
(ซึ่ง มันโผล่มาจริงๆ 3 โมงก่าๆ ไปแล้ว ส่วนเรา สะเหร่อ มารอเพื่อน ตั้งแต่ บ่ายครึ่ง
เลยต้อง นั่งเหล่เด็กๆ ไปตามเรื่องตามราว คราวป้า 555 —
แต่ มันมีขนมน้องหมา มาอุดปาก กอลลั่ม
เลย ไม่อยากจะ ถากถาง ถึงการมาช้าของมันมาก เด๋ว มันทวงขนมคือ โหะๆๆๆ)
 
เมื่อ รับเราขึ้นรถ ก็พุ่งตรงไป บ้าน หะหลี ซึ่งนอน อืด รออยู่
ครบทีม มุ่งหน้าขึ้นทางด่วน ตรงดิ่งยังสถานที่ปลายทาง
 
ระหว่างนั้น เห็ด กะ เห๋ กะลัง ปัดกวาดเช็ดถู เรือนหอ กันอย่างรักใคร่กลมเกลียว
และมีหน้าที่ซี้อเค้ก วันเกิด มา สะใภ้หะหรุย ตอนกินข้าวเย็นด้วย
คงเป็นเค้ก ที่ หวานน่าดู … อิจฉา…วรุ้ย
 
พอตัดกลับมาที่รถ 3 ห.ก็ถึงจุดหมายพอดิบ พอดี
ซัก ประมาณ 5 โมงได้มั๊ง 
 
 
ถึงแล้น
TADA!!! เริ่มต้นเพียงคนละ 150 บาท ค่าเข้าชม
เงิน 150 นี้ ท่านจะได้จักรยาน คู่เท้า
ซึ่งเลือกได้ว่า อยากเป็นแม่บ้าน หรือ เสือหมอบ
แน่นอน ว่า หะหรุย เป็นเสือหมอบ ตัวเดียว ตัวใหญ่ด้วย
เราสอง ขอ จักรยานแม่บ้าน มีตะกร้า ไม่เท่ห์หรอก แต่ ขี่สบายกว่า
เท่ห์มันกินไม่ได้ครับท่าน อย่าลำบาก ลำบน กันมาก เป็นพอ
 
หรือ หากท่าน ร่ำรวยกว่านี้ซัก 50 บาท
ท่านจะได้ ขับรถ กอล์ฟ คันเล็กๆ ขับสบาย นั่งเพลิน เที่ยวชม เรื่อยเปื่อย
 
ไม่ต้องแปลกใจ ว่า ผู้มีฐานะ (ยากจน) อย่างเราๆ ทำไมเลือก ปั่นรถสองล้อ
ก็เพราะ การขี่จักรยานนั้น ทำให้พวกเรา ….
‘เธอทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตอน 14 อีกครั้ง’ 5555555 พี่เสกบอกมา
(แต่การที่พี่เสก ตบพี่น้อย-พรู นี่ก็ช่างเหมือน 14 อีกครั้ง จริงๆ วุฒิภาวะ น่ะพี่ –> กะทู้นอกเรื่อง)
 
เอาหล่ะ
เนื้อที่ 800 ไร่ ในเมืองโบราณแห่งนี้
ท่านผู้รู้บอกว่า ขับรถยนต์ แบบ ไม่แวะจอด คือ ขับเรื่อยๆ ใช้ตาเหล่ๆ เอา
จะได้รอบครบ ก็ประมาณ 3 ชั่วโมงด้วยกัน
กระไรเล่า 3 ห. ปั่นจักรยาน ความเร็ว แซงเต่าได้อย่างสูสี
แถมถ่ายรูป มันทุกแลนด์มาร์ก คิดสิ ว่าจะได้ซัก กี่เมตรกัน
หุหุ มันโดนจำกัด ด้วยเวลาอีกต่างหาก
เพราะมันปิด 6 โมง แป่ววววววววววว วาว วาว วาว … ก็ โบราณกันแบบ ผิวๆ คงพอ
อยากโบราณให้ครบ คงต้องไว้คราวหน้า
หรือ อยากโบราณแบบลัดๆ ก็ นั่นเลยพี่ ซื้อ หนังสือ แผ่นที่ เมืองโบราณ
มันจะบอก ว่าจุดไหนมีอะไรบ้าง
คือ ตามจุดต่างๆ มันจะเหมือน จำลอง สิ่งก่อสร้าง ฯลฯ ที่โบราณ ขึ้นชื่อ
ของสถานที่ หรือจังหวัด ต่างๆ มา ทำเสมือนจริงไว้
เหมือนจริงๆ นะ สวยด้วย บางอันมีสีซีดๆ ลอกๆ หน่อย ดูโบราณ คร่ำครึ ดี
 
