Month: January, 2006

ก่อนจาก

 
 
 
+++++++++++
 
ปล….จาก blog ก่อนหน้านี้..
.. พัต จริงด้วยว่ะ วันศุกร์ มันควรจะเป็นสีฟ้า ชิมิ
ครือ มันใกล้ๆ กับวันเสาร์น่ะ ชั้นเรย สับสน ทางสี เง่อ
ขอบใจนะแกร ที่ยัดเยียดโรคขะหมอง อักเสบ ให้อีกโรค
วิดแบรนด์ ฝากแกรออกแบบให้โหน่ยนะ แตร๊งซ์หลาย
 
++++++++++++
 
จุดเริ่มต้น จากโปสการ์ดเพียงหนึ่งแผ่น
การเล่าเรือง ปาย ผ่าน blog ทำให้มีผู้มาเม้น
ชักชวนไป …ปาย…
 
คนใจง่าย ก็ตกลงโอเคร
ในใจก็นึกถึงแต่ คำที่เจ้าของโปสก๊าด บอกว่า
ปาย เป็นผู้หญิงที่อบอุ่น…
หลังจากตบปากรับคำ จองตั๋ว
หลังจากนั้น จึงเห็นโปรแกรม ทัวร์ จาก ซินเดอลิลลี่ ทัวร์
แวร้ก!!! ล่อง แก่ง โสง วัน นอนป่า 1 คืน
ปาย คงกลายเป็นผู้หญิงที่ สมบุกสมบัน ซะแล้วหล่ะ
กรำเวง วาดภาพในขะหมอง ไว้ซะ งามแงะ ไฉไล ไฮโซ
คนเมือง เข้าเมืองปาย สัมผัส เมืองแห่งหมอก
นี่อะไรกัน อุ๊ แม่เจ้า เง่อ
 
การเดินทางคร่าวๆ 29-30-31
29 :
เจอกันที่ ดอนเมือง เค้าเต้อ แอร์เอเขีย 5.45 (ตี 5 คร้าบ)
เครื่องลงเชียงใหม่ ซัก 8 โมง (ถ้ามันไม่เลท)
นั่งรถกะบะ จากเชียงใหม่ ผ่าน พันโค้งหักศอก ถึงแม่ฮ่องสอน 3 ชม
กินข้าว ในป่า แล้ว ล่องแก่ง 3 ชม ถึงเย็น อาบน้ำในแม่น้ำ
นอน กลางป่า มีฟูก กะมุ้งให้
 
30 :
ตื่นเช้า เข้าเที่ยวถ้ำ
เริ่มล่องแก่ง ลงมา ถึง อะไรซักอย่าง 8 ชม
ทั้งวันว่างั้น
แล้วกลางคืน ก็มาหา ที่พัก ในตัวเมืองกันเอง
 
31 :
เช่า รถตู้ ตะเวน เที่ยวเมืองแม่ฮ่องสอน
กลับ กทม เครื่องลง ประมาณ เที่ยงคืน
 
เฮ้อ … นี่คือ คร่าวๆ นะ กลับมา ถ้ามีไรแตกต่างจากนี้ และเหลือรอดชีวิตมา
จะกลับมาเล่าให้ฟัง ดูไป ดูมา วันที่ 31 คง ดูดีสุดหละม๊างงง นั่งรถเที่ยว
อยากจอดตรงไหนก็จอด ช๊อปๆ (ตามที่เราจินตนาการ นะนั่น)
 
ไข้ อักเสบ ตามอวัยวะต่างๆ ก็ยังไม่หายดี
แต่ไม่ได้ ไม่ได้ ค่าตั๋ว เครื่องบิน ปาไป 3 พัน 4
เราจะเอาเงินไปทิ้งไม่ได้ เอาชีวิตไปทิ้งดีฟ่า ว่างั้น
ค่าล่องแก่ง อีก พัน 4 ค่ากองกลาง 2พัน5
อืม กลับมาจะมาโบก ว่า คุ้มค่า กะตังไหม อิอิ
 
มีแวว วันพรุด ได้ลางาน ถ้าไปทำ แสดงว่า เราเจ๋งเป้งมาก
อาทิดที่แล้ว ลาป่วย 2 วัน อาทิดนี้ ลาเที่ยว 2 วัน
(อาจแถม อีกวันนึง ทดไว้ในใจก่อน)
กร๊าก ซองขาว แน่ตรูด
 
แล้วเราจะ ปาย มาฝาก นะจ๊ะ
รัก ทู๊ก คน จร๊วบๆ  
 
Advertisements

อโรคยา ปรมาลาภา

 
 
 
ความไม่มีโรค เป็นลาบ อันปลาเสริด
3 วันดี 4 วันไข้ เป็นๆ หายๆ ก็เลย ใช้มาตาโหลด โทนาฟ
 