ส่วนที่เราชอบ ก็คงเป็นด่านแรกๆ (เพราะไปได้แค่นั้น)
คือ ตลาดโบราณ แต่ คนขายของ ดูหน้าตาสมัยใหม่ พอตัว
จะมีทุกอย่างหล่ะ บ้านช่อง ร้านตัดผม ร้านขายทอง ขายขนม ของเล่น และอื่นๆ
(จงเติมคำว่า โบราณ ใส่ท้ายทุกคำด้วย) มันก็จะดูเก่าๆ อาร์ตๆ หน่อย
 
ขี่เล่นไป ถ่ายรูปไป กันเพลิดเพลิน จำเริญใจ 
และแล้นนน เห็ด กะ เห๋ ก็โทรมา เกือบ 6 โมง
เลยต้องห้ามปราม ไม่ให้เข้ามา เนื่องจากจะเสีย 150 โดยใช่เหตุ
ยังอาจจะ วนหากันไม่เจอ เห็ด+เห๋ อาจจะหลง ในกระท่อมร้างกลางป่า กลางพายุฝนก็เป็นได้
เราจึงควรตัดไฟแต่ต้นลม โดยการรีบปั่นออกไปหามันเองดีกว่า
 
 
ดินเน้อ
หลังจากเห็นหน้ากัน ความหิว ก็มาเยือน
บางแสน 2 คือ ที่ฝากท้องของพวกเรา
 
TADA!!!!!!!!!….
"Some crabs resturant"
แปลสิเคอะ นักเรียน ว่าร้านอาหารนี้ ชื่อไทย ควรตั้งว่า อย่างไร
 
ติ๊ก
ต่อก
ติ๊ก
ต่อก
.
.
..
…..
 
เฉลยค่ะ – ร้านอาหาร "บางปู"-
กร๊ากกก อย่าเสร่อ แปลว่า ปูบางตัว นะคะนู๋ๆ
ชอบมากมาย อ่ะ ชื่อนี้ ซัมแครบ – บางปู อืมม์ ช่างกล้านัก
 
บรรยากาศจะติดทะเล มากๆ เปิดโล่ง ไม่มีหลังคามาคลุมหัว
มีลมกรรโชก อย่างแผ่วเบา แดดอ่อนๆ ละเลียดผิว ให้พออบอุ่น
พนักงานเสริฟ เดินไป เดินมา ซัมแครบ กันยิ่งนัก
หากชำเลืองตาไปทางทะเลแบบไม่ตั้งใจ ก็เห็นฟองขาวๆ กำลังม้วนตัว
หยอกล้อ กับเหล่าปลาเล็กปลาน้อย ที่ว่ายทวนน้ำอยู่
แถมบนร้าน ยังมีแก๊งค์เด็กส่งเสียงเจรี๊ยวๆ เล่นเครื่องบิน แบบ ว่าว คงพอนึกออก
พวกฝีมือแย่ ก็มันทำเครื่องบินโฟม ตก ใส่กาบาน คนนั่งกินอาหารอยู่
น่าจับเครื่องบินเด็ดปีก เด็ดหาง จิ้มน้ำจิ้มซีฟู๊ด ยิ่งนัก
 
อาหารที่สั่ง มีดังนี้
กุ้งทะเลอันดามันย่าง 1 โล / ปูม้าพลังสูงนึ่ง 1 โล / ปลาหมึกคราเค้น (แบบ pirate of carribien) นึ่งมะนาว
/ ต้มยำรวมโคตรทะเล น้ำข้นครั่ก / ปลากะพงทอดน้ำปลา 2 จาน (หะหรุย ชอบ เบิ้ล)
/ยำหอยเบ็ต ทั้งเล็ก ทั้งดำ เอ๊ย ยำหอยแครง / ส้มตำปูม้าพลังสูงกว่า 
/ทอดมันปลาโลมา (อันใหญ่โคตร) …. เท่าที่จำได้นะ น่าจะมีแค่นั้น … แต่เหมือนจะมีอีก
แล้วก็ น้ำ กะ เบียร์ไฮเนกั้ง (ให้มันเป็นสัตว์ทะเลด้วย เข้าบรรยากาศ)
เบียร์เนี่ย หะหลี อยากกิน แต่มันกินไปแก้วนึง ที่เหลือ หรุยเหมา
เออ ทางร้านใจดี แถมน้ำมะนาว ใส่ขัน มาให้ด้วย
แต่พวกเรา ฐานะดี อยู่แล้ว เอามาล้างมือดีกว่า ไฮโซกว่ากันเย๊อะ ฮุๆๆ
เพิ่งนึกอยากถ่ายรูปอาหาร ตอนที่กินกันไปแล้ว ถ่ายเป็นซากไว้แล้วกัน
 
กินกันอย่างสวาปาม หมดโต๊ะ ถึงเวลา
ทำตามแผน สะใภ้ หะหรุยด้วยเค้ก สะใภ้ กันมากๆ
หะหลี หะเห็ด กะ หะหนึ่ง เหินไปหอบเค้ก ที่รถ เห๋ หาให้ หรุย
(สังเกตๆ ห. หมด.. เพื่ออะไรมิแซ่บ..)
 
เดินมา แถวๆ เตา ที่ช่างปิ้งกำลังประกอบพิธี ปิ้งอาหารทะเล
ถัดจากโต๊ะมาพอควร ไม่คิดว่าจะมีใครสังเกตได้
พยายามจุดเทียนอยู่ ล้านเจ็ดสิบเอ็ดรอบ
จนพ่อครัวช่างปิ้งทนไม่ได้ เอาถาดมาให้
ทีแรกนึกว่า เอามาให้ฟาดหัวกันแบบตลก
เพราะ 3 ตัวนี้ จุดไป ขำไป อย่างไร้สติ
แต่พอเริ่มสังเกตได้จากแววตา ผู้ให้ เลยรู้ว่าเค้าเอามาให้บังลม
 
ถาดก็เอาไม่อยู่ครับพี่ ลมทะเล ช่างชอนไช พัดดับโหม๊ดดดดดดดดดด
เลย เดินมาแบบ ปักเทียนมืดๆ ที่เคยผ่านการมีแสงสว่าง มาร้องเพลง HBD 
หรุย กะ เห๋ นั่งขำ อยู่ บอกว่า 
‘สะใภ้โคตร ตรูเห็น พวกเพื่อน ก้มๆ เงยๆ มีแสงวาบๆ ตามตัว อยู่ตรงโน้น
ทำลิงไรกันนั่น จุดไม่ติด ยังดันทุรัง’
ประมาณว่า ไม่อายเค้าหรอ นั่งแสงวาบๆ เป็นกระสือกัน
คนอื่นเค้าก็มอง ว่าอี 3 ตัวนี้ วับๆ แวมๆ ไรอยู่ตรงโน้น
แถมเดินมา ด้วยเทียนดับๆ อีก mission ล้มเหลว ตึ๊งโป๊ะ!
กร๊าก….
ถ่ายรูป เป็นที่ระทึก กะเค้ก ได้ 2 รูป แบบมัวๆ แบต หมดซะงั้น
แต่ชีวิต นอกแผ่นฟิลม์ ยังโลดแล่นต่อไป
 
เค้กวนิลา ก๋ากั่น อร่อยมาก เจ้าภาพ ฟาดไป 3 ชั้น (ไม่ต้องกลัวอ้วนเลยเพื่อน)
 
เช็กบิลที่หัวใจ เหลือเท่าไหร่ไม่ต้องทอน
2045 ไม่ใช่ พ.ศ. เกิดใคร แต่เป็นค่าอาหาร ที่พวกเรา เลี้ยงหะหรุย
อร่อย ฮา และ ซัมแครบ
 
 
กลับกรุง
และแล้ว เห็ด กะถูก เห๋ เฉดหัว ให้กลับกะพวกเรา เนื่องจากสิ้นรัก หมดสวาท
(เป็นการใส่ความของ นังอิจฉา)
 