 
วันจันทร์ สีเหลือง
ตัวเหลืองซี๊ดเสียว เอ๊ย ซีดเซียว
เปลี่ยนจุดมุ่งหมายจากที่ทำงาน ไปโรงบานจุฬา ทันใด 
อุตส่าห์ไปถึง ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ใช้ ประกันสังคมด้วย
ใช้ซะโหน่ย จ่ายไปเดือนๆ นึง เฉียดพัน
แปดโมงเช้า นั่ง จับไข่ จับไข้ กันไป
คุณหมอเรียกเข้าห้อง 12.30 น. !!
เข้าไปคุยกัน 5 นาที ได้ความว่า คล้ายๆ ทอนซินจะอักเสบ (อีกแล้ว)
ออกมา ต้องต่อคิว รอจ่ายตัง รอยาอีก ทำไรก็ไม่ค่อยเป็น
อีป้าในห้อง ก็ นังมารร้ายชัดๆ คนไข้จะหัวใจวายตายเพราะมัน
นี่ตรูใช้ประกันสังคม ก็คงหมายถึง คนไข้ อนาถา ดีๆ นี่เอง
พนักงาน จะหยามเหยียดเยี่ยงไรก็ได้
ก็ตรูไม่ได้ไปทุกวันนี่หว่า จะได้รู้ ว่าต้องเข้าคิว รับบัตรตรงไหนก่อน
รับแล้วต้องรอ ติ๊งน่องๆ เรียกเบอร์ ถึงมีสิทธิ์ไปจ่ายตัง
แล้วค่อยนั่งรอ รับยา แมร่งงง…
ได้ยามา ไม่เสียตัง เลยวันนี้
แต่เสียเวลา โคตรบิดา โคตรมามี๊
เบ็ดเสด ออกจาก โรงบาน บ่ายโมง ครึ่ง ก่าๆ
หาไรกิน ถึงบ้าน เกือบ 4 โมง
ชีวิต… อนาถใจ
..กลับมาไข้ขึ้น อลังการ เป็นหนักกว่าเดิม
 
 
วันอังคาร สีชมพู
หน้าชมพูเข้มปรี๊ด เพราะพิษไข้
เมื่อวานไปทรมาน ตัวเองชัดๆ
แม่เลย นัดคลีนิกพิเศษ รพ จุฬา ให้
นอนซมไป ทำ ข้อสอบเทคโฮมไป
อาจานขา หนูแทบจะเขียนด้วยเลือด ให้คะแนน หนูโหน่ย พลีสสสส
ไปถึงโรงบาน 6 โมงเย็นได้
เข้าไปคุยกะหมอ 4 นาที เป็นหวัดลงคอ คออักเสบ
ภูมิต้านทานต่ำ ติดโรคง่าย
ขอฉีดยา หมอบอกว่า ไวรักไวรัส ต้องรักษา
โดยภูมิของตัวเอง ไม่มียาฉีด
ได้ยาเพิ่มมาอีก 2 ตัว กินควบยาเก่า ตัวเมื่อวานด้วย
จ่ายไป 550 บาท
เสดออกจากโรงบาน หกโมงครึ่ง คับพ่อแม่พี่น้อง
แค่ตรูจ่ายตังนี่ ครึ่งชม เสดดด อืม ๆ
 
โสงหมอพูดเหมือนกัน แปรงฟัน แล้วให้แปรงลิ้นด้วย
สารภาพ ว่าทำไม่ได้ว่ะ จะแหวะๆ คงต้องเป็นโรคนี้ต่อไป
 
 
 
วันพรุด สีเขียว
หน้าเขียว มาทำงาน
นั่งปวดท้องแต่เช้า ปวดตั้งแต่ 8 โมง
แต่โทษฐานหยุดไป โสงวัน งานสูงท่วมหัว เอาตัวไม่รอด
กัดฟันทำงานไป ปวดท้อง ตาโหลด
โทรบอกแม่ ให้นัดหมอให้ คลีนิคพิเศษเหมือนเดิม
ทำงานเหมือนขาย วิญญาณให้ซาตาน
เดินตัวงอเป็นกรุ้ง มากๆ
 
ตอนเย็น ออกจากออฟฟิต 5 โมงครึ่ง
ระหว่างทาง  bts ยังต้องทำหน้าที่
แวะเอาของไปให้อั้มที่ นานา
แวะรายงานให้เบ็ตที่ ศาลาแดง
แล้วก็ไปหาหมอ
คราวนี้คิวยาวโหน่ย ไปช้า
อาการปวดท้องยังไม่จางหายไป
ถึงคิวแระ หมอตรวจ ถามๆ เอาหูฟังแนบๆ กดๆ ท้อง
สรุปได้ว่า ลำไส้ตอนบน อักเสบ..
ต้องเอายาไปกิน แล้วก็ฉีดยา อ๊าคคคคค
เคๆ ฉีดก็ฉีด จะได้หายเร็วๆ
ได้ยามา 3 ตัว ฉีดอีก 1 เข็ม เบ็ดเสด 650 บาทถ้วน
อาทิดหน้า หมอนัดอีก
หมอบอก ต้องนัดติดต่อกัน 4 อาทิด ดูอาการ
ไม่ดีขึ้น จะได้ตัดทิ้ง
แวร้ก!!
 
 
วันพฤหัส สีแสด
เชื่อไหม ทำงาน แบบแสบใจมาก
เวง กรำ ตะบี้ ตะบัน ทำ
งานมันก็เหมือนแกล้งนะ อืมมมม
เครียดๆๆ
เมื่อคืน เลยฝัน ปาหลาดๆ เยอะมาก
อย่าให้ในฝัน เป็นจริงเร้ย สาธุ๊ น่ากัวๆ
 
 
วันศุกร์ สีม่วง
สีม่วงคราใด แม่หม้าย ชาวเกย์
มันออกอาการอีกแล้วครับพี่น้อง
ลำไส้ตอนบนเริ่มปวด
เย็นนี้นัดหมอแระ เป็นหมอ ทางเดินอาหารโดยเฉพาะ
ได้ผลอย่างไร จะแจ้งให้แซ่บ โดยทั่วกัลล์
 
ตอนนี้ก็ได้เป็น ทอนซิล อักเสบ กะ ลำไส้อักเสบ
เล่นไปพลางๆ งุงิ
5 วัน เข้าโรงบาน 4 หน อืมมมม…
อีกหน ได้ลงโลง แน่
 
 
i’ll stop here.
ถ้าเรา staying alive จะกลับมา continue 
 
ปล.ขอบจรวย โน้งนุ่น ที่แวะมาเยี่ยมอาการ
รูปสวยนาจ๊ะ เอ็กอี่ๆ 
 
 

“…just like heaven…”

 
 
 
ดูเรื่องนี้เพราะ Reese Witherspoon
อ่านว่า รี๊ด วิทเดอะสปูน แปลว่า อ่าน กับ คุณช้อน
รีสเล่นเรื่องไหน ก็น่าดูไปหมด
รีสน่ารัก คึกคักเวลาลงเล่น…
 
Only love can bring you back.
 
คร่าวๆ ว่า นางเอก ไม่ยอมตาย วิญญาณวนเวียน
เพราะ เหมือนต้องทำอะไรซักอย่าง
ก็ครือ การเจอ ประสบพบพัก รักกับพระเอก
วิญญาณ จึงกลับเข้าสถิต ร่าง
เพื่อที่จะฟื้น ขึ้นมาแล้ว จำพระเอกไม่ได้ ??!!?!?!?
 
เวงจริง อุตส่าห์ช่วยให้เข้าร่าง อักตัญญูนักแล ฮ่วย
(เออ น่า มันไม่ได้จบแบบนี้หรอกกกกก)
 
 
นี่ ถ้าคนที่ไร้รัก ยังตายไม่ได้เพราะถือว่าขาดความสมบูรณ์ในชีวิตนี่
เราคนนึงแหล่ะ คงได้เป็นอมตะ สมใจ เรย ฮ่วย
พอๆ ข้ามๆ
 
Do you believe in fate ?
 
+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
 
วันนี้มีทริป ไปทัศนศึกษา ออกจากกะลา
ความรู้ไม่อยู่แค่ในห้องเรียน
คราวนี้ไปอยู่ที่ โลตัส บางปะกอก
น่าสนใจ น่าสนใจ
เราสนใจธุรกิจ นี้แล้วสิ
แต่ไม่รู้ว่า ธุรกิจนี้จะสนใจเราหรือไม่
still question กันต่อไป
 
+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
 
คำถามก่อนจาก
 
R u workaholic?
A. Less work All play
B. All work. No play
C. I work AND play
 
ไม่ต้องสืบคร๊า ดิฉัน ตอบข้อ A เป็นคำตอบสุดท้ายยยยย
ทึ่ง โป๊ะ !
 
ไปหละ
Good luck all day
Good nite in bed
o.(‘,’).o
 
 

ต.&จ. |น.|

 
 
 
 
สิ่งที่จะได้อ่าน ต่อไปนี้ เป็นเหตุการณ์สมมติ
ถ้าชื่อ สถานที่ หรือเหตุการณ์ บังเอิญ ตรงกับผู้ใด
คงไม่สามารถโวยวายได้ เพราะบอกแล้วว่า เป็นเรื่อง สมมติ
ไม่มีมูล (หมาไม่ขรี้)แต่อย่างไร
 
 
==========
เรื่องของ ต. กับ จ. นะหรอ เริ่มจากตรงไหน น. ก็จำไม่ชัดนัก
อาจเพราะ ความคะนองปากของ น. กับใจเหงาๆ ของ ต.
ที่บอกว่า อยากได้ผู้หญิงดีๆ มาให้หัวใจได้ทำงานอีกซักครั้ง
ในชีวิต น. ถ้าพูดถึงเพื่อนดีๆ ซักคน คงไม่พ้น ชื่อ จ. เป็นแน่
ไม่มีซักครั้ง ที่ จ. ทำให้ไม่มั่นใจในความดีของเธอ
จ. เป็นเส้นแบ่งให้รู้ว่า สิ่งใดดี สิ่งใดตรงกันข้าม
น. กับ จ. ต่างเหมือนหยิง-หยาง ซึ่งกันและกัน
ชื่อ จ. จึงได้เข้าหู ต. และเริ่มทำการประมวณผลในหัวใจ ต.
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 
 
ไม่รู้ว่า จ. จะสนุกไปด้วยกับสิ่งที่ น. เล่นหรือไม่
น. เริ่มจาก สมัครอีแมว ให้ จ. เพื่อทำการ เอ็ม กับ ต.
เขาทั้งสอง คุยอะไรกันบ้าง น. ไม่ค่อยรู้นัก
ทุกครั้งที่ ต. คุยด้วย กับ น. มัก มีเรื่อง จ. เต็ม จอ
น. ก็คุยเล่น เฮฮา ไปเรื่อยเปื่อย
และมักจะรู้เรื่องของอีกคนหนึ่ง จากอีกคนหนึ่งเสมอๆ
 
เมื่อ น. คุยกับ ต. มากขึ้น จึงได้รู้ว่า
หัวใจ ของ ต. บอบช้ำ จากรักครั้งก่อนยิ่งนัก
จากผู้หญิงที่ ต. เคยรักหมดหัวใจ ชื่อ ล.
คนที่ ต. เคยจะฝากชีวิตอยู่ด้วยกันชั่วนิรันดร์
แต่ สาวเจ้ากับ หันหลังให้ชีวิตของ ต.
เพื่อไปหาคนใหม่ที่เธอคิดว่าดีกว่า..
 