อาการเดิม นั่งเมาท์ กันอย่างเมามัว ทัวร์นรก มาก
 
ตกลงกันว่า ไปนั่งชิงช้าสวรรค์กันดีกว่า
คงเคยเห็น ชิงช้าสวรรค์ ที่สวนลุมไนท์ ที่สูงเสียดฟ้า ท้านรก มากๆ
หะหรุย หะเห็ด หะหนึ่ง คุยกันว่าอยากเล่น
ขับรถเข้าไปวนหาที่จอดรถแระ
แต่นังหะหลี เกิดอาการ ขี้เหนื่อย อย่างแรง
จริงๆ แล้ว มันเป็นข้ออ้าง เรื่องจริงคือ
อยากกลับบ้าน ไปอาบน้ำ นอน คุย (โทสับ)
กะแฟนบนเตียง(ใครเตียงมัน) ที่บ้าน (ใครบ้านมัน)
เพราะปกติ ต้องอาบน้ำพร้อมกัน ขึ้นนอนพร้อมกัน
(ไอ้ขี้เว่อร์…ฮึ่มๆ)
 
ปรากฎว่า ความรักชนะทุกสิ่ง
หะหรุย ต้องเลี้ยวรถออกมา เพราะขี้เกียจฟังมันพร่ำเพ้อ
ละเมอ ครวญหา การอาบน้ำ และขึ้นนอนเตียง กะแฟน  
ก็เลยได้แค่มอง ชิงช้าอยู่เบื้องหน้า แต่หาได้ขึ้นไม่ กรำ เวงแต้ๆ เซร็งเจรี๊ยวเลย
 
การกลับบ้านก็เกิดขึ้น แวะที่ออฟฟิตเห็ด มันเอาร่มไปเก็บ แล้วก็ส่งเห็ดต่อที่บ้าน
ส่งหะหลีที่บ้าน ได้เห็น เป้าตุง ด้วย
(เป็น ปักกิ่ง ขนยาว น่าตาน่ารัก กว่า พ่อมัน ที่ชื่อเปา-เปา มาก
เปาๆ เป็นปักกิ่ง เหมือนกันแต่ขนสั้น เพราะหลี ลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน
ขนาดอุ้มออกมาอวด ยังอวดแค่ เป้าตุง อย่างเดียว แต่ มันก็น่ารักกว่าจิงๆ แหล่ะ)
และ ถึงบ้าน ข้าพุเจ้า ก็เฉียด เที่ยงคืนได้
หะหรุยก็ขับรถกลับบ้านโดยสวัสดิรูป
 
++++++++++++++++++++
 
ตอนขี่จักรยาน ก็เหมือน 14 แต่ ตื่นมา ก็ 40 ดีๆ นี่เอง ปวดเมื่อยแท้ๆ หลานๆ เอ๊ย
ถ้าขี่รอบเมืองโบราณครบ สงสัยได้ ฝังตัวเองเป็นวัตถุโบราณอยู่โน่นแน่ๆ
 
++++++++++++++++++++
 
หะหลี ใส่เสื้อได้ ชนะเลิศ มาก
เป็น polo สีแดง มีจรเข้ ลาครอส ปักอยู่
กรุณา อย่า มอง แค่ ผิว เผิน
เพราะ look are always deceiving
แท้จริงแล้ว มันคือ เสื้อ จรเข้ 2 ตัว ปั๊ปปั๊ม กันอยู่
เป็นแบบประตูหลังด้วย คือ ตัวล่างนอนคว่ำ ตัวบนก็คว่ำ ขี่อยู่
หลี จึงเรียกเสื้อตัวนี้ว่า เสื้อ :Yet-เข้ :
มันช่างสร้างสรร ซัมแครบ เสียนี่กระไร
เพื่อน ป.โท ของหลี ทำขาย สังกัด รั้วจามจุรี ตัวละ 250 บาท เหอๆ
ไม่รู้ยังมีเหลือไหม จะได้มี Yetเข้ กะเค้าบ้างงงง กรั่กๆๆๆ
 
++++++++++++++++++++
 
พอหอมปากหอมคอ แค่นี้แล้วกัน
ไว้มีการเดินทางของ 3 ห.++  อีกเมื่อไหร่ ได้เจอกันแน่นอน Y(^^)Y.
 
รูปกำลังเดินทางมา รอซักกะนิด ซักกะโหน่ย
คราวนี้ สวยนะ เหล่านางแบบคอนเฟิม ! 555
 
จบข่าว!