 
น. เริ่มรู้สึกผิด ถ้าการทำให้ ต. และ จ. โคจรมาเจอกันในครั้งนี้
จะทำให้รอยแผลในหัวใจ ต้องปริ อีกครั้ง
แต่ ต. อธิบายให้เข้าใจว่า การได้รู้จักคนดีๆ ซักคน
ถึงแม้ไม่ได้อย่างหวัง ต. ก็มีความสุขเสียมากมายแล้ว
นั่น ก็คงทำให้ น. รู้สึกสบายใจขึ้น (เล็กน้อย)
 
ต. สารภาพรัก กับ จ. ผ่านทาง อีแมว
สิ่งที่ ต. ได้คำตอบ ณ ตอนนั้น คือ
เ-พื่-อ-น เท่านั้น ที่ จ. ให้ได้
 
ใครเคยมีความรัก คงรู้ซึ้งถึงอนุภาพ อันทรงพลัง
กำแพงคำว่า เพื่อน ที่ จ. ก่อขึ้นนั้น
คงไม่สามารถ ยับยั้ง ต. ได้
ต. หวังว่าซักวัน จะ สามารถ สร้างประตู ณ กำแพงนั้น
และเปิดสู่หัวใจของ จ. ในที่สุด
 
หลังจากนี้ น. คงไม่อยากเข้าไปเกี่ยวแล้ว
คงได้แต่ดูอยู่บนกำแพง (bird eyes view)
และหวังว่า ทั้งคู่ คงได้ ปรากฏการณ์
win-win ได้รับสิ่งที่ทั้งคู่พอใจ
เรื่องนี้มีจุดเริ่ม
ยังไม่มีจุดจบ
 
แต่คงจบไว้แต่เพียงเท่านี้
นิยายรักบทนี้ ถ้าจะมีต่อ
เป็นละครรักแท้ หรือ ละครน้ำเน่า ทั่วไป
คนที่จะเป็นผู้ประพันธ์ต่อจากบทนี้
คงสมควรเป็น ต. และ จ. นั่นแหล่ะ
 
=========== 
 
ใครที่เคยสงสัย ต. น. จ.
หวังว่าคงพอทำเนา เรื่องได้สังเขปๆ
เคลียร์ใจกันไปทุกฝ่าย
โดยเฉพาะ น. ไม่ได้มีใจให้ ต. ตามที่มีข่าวโคมลอย
จากแหล่งข่าวที่ไม่น่าเชื่อถือ แต่อย่างไร
ถ้า น. จะมีใจให้ นร.ไทย ใน ออสฯ
ก็คงเป็น น.ช. มากกว่า
 
OoopS!!!!!….   

คลิป แอนna

 
 
 
 
ช่วงโสงสามวันดี สี่วันไข้ ที่ผ่านมา
ข่าว สะท้าน วงกาม มั่กๆ คงไม่พ้น
ตามหัวข้อ ที่จั่วมาตั้งชื่อ blog
 
เพื่อนที่น่าร๊ากกกก คนนึง
ทันเหตุกานมาก ถึงมากที่สุด
ส่ง คลิป ดังกล่าวมาให้ดู
 
หล่อนมีนามเล่นๆ ว่า ซน
เล่นๆ แบบ จริงๆ ว่า ซุกซน
นามจริงๆ ไม่เล่น ว่า นิทรา
งง ซี้ ตกลง มันจะซนแบบง่วงๆ
หรือหลับแบบลิงๆ กันแน่
หน้าตาก็น่ารักเหมือนชื่อ ??!!?!?
ชื่อมันน่ารัก จนขนาด เพื่อนคนนึง
นำไปตั้งเป็นชื่อน้องหมาเชียวแหล่ะ หุหุหุ
…เจ้าซนๆ
 
เป็นไฟล์ ที่ดูแล้ว ต้องอาย…
… อายแทนมัน ว่าคิสได้ไงฟร่ะ ฮ่วย
อย่าโบกนะ ว่า หล่อนทำเองด้วย
เจี๋ยอารมโม๊ดดด
นิทรา ลิงกังมหากาฬ
 
ดูกันเอง แอบๆ ดูน๊า เด๋ว โปลิส มาจับ
(แล้วตรูจะโดนจับไหมหล่ะนั่น)
 

“…march of the penguins…”

 
 
 
ได้รับข้อความ ดึ๋งๆ ขึ้นมา ทาง msn จากนูนุ่น
ส่งลิงค์เรื่อง The Emperor’s Journey มาให้
คุยกันไป คุยกันมา เลยได้ไปดูเรื่องนี้ กับนูนุ่น ‘n เพื่อนนูนุ่น (เอื้อม)
 
คำถามก่อนเข้าโรง
เอ่อ นูนุ่นๆ มันเป็นหนัง animation หรือเปล่าจ๊ะ
นูนุ่น ก็แค่นเสียงหัวเราะ ในความอ่อนด้อยข้อมูล ของคนถามยิ่งนัก
ก็เลย ตอบว่า มันเป็นสาระคดี อ่ะจ่ะ
ที่คนถ่ายเค้าไปอยู่กินกะแพนกวิ้น 5 ปี
ส่งลิงค์ไปไม่ได้อ่านหรอจ๊ะ??
ทึ่งโป๊ะ!
 
หนังจากจบการดูหนัง ต่อไปนี้ แพนกวิ้น สำหรับเรา คงไม่ใช่
สัตว์เดรัจฉาน ตามที่ตั๊กกล่าว
และคงไม่ได้เป็นเพียง อีโมชั่นน่ารักๆ ที่พี่น้องโปรดปราน
 
……….
 
เมื่อดวงจันทร์บรรจบกับดวงอาทิตย์
พวกมันจากหลายสารทิศจะยกโขยงมาที่นี่
ราวกับมีมนต์กำหนดมันไว้
เพื่อจับคู่ ตัวเมียตบตี แย่งตัวผู้กัน
เมื่อได้คู่แล้ว ทำการบรรเลงเพลงรัก
(ใครเคยเห็น แพนกวิ้น love scene บ้าง,, เราเห็นแล้วครับท่าน ^^)
และมีไข่ ออกมา แม่แพนกวิ้น รู้ดีว่า ควรฝากลูกไว้กับพ่อแพนกวิ้น
เพื่อที่ตนจะได้ข้ามไปอีกฟากนึงของแผ่นน้ำแข็งอันไกลโพ้น
เพื่อหาอาหารกลับมา ให้ทันเวลาที่ลูกออกจากไข่
 
ไข่ ซึ่งแม่แพนกวิ้น ได้ปกป้องไว้จากอากาศอันหนาวเย็นแห่งขั้วโลก
ถูกกกไว้ใต้ท้องที่มีขนปกคลุม และวางไว้บนเท้า
เพื่อป้องกันความเย็นจากแผ่นน้ำแข็ง
กำลังจะถูกส่งต่อให้พ่อแพนกวิ้น
และในขั้นตอนการส่งนั้นเอง คู่ใดที่ประมาท
เก็บไข่ไม่ทัน ทำให้ความเย็นยะเยือก
ส่งความเย็นผ่านเปลือกไข่
การข้ามอีกซีกฟากน้ำแข็งมาเพื่อสือทอดเผ่าพันธ์นั้น
ก็ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง
 
เมื่อส่งไข่ให้พ่อแพนกวิ้นได้แล้ว
แม่จะรีบเร่งออกไปหา ทะเล ที่อยู่ใต้ผืนน้ำแข็ง
และนำปลา กลับมา
ซึ่งในทะเล อันชุ่มช่ำ นั้น แม่บางตัว
ก็ตกเป็นอาหารให้กับ พะยูน
นั่นหมายถึง 2 ชีวิต ที่ต้องเสียไป
แม่แพนกวิ้น และลูกน้อย ที่จะออกจากไข่มาโดยไม่มีอะไรให้กิน..
 
ระหว่าง 4 เดือน ที่รอคอยนั้น ที่พ่อแพนกวิ้นต้องอดทน
กกไข่ อยู่ท่ามกลางพายุหิมะ ..บางตัวก็ล้มตาย
พวกมันจำต้องเบียดตัวเองเป็นกลุ่มก้อนใหญ่
เพื่อต้านความหนาวเย็นและปกป้องไข่ให้อบอุ่นที่สุด
 
เมื่อวันนั้นมาถึง แม่ที่กลับมาจะร้องเรียกหาคู่ของตัวเอง
(มันจำกันได้ด้วยนะ ไม่น่าเชื่อ)
และนำอาหารมาป้อนลูกน้อย ที่ออกจากไข่
ครอบครัวยังไม่ทันอยู่พร้อมหน้า
พ่อแพนกวิ้น จำต้องเปลี่ยนไปเป็นผู้หาอาหารบ้าง
บางตัว ล้มตายระหว่างเดินทางไปหาอาหาร
เนื่องจาก ร่างกายอ่อนเพลีย จากการขาดอาหาร
ระหว่างกกลูก อยู่ 4 เดือน
 
ช่วงที่แม่แพนกวิ้น กก ลูกตัวเล็กๆ ไว้ระหว่างท้อง และบนเท้านั้น
ลูกบางตัวตายจากอากาศหนาวเย็น
ความเสียใจของแม่ จากการสูญเสียลูกรักนั้น
ส่งผลให้ เกิดสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้
นั่นคือ แม่แพนกวิ้น ที่เสียลูกไป
พยายาม ทุกวิถีทาง เพื่อจะแย่งลูก
มาจากตัวอื่นให้ได้…
 
เมื่อลูกแพนกวิ้น เริ่มออกจากอกแม่ได้ มันจะเริ่มเดิน
การสูญเสีย ยังมีอยู่อีกต่อไป ลูกแพนกวิ้นบางตัว
ไม่สามารถรอดจากปากเหยี่ยวที่หิวโหย
ความหวังที่จะได้เห็นทะเล ครั้งแรกในชีวิต
ก็หมดลงไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้าย
 
พวกมันเรียนรู้ว่า
ชีวิตของพ่อ กับแม่แพนกวิ้น นั้น มี สองด้าน คือ
สีขาว หมายถึง มีอาหารมาให้มันกิน
สีดำ หมายถึง การออกไปเพื่อหาอาหารกลับมา
ส่วนตัวลูกแพนกวิ้นนั้น มีสีเดียว คือ สีเทา
นั่นคงหมายถึง พวกมันคงยังหิวตลอดเวลานั่นเอง
 
เมื่อเวลาผ่านไป แสงอาทิตย์ แสดส่อง ละลายน้ำแข็งบางส่วน
พวกมัน จะกลับลงสู่ ทะเล พวกมันเป็นลูกของทะเล
 
และเมื่อดวงจันทร์ บรรจบกับดวงอาทิตย์ อีกครั้ง
พวกมันก็จะกลับมาที่นี่อีกหน
เพื่อพยายามดำรง เผ่าพันธุ์
เหมือนกับที่บรรพบุรุษของพวกมันได้ทำมา รุ่นต่อรุ่น
 
ระหว่าง 4 ปี ที่ แพนกวิ้น อยู่ในทะเลนั้น
ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันอาศัยอยู่ ณ แห่งใด
แต่เมื่อถึงเวลานี้ พวกมันจะกลับมา
as if by magic !
 
……….
 
ดูเสร็จแล้วแบบ นะ ต้อง นับถือคนถ่ายทำ
ดูไปดูมา ยังนึกว่า ใช้ animation อยู่ 555
ก็มัน แสดงกัน เนียนมาก เหมือนไม่ได้เล่นหนังกันอยู่
เป็นธรรมชาติสุดๆ กลิ้งก็กลิ้งกันจริงๆ ตายก็ตายจริงๆ
เง่อ
ทำไมชีวิตมันช่างน่ารัก ปน ขมขืน ลำบากลำบน ต้องอดทน
แต่ๆๆ มันรักกันดีเว่อร์มากๆ เป็นสถาบันครอบครัวที่น่ายกย่อง
 
ไปๆ มาๆ แพนกวิ้น กับ จิงโจ้ ดึ๋งๆ ก็เหมือนกันนะ
เลี้ยงลูกไว้ในพุง ได้เหมือนกัน
หอบลูกไปไหนมาไหนด้วยได้
อืม สปีชี่ เดียวกัน
หนังเข้าฉายที่ลิโด้ ถึง พุธนี้นะจ๊ะ
(นูนุ่น บอกมา ถ้าผิดไปโทษนูนุ่นเอง)
 
หมาตัวต่อไป ถ้ามี คงให้ ชื่อ แพนกวิ้น แระ น่ารักดี
 
===========
 
กลับมาถึงบ้าน กอลลั่ม
ก็ต้อนรับให้ปลื้มใจ จากผลงานที่ก่อไว้
กลับมา สภาพ ตู้รองเท้าเปิด
และ รองเท้า 1 คู่ ก็ สังเวย ชีวิต เป็นบรรณาการ
แด่ ความลิง ของมัน เรียบโร้ย
 
ดีนะ คู่นี้ไม่ค่อยโปรด ถ้าลาก คู่โปรดมากัดละก็
ฮึ่ม โดน เตะ กะเด็นไปอยู่รวมฝูงกับ แพนกวิ้นจักรพรรดิ์ที่ขั้วโลกแน่ๆ
เจ้าลิงเอ๊ย.
 
 
 
 

Saturday say Yo!

 
 
 
 
พี่ไปรษณีย์มาที่บ้าน
แน่ะๆๆ ไม่ต้องคิสไปไกล
มาส่งจมหมาย ตามหน้าที่ มิสเตอร์โพสแมน
วันเสาร์ยังทำงานอีกเนอะ
มีถึงเรา 1 อัน ^^
โปสการ์ด ใจความว่า
 
 
Dearest’1
          ไปเที่ยวปายมา..ปายเป็นผู้หญิงที่ใจดี..
อบอุ่น..น่ารัก..มีอารายมาให้กุ๊กกิ๊กตลอดเวลา
ไปเที่ยวคราวนี้หัวใจพองโตขึ้น 3 เท่า..กำลังหลงรัก
ปายแบบหัวปักหัวปำ..เร็วๆ นี้คงต้องกลับไปเอาหัว
ไปปักไปปำอีกสักรอบ..ไว้ไปด้วยกัน..เราว่าหนึ่ง
ต้องชอบแน่ๆเลย
                                          LUSM,
                                            เต้ย
 
เซอร์ไพ้ และดีใจมาก
หัวใจเราก็พองโตเช่นกัน
ทุกครั้งที่ได้รับ โปสการ์ด เราจะรู้สึก หัวใจยิ้มได้ทุกที
โดยเฉพาะครั้งนี้ หุหุหุ ไม่นึกไม่ฝัน
ว่าเต้ย จะนึกถึง ขอบใจมั่กๆ 🙂
ทำให้เรานึกอยากไป ปาย มาทันที จริงๆ นะ
คงเป็นผู้หญิงที่อบอุ่นแบบเต้ยว่า
แต่จะว่าไป ถ้าปายเป็นผู้ชายที่อบอุ่น
ก็คงจูงใจให้เราไปเร็วขึ้น ;P
 
( เราว่า เราคงเดาไม่ผิด LUSM = Love u so much
Me too! )
 
เสียดายที่บ้านไม่มีสแกนเน้อ (ยาจกมาก)
ไม่งั้นจะเอาลายมือน่ารักๆ ของเต้ย
กับรูปโปสการ์ดมาลง
น่ารักมาก เป็นรูปบ้าน ที่ได้กลิ่นอายของความสุข
ฉากหลังเป็นความมืดมิดของรัตติกาน
ปกคลุมด้วยม่านหมอกแห่งจินตนาการ
ไปถึงภูเขาที่ทอดตัวลงนอน อย่างยืดยาว
เหนือภูเขานั้นมีกระต่ายขนปุกปุยนอนหลับสนิท
อยู่ในดวงจันทร์ ที่คงยังทำหน้าที่
สาดส่องแสงแห่งความอบอุ่นแห่งค่ำคืน
และ ข้างๆ กันนั้นก็ยังมี
ดาวที่กำลังตก พาดผ่านหมู่ดาวที่เรียงรายเป็นรูปหัวใจ…
 
 
o.(^^).o
เราชอบการสื่อสารโดยโปสการ์ดนะ
มันดูเปิดเผย และไม่ได้เป็นทางการมาก
เหมือนการทักทายเพื่อน เวลาเจอตามทาง
เป็นเพียงประโยคสนทนานสั้นๆ แต่ยืนยาวทางความรู้สึก
ตรงข้ามกับการเขียนจดหมาย
มันรู้สึกเหมือนเราตั้งใจไปนั่งคุยกัน
และระยะเวลากว่าโปสการ์ดจะถึง
มันก็ทำให้คนส่งรู้สึก ลุ้นๆ
นั่นแหล่ะ เสน่ห์ของโปสก๊าด
พักนี้เราไม่ค่อยได้ส่งมากนัก
เพราะอะไร ก็เหมือนเดิม
…เหตุผล | ข้ออ้าง…
จะพยายามส่งให้บ่อยขึ้นนะ
รู้สึกดีตอนเลือก ว่ารูปไหนจะเหมาะกับใคร
รู้สึกดีตอนเขียน เหมือนได้คุยถึงแม้เค้าจะได้ยินช้าไปหน่อยก็ตาม
รู้สึกดี ถ้าคนรับเห็นแล้วยิ้มได้
นั่นแหล่ะ
 
============
 
ช่วงบ่าย นัดกับ หุย หลี ไป แปดริ้ว
เป็นสักขีพยาน ในอุปสรรครัก ของเพื่อน
ต้องท้าวความก่อนว่า
เพื่อนคนนี้ รักกับแฟนมา 11 ปีก่าๆ ได้
เมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ จะแต่งงาน แต่ก็
มีสิ่งที่ทำให้ไม่ได้แต่งซักที หลายต่อหลายหน
และครั้งนี้ก็เช่นกัน
คุณพ่อของฝ่ายชาย เสียชีวิต
ตามธรรมเนียมจีน คงต้องงดรื่นเริง ไป 3 ปี
หรือไม่ก็ต้องแต่ง ภายใน ก่อนขึ้นปีใหม่จีน ตรุษจีน
ซึ่งเหลือระยะเวลาไม่เท่าไหร่
ไม่รู้เหมือนกัน ว่า จะเป็นอย่างไร
คงได้แต่ เป็น กลจ ให้
 
 
…ขอให้รักคุ้มครอง…
 
 

NKnews

 
 
 
ผ่านมา 1 อาทิตย์ เต็มๆ ศุกร์ ชน ศุกร์
สิ้นสุดการรอ ครับพี่น้อง
 
อ่านข่าวกันดีกว่า ช่วงนี้มีข่าวไรน่าสนใจบ้าง
 
ข่าวแรก คงเป็นประเด็นร้อน ระหว่าง
คุงคู กะลูกศิษย์ และ เพื่อนขะหนิด
ที่ทำตัวเป็นผู้ให้คำปรึกษา
เรื่องว่า …
 
คุงคูหนุ่ม ชื่อ พัต (นามสมมุติ) ผู้หลีกหนี เมืองหลวง
ยอมอุทิศตน เป็นพ่อพิมพ์ ผู้นำสมัย ของชาติ ใน รร อินเตอร์
ได้ประสบอุบัติเหตุรัก จาก นักเรียน สาว ชื่อ น. (นามสมมติ)
คอย ทำตัวตามแบบฉบับการ์ตูนญี่ปุ่น
นักเรียนสาว ที่หลงรักคุงคู อุอุ นึกภาพดู
ขอถ่ายรูป แชตด้วย แอบเดินตามหลัง เพื่อให้ได้หายใจ ในห้วงอากาศเดียวกัน
 
คุงคู เก็บความกลัดกลุ้ม ภูมิใจในเสน่ห์ไม่ได้
นำความมาปรึกษา กับเพื่อนขะหนิด ชื่อ น้ำ (นามสมมติ) ผู้มากประสบกาม
โดยหารู้ความในใจ ของเพื่อนคนนั้นไม่ ว่ามันคิส อะไรไปไกล กว่าเป็น พ กัน
ร้อนใจ นัดพบกัน หน้าอำเภอ ที่อ่างทอง
กินข้าวไป เผย ความในใจกันไป โดยที่ คุงพ่อ ของคุงคู เป็นสักขีพยานรักในครั้งนี้
 
สิ่งที่เพื่อนขะหนิด แนะนำ คงไม่สามารถฝืนต่อจิตใจตัวเองได้
จึงแนะให้ ทำตัวตีห่าง เด็กสาวผู้นั้นเสีย อย่าได้ให้ เด็ก มีความหวัง
แม้แต่ลมๆ แร้งๆ แต่อย่างไร
 
เรื่องราว คงจบเพียงเท่านี้
ถ้าไม่จบอย่างไร …โปรดอ่านต่อฉบับหน้า !
 
 
+*+**+*+*+*+*+*+
 
 
ข่าวถัดไปดีก่า
รักข้ามพรมแดน
นักเรียนนอกแดน ดึ๋งๆ ชื่อ ต. (นามสมมติ) ได้เกิดประสบรั
กับสาวไทย จิตใจงาม นาม จ. (นามสมมติ) โดยผ่านร่างทรง
ของเพื่อนขะหนิด นาม น. (นามสมมติ)
โดยบางครั้ง น. ถึงกับออกปากว่า จะมายุ่งอะไรกับ กรู หนักหนา
เป็นร่างทรง ที่ทำงานหนักมั่กๆ แต่ ต้องทนรับสภาพ
ด้วยความเป็น โปรเฟซชั่นนอล ร่างทรง
รักครั้งนี้ จะ ออกมาเยี่ยงไร ทั้งหมดนั้น ต้อง ขึ้นกับ จ. ผู้เดียวเท่านั้น
จากการสังกูดอาการ ต. ดูจะ รัก ออกนอกหน้า จนเกิน ชายไทย ใจงาม
เรื่องราวนี้ โปรด ติดตามต่อ มี.ค. (มิใช่นามสมมติ แต่เป็นชื่อเดือน) ศกนี้
ในโลง ภาพยนต์ ใกล้บ้านท่าน !
 
+*+*+*+*++*
 
คำถามก่อนจาก
การที่คุณ นำของมาให้ คนๆ หนึ่ง นั้น เพื่อ…
1. ตอบแทน บุญคุณในอดีต จะได้หายๆ กันไป
2. ก็นึกถึง เลยซื้อมาฝาก
3. ไม่มีไรมาก รวย จะได้รู้ว่า ไปไหนมา
4. เมิงจะถามทำไมเนี่ย ไม่อยากได้ก็ เอาคืนมา
5. แวร้ก….
 
ลาที วันศุกร์
บาย.

p a r e n t s traps

 
 
 
 
 
"…ขอให้รักคุ้มครอง…"
 
ปีใหม่ปีนี้ ไม่มีใครได้ของจากเรา
ทั้งขาประจำ หรือ ขาจร
เนื่องจาก some reasons
that cn’t mention ออกมาให้ดูดีได้
อย่างว่า..  เหตุผล | ข้ออ้าง
ไม่อยากหาเหตุผลดีๆ ให้ข้ออ้าง ว่างั้น
 
เรื่องของพ่อ
ปกติ พ่อจะซื้อ ขนมแจกเพื่อนๆ
แต่ปี้นี้ ไม่ปกติ ซื้อเป็น นาฬิกาปลุก แจกซะงั้น
หอบมาจาก สำเพ็ง
 
เรื่องของแม่
แม่ทำหน้าที่ห่อของให้
เอาถ่านมาใส่ ตั้งเวลา ทดสอบเสียง เวลาปลุก
โอเคร
 
เรื่องของเรา
ดึกแล้ว เห็นแม่นั่งห่อ อย่างปราณีต
เลยอยู่เป็นเพื่อน นอนดู CSI ไปพลางๆ
(กตัญญู เล็กน้อย ;;; ก็บอกว่าเล็กน้อยไง)
 
จนแม่ห่อเรียบร้อย
เหอๆ เที่ยงคืน ครึ่งๆ นินุงได้
 
…กริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆ…
ไม่ต้องสืบ เสียงนาฬิกาปลุก !
ไม่ทราบว่า คุงแม่ ลองยังไง สงสัยลืมปิด
มันดังอยู่ในกล่อง
หากันไปครับพี่น้อง กล่องไหนหว่า
ใครหาเจอ ได้โชค
แกะกล่อง ปิดเครื่อง ห่อใหม่กันไป
เอิ๊กๆ
 
อย่าคิสว่ามีแค่กล่องเดียวนะ
มัน still ดัง มาเรื่อยๆ
แต่ ทิ้งช่วงไป
จนเช้า ก่อนออกจากบ้าน
มันยัง มา …กรี๊ดๆๆ… อยู่
ฮ่วย ขำกันไปครับพ่อแม่ลูก
 
เรื่องของนาฬิกา
ถ้าคิสจะซื้อให้ และหวังดี
ใส่ถ่านให้ ตั้งเวลาให้ เทสให้
ระวังสักนิดส์ ก่อนจับมันลงกล่อง
 
ไม่รู้ว่าป่านนี้ เพื่อนๆ พ่อ แจ้งตำรวจจับเป็นแถวแล้วมั๊ง
นึกว่า มือวางระเบิดที่ไหน เอาติ๊กๆ ต๊อกๆ กริ๊งๆ
ใส่กล่องของขวัญมาวางไว้ให้